สภาหวิว! ชวน หลีกภัย แจงเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้าสภาก่อนไปเวทีมวย

“ชวน หลีกภัย” ให้ กรรมมาธิการแต่ละชุดใช้ดุลพินิจตัดสินใจเองว่าจะนัดประชุมต่อหรืองดประชุม ส่วน กรรมมาธิการวิสามัญที่มีเวลาจำกัด หากงานยังไม่แล้วเสร็จ เสนอขยายเวลามาที่ประธานสภาฯ ได้ แจงเจ้ากรมสวัสดิการ ทหารบกมาชี้แจง กรรมมาธิการทหารก่อนไปเวทีมวย สำนักการประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งมายังสื่อมวลชนประจำรัฐสภาว่าหากมีความประสงค์จะสัมภาษณ์ประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ และ ส.ส.ขอให้ใช้จุดสัมภาษณ์เพียงจุดเดียว คือ จุดแถลงข่าวชั้น 1 ของอาคารรัฐสภา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19ต่อมาเมื่อเวลา 11.25 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้เดินมายังจุดแถลงข่าวเพื่อให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่อกรณีการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายในรัฐสภาว่า ในช่วงนี้ไม่มีการประชุมสภาฯ ที่มี ส.ส.จำนวนมาก เพียงแต่มีการประชุมคณะกรรมาธิการ ซึ่งจำนวนไม่มากนัก จึงกำหนดให้เป็นดุลพินิจของคณะกรรมาธิการแต่ละชุดที่จะวินิจฉัยว่าควรจะมีการประชุมต่อหรือไม่ และในฐานะประธานสภาฯ มีอำนาจสั่งให้งดการประชุมคณะกรรมาธิการช่วงนี้ไปก่อนได้ นายชวนกล่าวว่า สำหรับกรณีที่คณะกรรมาธิการเชิญบุคคลภายนอกมาชี้แจงนั้นสภาฯ ได้มีกระบวนการตรวจคัดกรองอยู่แล้ว แต่สำหรับกรณีไม่มีความแน่ใจในสถานการณ์ ทางคณะกรรมาธิการสามารถตัดสินใจได้ทันที ซึ่งตนจะย้ำไปยังคณะกรรมาธิการอีกครั้งเพื่อให้พิจารณาไปตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นวันที่สภาฯ ไม่มีประชุมคณะกรรมาธิการหรือนอกเวลาราชการ ก็ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองตามปกติเมื่อถามว่ามีกระแสเรียกร้องจาก ส.ส.บางส่วนเพื่อขอให้งดการประชุมคณะกรรมาธิการทุกคณะ นายชวนกล่าวว่า เป็นสิทธิที่คณะกรรมาธิการจะตัดสินใจได้ แม้ว่าในกรณีของคณะกรรมาธิการวิสามัญจะมีเวลาการทำงานจำกัด แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมาธิการวิสามัญสามารถขอขยายเวลาการทำงานมายังประธานสภาฯ […]

ถ้าหากถูกต้องและเป็นเสรีภาพ ถึงจะดังอย่างไรทุกคนก็ต้องทน

รัฐประศาสโนบายของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ถือเป็น “หลักชัย” ให้ “อดีตนายกรัฐมนตรี” ยึดในการบริหารประเทศและยืนหยัดต่อสู้กับความไม่ชอบธรรมบนสนามการเมืองในยุคเผด็จการทหารสุดขั้ว-เผด็จการเสียงข้างมากสุดแขนมาจวบจนถึงทุกวันนี้ มีครั้งหนึ่ง อดีตนายกชวน หลีกภัย กราบบังคมทูลในหลวงรัชกาลที่ 9ว่า เวลาตกเย็นที่หน้าทำเนียบ จะมีผู้คนจุดประทัดแก้บนกรมหลวงชุมพร ฯ เป็นประจำแทบจะทุกวัน บ่อยครั้งที่เสียงดังรัวจนน่าตกใจไม่ทราบเกล้า ฯ ว่าเสียงดังเข้ามาถึงในสวนจิตรลดาบ้างหรือไม่ จะได้ทำการปรามไปยังตำรวจ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับสั่งตอบว่า “อยู่ที่ว่าการจุดประทัดนั้นเป็นการผิดต่อกฎหมายหรือไม่ หรือเป็นเสรีภาพ ถ้าหากถูกต้องและเป็นเสรีภาพ ถึงจะดังอย่างไรทุกคนก็ต้องทน ฉันก็ต้องทน คุณชวนก็ต้องทน อย่าห่วงสวนจิตรฯมากกว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่หากไม่ใช่เสรีภาพหรือผิดกฎหมาย แม้ดังมาไม่ถึงสวนจิตร ฯ ก็ต้องห้ามปราม อย่าเอาตัวฉันหรือสวนจิตร ฯ เป็นเครื่องชี้วัด”