ชาวบ้านชาวเน็ต ต่างรุมจวกกลุ่มบิ๊กไบค์ ที่ออกทริปที่ภูทับเบิก ชนยายวัย 71 เสียชีวิต

ชาวบ้าน ชาวเน็ต ต่างรุมจวกกลุ่มบิ๊กไบค์ ที่ออกทริปที่ภูทับเบิก เพชรบูรณ์ ขับขี่รถเร็ว จนไปชนกับรถจักรยานยนต์ของยายวัย 71 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสศีรษะแตก เสียชีวิต หลังจากเหตุการณ์รถชนกันที่บนถนนทางหลวงหมายเลข 21 สระบุรี – หล่มสัก บริเวณจุดกลับรถ หมู่ 6 บ้านหนองยาว ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน ซึ่งเป็นกลุ่มรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ชนกับรถจักรยานยนต์ของ นางหนู ภูลายยาว อายุ 71 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสศีรษะแตก หมดสติ เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่ง รพ.บึงสามพัน แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคู่กรณีเป็นชายวัย 40 ปี ขี่รถ จยย.บิ๊กไบค์ บาดเจ็บเป็นแผลถลอกตามร่างกาย ซึ่งต่อมา เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมข้อความว่า “#ฝากให้คิดหน่อย นี่**ไม่ใช่**สนามแข่งรถ !  !! มันเป็นถนนหลวงนะครับพี่ๆ ต้องขับระวังๆ กันครับ ถึงไม่เกิดตรงนี้มันอาจจะเกิดสักที่ตรงไหนก็ได้นะคับ ขับช้าๆ ไม่มีคนว่าหรอกครับ ไม่มีคนด่าตาม…ดอกครับ เอาเงินมาให้บ้านเขา […]

ศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับ บอส อยู่วิทยา 3 ข้อหา มีอายุความอีก 15 ปี

วันที่ 25 ส.ค. รายงานข่าวแจ้งว่า ร.ต.อ.ภิชาภัช ศรีคำขวัญ รอง สว.(สอบสวน)สน.ทองหล่อ เดินทางไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อขออนุมัติหมายจับ นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง ศาลได้อนุมัติหมายจับ ลงวันที่ 25 ส.ค.63 ทั้งหมด 3 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ขับรถโดยประมาทเป็นให้เฉี่ยวชนรถอื่นเสียหายมีผู้ถึงแก่ความตาย 2.ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับความเสียหาย และไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในทันที และ 3.ข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคอีน) รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับการขอหมายจับครั้งนี้ เป็นไปตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญา มาตรา 147 “เมื่อมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้ว ห้ามมิให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับบุคคลนั้นในเรื่องเดียวกันนั้นอีก เว้นแต่จะได้พยานหลักฐานใหม่อันสำคัญแก่คดี ซึ่งน่าจะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหานั้นได้”  โดยพยานหลักฐานใหม่ มาจากคำให้การของผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดที่นำมาจากผู้เชี่ยวชาญ เอามารวบรวมในสำนวนครั้งนี้ สำหรับหมายจับดังกล่าวนั้น มีอายุความ 15 ปี ซึ่งหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะต้องส่งสำนวนให้อัยการ เพื่อให้ทางอัยการมีความเห็นพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ก่อนจะมีการออกหมายแดง และส่งกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ทำเรื่องส่งต่อไปยังตำรวจสากล […]

แฉกันชัดๆ เอกสารหลักฐานคดีทายาทกระทิงแดง พยายามปั้นเรื่องเพื่อพลิกคดี โยนความผิดไปให้ผู้ตาย

“รสนา” เปิดเอกสาร กมธ.สนช.ชี้ชัด “ธานี” นำทีมปั้นรายงานลดความเร็วรถ “บอส อยู่วิทยา” เพื่อขอความเป็นธรรม แต่ถูกอัยการสูงสุด 2 คนก่อนสั่งยุติทั้งหมด จน อสส.คนปัจจุบันเข้ามา มี “ไอ่โม่ง” นำรายงาน กมธ.สนช.มาปัดฝุ่นยื่นขอความเป็นธรรมอีกครั้ง นำไปสู่การใช้ “ดุลพินิจใหม่” จากหลักฐานเก่าที่เคยถูกตีตกไปแล้ว พลิกคดีเป็นสั่งไม่ฟ้อง เป็นกระบวนการสมคบคิดเพื่อตัดตอนไม่ให้ผู้ต้องหามีคดีติดตัว ด้วยอำนาจเงินและคอนเนกชันหรือไม่ ภายหลังจาก น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้ยื่นหนังสือขอเอกสารกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตํารวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เกี่ยวกับการพิจารณาเรื่องร้องขอความเป็นธรรมในคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ล่าสุด วันนี้ (15 ส.ค.) น.ส.รสนา ได้โพสต์ภาพเอกสารกรรมาธิการ สนช.ดังกล่าว พร้อมแสดงความเห็นทางเฟซบุ๊ก รสนา โตสิตระกูล ว่า “คดี วรยุทธ อยู่วิทยา คือ กระบวนการสมคบคิดตัดตอนคดี ใช่หรือไม่ “เอกสารรายงานบันทึกการประชุม และหนังสือนำส่งอัยการของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ […]

งงกันทั้งประเทศ? ผลตรวจพบสารโคเคนในร่างกาย บอส อยู่วิทยา กลายเป็นแค่ยารักษาฟันเฉยๆ

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษก กมธ.ตำรวจ เปิดถึงสารเสพติดที่ถูกตรวจพบในตัว “บอส อยู่วิทยา” ว่า เรื่องสารเสพติดโคเคนที่พบในตัวผู้ต้องหานั้น พนักงานสอบสวนให้ข้อมูลว่าได้รับการยืนยันจาก หมอฟันว่าสารที่ตรวจพบในร่างกายนายบอสเป็นยาที่ให้ผู้ต้องหาในการรักษาฟันที่มีส่วนผสมของสารโคเคนอยู่ ทำให้ไม่สั่งฟ้องเรื่องสารเสพติด ส่วนการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ต้องหา หลังจากเกิดเหตุไปแล้ว 10 ชั่วโมง ก็ยังพบปริมาณแอลกอฮอล์ 60 มิลลิกรัม แต่ผู้ต้องหายืนยัน เป็นการดื่มหลังเกิดเหตุ เพราะเครียด ไม่ได้ดื่มสุราระหว่างขับรถ แต่กมธ.ยังติดใจว่า ช่วงเวลาที่ห่างกัน 10 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาไปกินอาหารหรืออะไรบางอย่าง เพื่อให้ปริมาณแอลกอฮอล์ลดลงหรือไม่.

หมอพรทิพย์ สงสัยในคดีทายาทกระทิงแดง ไม่โปร่งใส ไม่เน้นที่ความยุติธรรม

แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Porntip Rojanasunan ระบุเกี่ยวกับกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยาว่า ในที่สุดสถานการณ์ก็เดินเข้าสู่เส้นทางกรรม แผนปฏิรูปประเทศถูกกำหนดกรอบไว้ว่าต้องสร้างระบบรวบรวมพยานหลักฐานใหม่ เจ้าหน้าที่ต้องมีความรู้ มีอำนาจในการเก็บหลักฐาน ส่งตรวจ ทำรายงาน ไม่ใช่ปล่อยให้ใช้ดุลพินิจ เลือกเก็บ เลือกตรวจ เลือกทำสำนวนโดยพนักงานสอบสวน พยานหลักฐานจะเข้าสู่สำนวนทั้งหมด อัยการและศาลจะได้เห็นในสำนวน ผู้ตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ต้องมีระบบประกันคุณภาพ มีความรู้มีความสามารถมีคุณธรรม ความเร็วรถจะแตกต่างกันขนาดนี้ไม่ได้ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเดินหน้าไม่ได้เลยเพราะไม่มีเจ้าภาพและยังมีหน่วยต่อต้าน แต่กรณีนี้มีประเด็นเรื่องการสั่งของอัยการ และผู้บังคับบัญชาตำรวจที่ทำไมจึงดูเหมือนเป็นการตัดสินใจโดยลำพัง ที่หนักสุดเห็นจะเป็นกรรมาธิการทางการเมืองทั้งระดับส.ส.และส.ว.ที่ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ รายชื่อที่ปรากฎสะท้อนระบบพรรคพวก ไม่ได้เน้นที่ความยุติธรรม ที่สำคัญทนายความในคดีทำไมจึงมีชื่อเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการชุดนี้และตัวเองยังยื่นเรื่องขอความเป็นธรรม อีกเรื่องที่พยายามผลักดันทุกทางคือสิทธิที่จะรับรู้ของเหยื่อ ระบบของไทยมักปกปิด อ้างว่าเป็นความลับในสำนวน จนทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ คราวนี้สื่อนอกเป็นผู้เสนอข้อมูลให้สังคมได้รู้จนร้อนเป็นไฟไปทั่ว เรื่องนี้เห็นทีจะเงียบหายง่ายๆไม่ได้แน่นอน  

1 2 3