ผวจ.เพชรบูรณ์ แถลงขณะนี้จ.เพชรบูรณ์พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว 1 ราย

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ มีการเฝ้าระวังติดตามผู้ป่วยผู้สงสัยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระหว่างวันที่ 27 ม.ค.-12 มี.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ป่วย 19 ราย ส่งตรวจยืนยันเชื้อ 19 ราย ไม่พบเชื้อ 16 ราย อยู่ระหว่างรอผล 3 ราย และมีการติดตามแรงงานคน จ.เพชรบูรณ์กลับจากเกาหลีทั้งหมด 24 ราย โดยอยู่ในจ.เพชรบูรณ์ 11 ราย นอกจากจังหวัดอีก 13 ราย ซึ่งมีอาการปกติ 24 ราย วันที่ 16 มี.ค. นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้จ.เพชรบูรณ์พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว 1 ราย เป็นชายชาวต่างชาติสัญชาติเบลเยี่ยม อายุ 67 ปี มีบ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่อ.เมือง ซึ่งจากการสอบสวนโรคพบว่า ได้เดินทางมาจากประเทศเบลเยี่ยม และผ่านด่านศุลกากรที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นเหมารถตู้เดินทางไปพักผ่อนที่พัทยา จ.ชลบุรี นายสืบศักดิ์ กล่าวต่อว่า กระทั่งวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา มีอาการอ่อนเพลีย จึงให้ภรรยาไปรับเพื่อกลับมาบ้านที่ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ จากนั้น ได้เข้าทำการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง พบว่ามีอาการคล้ายติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์อีกครั้ง และผลการตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จริง นายสืบศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากทราบว่าผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อได้ทำการสอบสวนโรค เส้นทางที่ผู้ป่วยได้เดินทางและสถานที่พัก จากนั้น ได้ประสานไปยังหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อทำการเข้าไปตรวจสอบและทำความสะอาด รวมทั้งได้นำตัวผู้ใกล้ชิดเพื่อตรวจว่ามีการติดเชื้อด้วยหรือไม่ ปรากฏว่าผลออกมาเป็นลบ ไม่มีการติดเชื้อแต่อย่างใด นายสืบศักดิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ได้ขอให้ผู้ที่ใกล้ชิดและสัมผัสผู้ป่วย เฝ้าระวังกักตัวเองอยู่ภายในบ้านไม่ต่ำกว่า 14 วัน ซึ่งระหว่างนี้ได้สั่งการให้ผู้ใหญ่บ้าน อสม.ในพื้นที่เข้าไปสังเกตอาการทุกวัน ทั้งนี้ ขอให้ชาวเพชรบูรณ์อย่าได้ตื่นตระหนก และขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดในการป้องกันและดูแลตนเอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ป่วยดังกล่าวโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้มีการแยกผู้ป่วยรักษาในห้องแยกติดเชื้อความดันลบ พร้อมมีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวัง รวมทั้งคัดกรองอย่างเข้มข้น โดยวันนี้ได้เปิดทางเข้าออก โรงพยาบาลเพียง 4 จุดเท่านั้น และผู้ที่จะเข้าไปไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย หรือบุคคลที่จะไปติดต่องาน จะต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ถ้ามีไข้เกิน 37.5 จะถูกซักประวัติเพิ่มเติมเรื่องอาการมีไข้ ไอ เจ็บคอ และประวัติการเดินทาง พร้อมทั้งจะนำไปตรวจโดยละเอียดอีกครั้ง กรณีที่ผ่านการคัดกรองแล้วไม่พบปัญหา จะได้รับการปั๊มวันที่ที่ข้อแขนในแต่ละวัน เพื่อยืนยันว่าผ่านการคัดกรองแล้ว