สาววอน!! ชาวบ้านตามหาสามีที่หายตัวลึกลับ

หญิงสาววอนชาวบ้านช่วยตามหา สามีหลังหายไปอย่างลึกลับ สุดท้ายเจออยู่ในท้องไอ้เข้ยักษ์! (คลิป) เว็บไซต์ต่างประเทศได้ได้มีการรายงานเรื่องราวสุดสะเทือนขวัญและเป็นที่หวาดผวาแกชาวบ้านหลังนาย อันดี อาโซ หรั่ง ชาวประมงประจำหมู่บ้านวัย 36 ปี เกิดหายตัวไปอย่างลึกลับ หลังจากไปหาอาหารอยู่ใน ลำธารแห่งหนึ่งใกล้กับบ้านของเขาในคูไทตะวันออก เกาะบอร์เนียว ซึ่งการหายตัวของเขาจึงทำให้ครอบครัว เป็นห่วงมาก จึงวอนชาวบ้านให้ช่วยตามหาตัว สุดท้ายพบเจอแต่ต้องใจสลายเมื่อเขากลายเป็นศพลอยมาติดลำธาร เมื่อตรวจสอบศพของเขา ชาวบ้านพบว่าขาซ้ายและแขนของเขาหายไป ชาวบ้านนึกได้อย่างเดียว ต้องเป็นฝีมือจระเข้แน่นอน ผู้ใหญ่บ้านจึงจัดทีมล่าจระเข้ ออกตามหาฆาตกรทันที หลังจากออกล่าไปประมาณ 30 นาที จระเข้ยักษ์ใหญ่กว่า 6 เมตรก็ถูกกำราบลงได้ ก่อนชาวบ้าน จะลากขึ้นมาบนบก และผ่าท้องพิสูจน์หาแขน-ขาที่หายไป และชาวบ้าน ทีมล่า ครอบครัวของนาย อันดีก็ได้คำตอบ นำไปสู่ความโศกเศร้าอย่างหาที่สุดมิได้ นาง อนิสา ภรรยานายอันดีเล่าว่า “ฉันออก ไปตามหาสามีของฉัน พร้อมชาวบ้านคนอื่นๆ ก็เจอเข้ากับรถมอเตอร์ไซค์และรองเท้าแตะของ เขา เห็นแค่นั้นฉันก็รู้สึกได้เลยว่า ต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับเขาแน่ๆ แต่ไม่คิดว่าจะเลวร้ายถึงขนาดนี้”   ************************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก Mirror.co.uk)    

หลังจากการเปิดนำเข้าเสรีหมึกจากเมียนมา ชาวประมงประสบปัญหาราคาหมึกกล้วยตกต่ำ

น.ส.ศรีนวล กฤษดาชลี ตัวแทนผู้ประกอบการประมงจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กำลังประสบปัญหาราคาหมึกกล้วยตกต่ำ จากการเปิดนำเข้าเสรีหมึกจากเมียนมาตั้งแต่ปี 2559 ส่งผลให้ราคาหมึกไทยลดลงเหลือเพียง 50-60 บาท/กิโลกกรัม (ก.ก.) ลดลงประมาณ 54% จากเมื่อต้นปี 2560 ราคาอยู่ที่ประมาณ 120-130 บาท/ก.ก. โดยราคาเฉลี่ยหมึกไซซ์เล็ก-ใหญ่ ราคาอยู่ที่ 8-200 บาท/ก.ก. ลดลงจากราคาเฉลี่ย 40-270 บาท/ก.ก. ส่งผลกระทบต่อรายได้ชาวประมงประมาณ 10 ล้านบาท/วัน (จากการซื้อขายในพื้นที่ ตลาดปลาสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัดเท่านั้น) ทั้งนี้ ในฐานะผู้ประกอบการประมงที่ทำถูกต้องตามกฎหมายประมงไทย ที่ต้องทำตามระเบียบและข้อปฏิบัติของกฏหมายเพื่อให้ไทยสามารถหลุดพ้นจากการเป็นประเทศที่ ทำประมงที่ผิดกฎหมาย การประมงที่ขาดการรายงาน และการประมงที่ขาดการควบคุม (ไอยูยู) สินค้าประมงไทยสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ แต่ผู้ประกอบการประมงต้องเผชิญปัญหากับค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการสูงขึ้นหลายเท่าตัว โดยเฉพาะต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้นประมาณ 70-80% รัฐบาลกับเปิดให้มีการนำเข้าเสรีสินค้าประมงจากเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ราคาหมึกไทยลดลง แต่ผู้บริโภคยังคงบริโภคของแพงเช่นเดิม “การนำเข้าหมึกจากเมียนมา ประชาชนผู้บริโภคอาหารทะเล กลับไม่ได้บริโภคในราคาที่ถูกลง แต่มีเพียงพ่อค้า แม่ค้าคนกลาง แพปลา โรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ บางรายเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ แต่ประมงที่ทำถูกต้องตามกฎหมายประมงไทย […]

คลื่นใต้น้ำ หรือ โหลน มีกำลังแรง เรือประมงเล็กตัดสินใจกลับเข้าฝั่ง คลื่นนอกฝังสูง 3-4 เมตร

วันที่ 14 สิงหาคม 2561 คลื่นลมในทะเลห่างฝั่งมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง โดยที่ชาวประมงจะเรียกคลื่นใต้น้ำว่า “โหลน” ความสูง 3-4 เมตร ทำให้เรือประมงขนาดเล็ก ซึ่งเป็นเรือหางยาวที่ทำการประมง โดยการจับปลาและสัตว์น้ำนานาชนิด ตัดสินใจนำเรือกลับเข้าฝั่ง เพราะไม่สามารถทำการประมงได้ โหลนมีกำลังแรง ชาวประมงไม่กล้านำเรือออกจากฝั่งมาหลายวันแล้ว ขณะที่เรือบางลำเช่น ชาวประมงพื้นบ้านใน อ.ปะเหลียน และ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง พยายามจะอาศัยบางช่วงเวลาที่คาดว่าคลื่นลมจะสงบ หวังออกไปบริเวณใกล้ชายฝั่ง แต่ก็ต้องรีบนำเรือกลับเข้าฝั่งอย่างรวดเร็ว เมื่อพบเจอกับโหลนสูงประมาณ 3–4 เมตร ทำให้ต้องหยุดทำการประมง ดังนั้นจะเห็นว่าในคลองต่างๆ ป่าชายเลน โดยเฉพาะที่ คลองฉางหลาง คลองเจ้าไหม ท่าเรือจ่าดำ อ.สิเกา มีเรือประมงจอดเรียงรายจำนวนมาก จอดหลบคลื่นลม เพื่อความปลอดภัย เมื่อคลื่นลมในทะเลสงบ หรือฟังข่าวอากาศจากกรมอุตุฯ ว่าปลอดภัยสามารถออกเรือทำการประมงได้ ก็จะออกเรือไปทำการประมงอีก แต่ระยะนี้สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยให้ออกทำการประมง จึงต้องจอดเรือไว้

กรมเจ้าท่าอประกาศเตือนให้ชาวเรือระมัดระวังการเดินเรือ ขณะเจ้าหน้าที่เร่งกู้ซากเรือฟีนิกซ์

วันที่ 14 ส.ค.2561 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า พร้อมนายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3, นายสุรชัย บุรพานนทชัย เลขานุการกรม, นายวิวัธน์ ชิดเชิดวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าในการดำเนินการกู้เรือฟีนิกซ์จังหวัดภูเก็ต ซึ่งสามารถเกี่ยวกว้านที่ตัวเรือได้จำนวน 3 จุด จาก 4 จุด เนื่องจากในพื้นที่ทางทะเลมีคลื่นลมแรง ประกอบกับมีความแรงของกระแสน้ำทำให้เรือไม่อยู่ในตำแหน่งที่สามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย และวันพรุ่งนี้จะทำการเกี่ยวกว้านที่ตัวเรืออีก 1 จุด เพื่อให้ลำเรือขึ้นมาตั้งตรง ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเรือเข้าฝั่งได้ในช่วงเย็นของวันนี้ ขณะที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ออกประกาศ เรื่อง ให้ระมัดระวังการเดินเรือ ระบุว่า กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการกู้เรือพร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์เครื่องมือมนการดำเนินการระหว่างวันที่ 13-15 ส.ค. เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ จึงขอให้ชาวเรือ ผู้ควบคุมเรือ เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในเส้นทางดังกล่าว เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขณะเครื่องจักรกำลังทำงาน

น้ำทะเลพัทยาลดลงต่ำสุดกว่าทุกปี ชาวประมงแห่เก็บหอยหลากหลายชนิด

วันที่ 14 ก.ค. 61 ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ในช่วงระหว่างวันนี้ไปจนถึงประมาณวันที่ 15 ก.ค. นี้ จะมีระดับน้ำทะเลลงต่ำสุด ตามข้อมูลตารางน้ำขึ้นและน้ำลงของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ซึ่งหลังจากเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ น้ำทะเลลงต่ำสุดในช่วงต้นเดือนมิถุนายน จนมาถึงต้นเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา พบว่าในปีนี้ น้ำทะเลลดลงต่ำมากกว่าทุกปี สำหรับบรรยากาศตามชายหาดเมืองพัทยา ในช่วงที่น้ำทะเลลดลงต่ำสุด ทำให้มีชายหาดยาวมากขึ้น นักท่องเที่ยวจึงต้องเดินลงเล่นน้ำ ซึ่งต้องเดินออกจากฝั่งปกติไปยาวกว่า 200-300 เมตร โดยยังมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพัทยา ลงเล่นน้ำตามปกติ อย่างไรก็ตาม นอกจากจะมีนักท่องเที่ยวที่ยังคงเดินทางมาเล่นน้ำทะเลที่หาดพัทยาแล้ว ชาวประมงหลายคนต่างก็ใช้โอกาสนี้ ออกหาหอยกระปุก หอยนางรม รวมถึงอาหารทะเล ไม่ว่าจะเป็น ปลา ปู ในช่วงที่น้ำทะเลลงต่ำสุด ซึ่งจะมีผลไปอีก 2-3 วัน

1 2 3 4