น้ำประปา หันหินสกปรก จริงหรือ?

  ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักสำหรับน้ำประปาหัวหิน วอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ     ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โฆษกรัฐบาลออกโรงเตือน เลี่ยงดื่ม-น้ำประปาเค็ม เร่งแก้ปัญหา หวั่นโรคซ้อน โรงเรียนที่ห่างไกลความเจริญ ไร้น้ำประปาใช้ บางวันไม่มีแม้ข้าวให้เด็กกิน วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก โพสต์ภาพเเละเเสดวความคิดเห็นผ่านทางเพจ “พลเมืองหัวหิน” ว่า ชาวหัวหินจำนวนมากได้ประสบปัญหาเดือดร้อนในการใช้น้ำประปาในเขตเทศบาลเมืองหัวหินในช่วงหลายวันที่ผ่านมา น้ำประปามีสีดำเเละคล้ำ ส่งกลิ่นเหม็น จนทำให้เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ตัวอย่างเช่นผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง ได้โพสต์ว่า น้ำปะปาหัวหินไม่ได้ดีแค่ดำและเหม็น แถมมีพยาธิหรือหนอนอะไรไม่รู้ตามมาด้วย นี่ถ่ายน้ำทิ้งทุก3วันเพราะน้ำดำและเหม็นจริงๆ นี่ไม่ใช่รอบแรกที่เจอ เจอมา4-5รอบแล้ว ถ่ายน้ำทิ้งบ่อยมากเจอพยาธิทุกครั้งรอบนี้ทนไม่ไหวจริงๆ แปรงฟันแล้วจะอ้วก ซึ่งขณะเดียวกันยังพบอีกหลายโพสต์  ระบุว่า “จะให้ทนกับน้ำประปาแบบนี้อีกนานแค่ไหน จะประสาทกับน้ำใช้แล้ว เปิดเจอสภาพนี้จะอาบอย่างไรเปิดทิ้งเป็นชั่วโมงก็ยังดำค่าน้ำก็ต้องจ่าย แจ่งหน่วยงานไหนที่สามาตรแก้ไขได้จริงๆบ้างหรือเราต้องประท้วงให้เปลื่ยนจากประปาหัวหินเป็นประปาส่วนภูมิภาคดีไหมใครรู้ช่วยบอกหน่อย จนทำให้ประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นหลายร้อยคอมเมนต์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนชาวหัวหินต่อไป

(คลิป) คุณป้าสวนกลับ เมื่อนักข่าวถาม อยากฝากอะไรถึง นายกฯ มั้ย กับการแก้ปัญหารถติดพระราม 2

กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงในวงกว้าง เมื่อชาวบ้านในพื้นที่ถนนพระราม 2 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 35 ตอนทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน–เอกชัย เตรียมที่จะนัดรวมตัวกันในวันที่ 18 ส.ค. เวลา 07.00 น. ที่สะพานลอยคนข้ามบริเวณหน้าวัดพันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างมานานแล้ว นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมาพบว่าการก่อสร้างล่าช้าและปล่อยปะละเลยทำให้การจราจรติดขัดเป็นประจำทุกวันกลายเป็นฉายา “ถนนเจ็ดชั่วโคตร“ ไม่ต่างจากอดีต ล่าสุดในผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jaroensook Limbanchongkit Pone โพสต์ข้อความระบุว่า สะดุ้งทั้งบาง!!! คุณป้าสวนกลับเมื่อนักข่าวถาม “ฝากอะไรถึงนายกฯมั้ย??” ปมปัญหาถนนพระราม2….คุณป้าตอบ“ไม่อยากให้ถึงนายกฯหรอกค่ะไม่ใช่สารพัดเรื่องต้องไปที่นายกฯทำไมต้องรอให้นายกฯมาไขลานคุณไม่ใช่หุ่นยนต์คุณต้องมีสมองไม่ใช่รอให้เรื่องถึงนายกฯ“……

ชาวบ้านเดือดร้อน เพราะคนใจบุญให้อาหารหมาจรจัด แต่ไม่รับผิดชอบ

ปัญหากระทบกระทั่งระหว่างกลุ่มคนรักสัตว์ที่ชอบให้อาหารสุนัขจรจัดในที่สาธารณะกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ยังคงปรากฎให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง บ้างมองว่าทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง ปล่อยสุนัขขับถ่ายเรี่ยราด มีส่วนทำให้จำนวนสุนัขจรจัดเพิ่มขึ้น จากโต้เถียงปะทะคารม เขียนป้ายด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง ถึงขั้นลงมือทะเลาะวิวาทขึ้นโรงพัก สิ่งที่หลายคนสงสัยหนีไม่พ้นคำถามว่า หากสุนัขจรจัดในที่สาธารณะเหล่านั้นไปสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน ขับถ่ายเหม็นสกปรก เห่าเสียงดัง กระทั่งไปกัดคนอื่น ใครจะรับผิดชอบ? กรุงเทพมหานคร (กทม.) เคยออกข้อบัญญัติว่า นิยามความเป็นเจ้าของให้รวมถึงผู้ที่ให้อาหารเป็นประจำด้วย ปรากฎว่าถูกศาลฎีกาสั่งให้ถอนออก เพราะมันจะครอบคลุมไปถึงคนที่ให้อาหารสัตว์อื่นๆ เช่น คนให้อาหารนกพิราบ ถือเป็นเจ้าของนกพิราบไหม แต่ขณะเดียวกัน ถ้าคุณไปเที่ยวบอกคนอื่นว่าหมาตัวนี้เป็นของฉัน ฉันดูแลอยู่ ใครอย่ามาแกล้ง หรือคุณไปสร้างคอกแล้วเอาสุนัขไปไว้ในนั้น แบบนี้ถือว่าคุณครอบครองเป็นเจ้าของ เพราะกฎหมายระบุผู้ครอบครอง ไม่ใช่ผู้ที่ให้อาหาร ตรงนี้ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง ที่ผ่านมาหลายชุมชนติดป้ายด่าเพราะตีความผิด หน่วยงานเองก็ไม่ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรู้ เที่ยวให้ข้อมูลผิดๆ เพราะต้องการขู่คนรักสัตว์ ไม่มีใครมีสิทธิ์ไปห้ามคนอื่นไม่ให้อาหารหมา และคนให้อาหารหมาเองก็ไม่มีสิทธิ์ปล่อยให้มีขยะเกลื่อนกลาด สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ทางที่ดีคือ ขอให้คุยกันตรงๆเลย พี่ครับ ช่วยให้อาหารหมาเป็นระเบียบหน่อยได้ไหม คนรักสัตว์ก็ต้องฟัง ถ้าให้ไม่เป็นระบบ ก็ต้องแก้ไข ต้องทำตามกติกาสังคม เปลี่ยนจากด่าทอกัน มาปรึกษาหารือกันว่าจะทำยังไงดีกว่ามาด่า หรือติดป้ายประชดประชันกัน แบบนี้มันไม่จบ ถ้ามีปัญหากับสุนัขจรจัด ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ควรเรียกเทศบาลหรือเขตให้มาจัดการ เช่น สุนัขมาขี้เยี่ยวหน้าบ้านเป็นประจำ ก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่จะมาดูว่าเป็นปัญหาไหม […]

ชาวบ้านถึงกับก้มกราบนายอำเภอ!! ชาวบ้านในอำเภอหนองบัวระเหวเดือดร้อนหนักจากการตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านบ้านเรือนประชาชน

ภาพชาวบ้านก้มกราบ นางสาวสุกัญญา  กุลสุวรรณ์ นายอำเภอหนองบัวระเหว ตรงพื้นถนน เพื่อวิงวอนช่วยแก้ปัญหาการเข้าตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านบ้านเรือนประชาชนจำนวนมาก ที่ได้รับผลกระทบจากการเร่งเข้ามาตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ในรอยต่อกว่า 3 หมู่บ้าน ระยะทางยาวกว่า 22 กม. ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นช่วงที่นายอำเภอได้เดินทางลงพื้นที่บ้านหนองโจด หมู่ 3 ต.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เพื่อตรวจงานการขุดวางติดตั้งเสาสายไฟฟ้าแรงสูง เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (28 พ.ย.) โดยชาวบ้านคนดังกล่าวหลังก้มกราบ ก็ถูกนายอำเภอเมินหน้าเดินหนี ก่อนจะเดินเข้าไปพูดคุยกับตัวแทนบริษัทที่เข้ามาดำเนินการติดตั้งเสาไฟฟ้า และเดินทางกลับในเวลาต่อมาโดยไม่สนใจที่จะให้คำตอบและชี้แจงต่อชาวบ้านแต่อย่างใด และชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ต่างพากันหดหู่ใจต่อกรณีที่เกิดขึ้น  ล่าสุดหลังเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดเตรียมที่จะเดินทางขอเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ชัยภูมิ     ภาพและข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ใต้สันติสุข

ออกกำลังกายมากว่า 10 ปี โดนไล่ที่เพราะเสียงดังรบกวน หมอมาพักใหม่ นอนตอน 6 โมงเย็น

ดราม่าเกิดอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุเดือดร้อนต่อชาวบ้านที่มาเต้นแอโรบิค จำนวน 300–400 คน ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่งย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยโดนคำสั่งย้ายที่การออกกำลังกายแอโรบิค ให้ไปที่อื่นเพราะมีคนร้องเรียนว่าเสียงดังเกินกำหนด ซึ่งอันที่จริง สวนสาธารณะแห่งนี้มีการออกกำลังกาย ประเภทแอโรบิคมานานกว่า 10 ปี แล้ว และมีชาวบ้านเข้าร่วมกว่า 300-400 คน เป็นประจำ โดยมีผู้ใช้เฟสบุ๊กท่านหนึ่งได้โพสต์ระบุข้อความว่า “เพียงแค่คุณหมอท่านหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นหมอหรือป่าวไม่ทราบ ถึงทำพฤติกรรมแบบนี้ คุณหมอท่านนี้เป็นหมอที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง ในย่ายอนุสาวรีย์ชัย ได้ทำการร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตราชเทวีว่า ในสวนสาธารณะ ที่มีประชาชนจำนวนมากมาออกกำลังกาย มีหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่ประชาชนมาออกกำลังกายแบบแอโรบิค ในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และมีกิจกรรมนี้มาหลาย10 ปี ทุกๆวันจะมีสมาชิกมาออกกำลังกายแบบแอโรบิคเป็นจำนวนมาก ประมาณ300 – 400 คน และสะดวกในการเดินทาง และต่อรถกลับบ้าน แต่คุณหมอท่านนี้ ซึ่งมาอาศัยในระแวกนี้ เพียงแค่ 1 ปีหรือน้อยกว่านั้น และได้ร้องเรียนไปยังเขตว่า ให้พวกสมาชิกหลายร้อยคนหยุดกิจกรรมนี้ เนื่องจากทำให้เสียงดังหนวกหู รบกวนเวลานอนคุณหมอเพียงคนเดียว ซึ่งเวลา 18.00 น. จนถึง 19.00 น. […]

1 2