สส.อินเดียแนะนำ-โชว์ดื่มฉี่วัว ป้องกันโควิด แม้แพทย์ยืนยันอันตรายและเป็นภาหะนำโรค

สส.อินเดียแนะนำ-โชว์ดื่มฉี่วัว ป้องกันโควิด แม้แพทย์ยืนยันอันตรายและเป็นภาหะนำโรค เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ได้มีเพจดังเพจหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวของ การที่ Surendra Singh สส. อินเดีย ตัวแทนจากรัฐอุตตรประเทศได้กระทำการดื่มฉี่วัว โดยในโพสต์ระบุว่า NEWS: สส. อินเดียแนะนำ-โชว์ดื่มฉี่วัวป้องกันโควิด-19 แม้แพทย์ยืนยันอันตรายและเป็นอาจพาหะนำโรค เรื่องราวน่าสนใจมากมายเกิดขึ้นหลังเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาด หนึ่งในนั้นคือการที่ Surendra Singh สส. อินเดีย ตัวแทนจากรัฐอุตตรประเทศได้กระทำการดื่มฉี่วัว ผ่านวิดีโอโชว์คนทั้งประเทศ พร้อมทั้งแนะนำให้ทุกคนดื่มตามเพื่อป้องกันตัวจากโควิด-19 อีกด้วย! สส. Singh ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอขณะที่เขากำลังผสมเครื่องดื่ม ‘gaumutra’ และกล่าวว่าควรผสมฉี่วันราวๆ 2-3 ส่วนต่อน้ำหนึ่งแก้วเป็นเคล็ดลับให้สุขภาพดีและให้ดื่มตอนท้องว่าง ก่อนดื่มไม่ควรกินอะไรก่อนราวครึ่งชั่วโมงเพื่อให้ปัสสาวะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดื่มฉี่วัวไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับอินเดีย เพราะชาวฮินดูเชื่อว่าว่าคือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า วัวได้รับการดูแลฟูมฟักที่ดีเป็นพิเศษเสมอและทั้งฉี่และอึของมันก็นำมาทำสิ่งต่างๆ ได้มากมายรวมถึงการกิน (มีการกินเค้กอึวัวด้วย) การดื่มฉี่วัวก็เป็นหนึ่งในความเชื่อดั้งเดิมว่าจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง โดยเฉพาะปัสสาวะของแม่วัวที่ท้องลูกจะยิ่งวิเศษเข้าไปใหญ่ เมื่อเดือนมีนาคม 2020 ที่เริ่มมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เคยมีการจัดงานปาร์ตี้ ‘ดื่มฉี่วัว’ โดยเฉพาะเพื่อป้องกันโรค โดยกลุ่ม Akhil Bharat Hindu […]

บุรุษพยาบาลหื่นสาวป่วยโควิด ”ดับสลด”

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.  ที่ผ่านมาเกิดเหตุสะเทือนใจอย่างยิ่งจากกรณีเกิดการล่วงละเมิดทางเพศใน ประเทศอินเดีย หลังจากที่หญิงสาวอายุ 43 ปี ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองโภปาล รัฐมัธยประเทศ ถูกบุรุษพยาบาลหนุ่ม ข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งต่อมาทำให้หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายคนนี้อาการทรุดหนักลงจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และทำให้เธอเสียชีวิตในเวลาต่อมา ข่าวที่เกี่ยวข้อง เปิด 8 เรือนจำที่พบผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 รวมเเล้ว 9,783 ราย หนุ่มอินโดฯฉีดวัคซีนแอสตร้าวันเดียวสิ้นใจ !!   เนื่องจากเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นเวลาเกือบเดือนแต่ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลแต่อย่างใด ทำให้ประชาชนจำนวนมากออกมาเรียกร้องให้ทางการเร่งดำเนินคดดีและลงโทษขั้นเด็ดขาดกับคนร้าย ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าหญิงสาวผู้ป่วยท่านนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโภปาล เมโมเรียล ฮอสพิทัล แอนด์ รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2564 และหลังจากถูกล่วงละเมิดทางเพศ ผู้ตกเป็นเหยื่อได้ร้องเรียนกับโรงพยาบาล รวมถึงระบุตัวผู้ก่อเหตุ ต่อมาตำรวจจึงได้นำกำลังเข้าจับกุมบุรุษพยาบาลคนดังกล่าว ทราบชื่อคือนายสันโตช อหิรวาร อายุ 40 ปี และนำไปคุมขังที่เรือนจำกลางเมืองโภปาลระหว่างรอสอบปากคำดำเนินคดี ล่าสุดด้านตำรวจอาวสุโสระบุว่าเหยื่อร้องขอให้ปกปิดข้อมูลและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ทางตำรวจจึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดข้อมูลต่างๆก่อนหน้านี้ได้ ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดกล่าวอีกว่า ผู้ต้องสงสัยเคยถูกกล่าวหาว่าเคยข่มขืนพยาบาลสาวอายุ 24 ปี และเคยโดนพักงานเนื่องจากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย

สุดอึ้ง! ชาวอินเดียใช้ขี้วัวทาทั่วตัวหวังป้องกันโควิด

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 ได้มีกลุ่มชาวอินเดียใช้ขี้วัวทาทั่วตัวหวังป้องกันโควิด หลังเข้าไม่ถึงการรักษาและวัคซีนถือเป็นการสิ้นหวังในการรักษาและป้องกันโควิดในอินเดีย หลังจากที่มีแพทย์ต้องเสียชีวิตจากการักษาโควิดไปแล้วมากกว่า 800 คน แม้ว่าผู้ป่วยไปโรงพยาบาลที่ตอนนี้ก็หาเตียงว่างแทบไม่ได้ ก็ต้องหาซื้อยารักษา และออกซิเจนเองซึ่งต้องแย่งกันซื้อ และมีราคาสูงมาก แม้จะเป็นประเทศที่ผลิตวัคซีนเองได้ แต่ความเหลื่อมล้ำสูงก็ทำให้คนยากจนระดับล่างยากที่จะเข้าได้ถึงการรักษาและป้องกันโรคได้ ข่าวอื่นเพิ่มเติม ศบค. ยอมรับ โควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย เข้าไทยแล้ว บีบหัวใจ!! ชายอินเดียคุกเข่าร้องไห้ อ้อนวอนขอถังออกซิเจนของแม่คืน หลัง ตร. ยึดไปให้วีไอพี แพทย์ในอินเดียเตือนไม่ให้ใช้มูลวัวเพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกัน COVID-19 โดยกล่าวว่าไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับประสิทธิผลและเสี่ยงต่อการแพร่กระจายโรคอื่น ๆการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาได้สร้างความหายนะให้กับอินเดียโดยมีรายงานผู้ป่วย 22.66 ล้านรายและมีผู้เสียชีวิต 246,116 ราย ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้5 ถึง 10 เท่าและประชาชนทั่วประเทศกำลังดิ้นรนเพื่อหาเตียงในโรงพยาบาลออกซิเจนหรือยาทำให้หลายคนต้องเสียชีวิตเพราะขาดการรักษา “ ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นรูปธรรมว่ามูลวัวหรือปัสสาวะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโควิด -19 ได้โดยอาศัยความเชื่อทั้งหมด” ดร. จาจายาลาลประธานแห่งชาติของสมาคมการแพทย์อินเดียกล่าว

ตาวัย 80 ตักแกงทั้งน้ำตา หลังไม่มีลูกค้าเข้าร้าน ทั้งตัวเหลือเงิน 4 บาท!!

เมื่อช่วงการแพร่ระบาดของ โควิด-19 มาถึงอินเดีย รายได้ของร้านก็ถดถอยลงมาก บางวันแทบไม่มีลูกค้า อาหารที่ทำไว้ก็เหลือทิ้ง จนมาถึงจุดที่สองตายายตัดสินใจว่ามันคงถึงเวลาปิดกิจการ ทว่าคลิปวิดีโอเพียงคลิปเดียว ได้ก่อให้เกิดพลังโซเชียลที่ยิ่งใหญ่ และทำให้ชีวิตตายายเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เรื่องราวอันน่าตื้นตันนี้ ถูกหยิบยกมารายงานโดยสำนักข่าวบีบีซี โดยร้านอาหารดังกล่าวมีชื่อว่า ร้าน Baba ka dhaba คุณตาคานตะ เจ้าของร้าน อายุ 80 ปี แล้ว แต่ยังคงตั้งใจ ใส่ใจลงไปในทุก ๆ เมนูอาหาร ซึ่งขายในราคาไม่เกินจานละ 50 รูปี หรือประมาณ 20 บาท เท่านั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ เการาภ วสัน บล็อกเกอร์อาหารคนหนึ่งในผ่านมาเจอร้านของลุง จึงเข้าไปถามไถ่ ซึ่งลุงคานตะเล่าว่า กิจการตน สามารถพอประคองตัวไปได้มาตลอด 30 ปี โดยเปิดขายตั้งแต่ 6.30 น. ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศและคนงานใกล้เคียง แต่โรคโควิด-19 ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ผู้คนมากมายตกงาน และหลายคนต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน ทำให้รายได้หดหายไปมาก […]

เจ้าหน้าที่บุกจับสองพี่น้องชาวอินเดีย ที่เข้ามาเร่ขายผ้าบังหน้า แอบลอบปล่อยเงินคิดดอกมหาโหด ร้อยละ 30 บาทต่อวัน

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.จักรพงศ์ จันทน์สุทธิประภา ผบ.กกล.รส.จว.อำนาจเจริญ พล.ต.ต.ถวาย บูรณรักษ์ ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร กกล.รส.จว.อำนาจเจริญ สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.นาหว้า อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีแก๊งต่างชาติปล่อยเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด และมีพฤติกรรมข่มขู่ลูกหนี้     เมื่อเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวไว้ ก่อนที่จะแสดงตัวและขอเข้าตรวจค้นภายในบ้าน จากการตรวจสอบพบชาวอินเดีย 2 คน คือ นายสุดีรัม และ นายธีราช อยู่ภายในบ้าน มีสินค้าจำพวกเสื้อผ้าจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบสมุดบัญชีเงินกู้รวม 15 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง เอกสารประกอบเงินกู้ และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ร.อ.ธีระศักดิ์ เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากมีการร้องเรียนว่าบุคคลดังกล่าว มีพฤติกรรมขายของเร่บังหน้า แต่เบื้องหลังมีการลักลอบปล่อยเงินกู้สูงถึงรายละ 40,000 บาท โดยมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงกว่ากฎหมายกำหนด คิดดอกเบี้ยร้อยละ 30 บาทต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นการคิดดอกเบี้ยที่ขูดรีดเกินไป   […]