อดีตดาราดัง โดนนักต้มตุ๋นสาวหลอกซื้อบ้านกว่า 50ล้าน แถมยังโกงสามี

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 12 ก.ย.64 ที่หน้าบ้านเลขที่ 154/5 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอนุสรา จันทรังษี อดีตดาราชื่อดังในยุค 80 พร้อมด้วย นายธเนตร วงษา สามีซึ่งเป็นนักธุรกิจและทำอสังหาชื่อดัง ข่าวที่เกี่ยวข้อง กบ อนุสรา อดีตนางเอกดัง ปัจจุบัน อายุ 52 ปียังสวยไม่เปลี่ยน ช็อก! พบศพอดีตนักแสดงเด็กชื่อดัง รอผลพิสูจน์การเสียชีวิต เปิดแถลงข่าว จากกรณีถูกผู้ซื้อบ้านฉ้อโกงในการซื้อขายบ้านสุดหรูราคา 55 ล้านบาท และเพื่อให้หลายๆ คนพึงระวัง เพราะผู้ที่มาเช่าซื้ออ้างประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหุ้นแถมยังหลอกสามีจนสูญเงินอีกหลายล้านบาท นางอนุสรา เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้ตนซื้อมาตอนแรกก็คิดว่าจะมาอยู่ แต่ก็ไม่ได้มาอยู่เพราะอยู่บ้านอีกหลังใน กทม.จึงคิดว่าจะขายโดยมีคนติดต่อมาขอเช่า ซึ่งตนก็บอกไปว่าไม่ให้เช่าต้องการขาย โดยผู้ที่ชื่อเล่น แอม อายุ 26 ปี อ้างว่าตนเองเช่าอยู่บ้านหลังละ 200,000 บาทอยู่แล้ว คุยไปคุยมาตนก็จะขอขายเงินผ่อนให้ในราคา 55 ล้านบาท เป็นบ้านสุดหรูบนที่ดิน 252 ตารางวา 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ติดทะเลสาบ 100 ไร่ โดยวางเงินดาวน์ 5 ล้านบาท และผ่อนชำระเดือนละ 300,000 บาท ด้าน นายธเนตร เปิดเผยว่า หญิงวัย 26 ปีที่มาขอซื้อบ้านจากการดูโปรไฟล์ก็เคยอยู่บ้านหลังใหญ่มา คงเก่งและมาทำเรื่องเช่าซื้อกับตนเอง แต่กลับไม่ตรงตามที่คิดไว้ แถมยังมาชวนตนเล่นหุ้นทางด่วนอีก 6 ล้านบาท เราคิดว่ามีฝีมือ โดยแอมอ้างว่าได้หุ้นทางด่วนมาล้านหุ้นจะมาแบ่งขายให้หุ้นละ 5 บาท ตนจึงร่วมลงทุนหุ้นไป 315,000 หุ้น ซึ่งหุ้นก็มีในตลาดแต่ตนไม่ทราบว่า แอม เทรดที่ไหน ตนไว้ใจเพราะเขามาซื้อบ้านเรา จากการที่ตนไปสืบหาประวัติก็พบว่าไปตีสนิทและหลอกร่วมลงทุนแบบนี้หลายคน ที่ตนมาแถลงข่าววันนี้เพราะอยากให้นักลงทุนระวัง และอยากให้ตนเป็นคนถูกหลอกคนสุดท้าย เพราะถือว่าเป็นภัยสังคม อาจจะเอาบ้านของตนเองไปสร้างโปรไฟล์หรูๆ หลอกคนอื่นอีก ซึ่งปกติตอนมาอยู่แรกๆ มีรถหรูหลายคัน แต่ตอนนี้เหลือเพียงบีเอ็มดับเบิลยู 1 คัน รวมทั้งค่าไฟยังค้างอยู่อีก 69,000 บาท การไฟฟ้าก็มาตัดไฟไปแล้ว ซึ่งตนไปแจ้งความไว้แล้วที่ ปอท. นางอนุสรา เปิดเผยอีกว่า บ้านที่ตนขายนั้นมีสัญญาจัดซื้อจัดขาย ระบุชัดเจนว่าหากผู้ซื้อผิดสัญญาตามข้อตกลงต้องออกเลย และต้องออกตั้งแต่วันที่ 2 กรกฏาคม 2564 แต่ก็เลยมา 2 เดือนก็ยังไม่ออกซึ่งผิดสัญญาชัดเจน และมีการพูดคุยกันกับแอมตลอดและขอเลื่อนตลอด ก็อยากจะบอกว่าให้ระวังพฤติกรรมจะอยู่บ้านหรูแพงๆ และก็จะออกมาเดินจูงหมาให้คนเห็นคนที่รักหมาก็จะทักก็จะชวนคุยแล้วก็จะหลอก ซึ่งมีหลายคนที่โดนหลอก บางรายโดนไป 1 ล้าน และอีกรายโดนไป 3 ล้าน ก็อยากให้ระวังเพราะจะพูดจาดีมากหน้าใสซื่อ

เตือน!! ขายผ่านออนไลน์ เสี่ยงขึ้นเงินไม่ได้ เมื่อถูกรางวัล

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เตือนผู้ซื้อสลากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ แล้วไม่ได้รับสลากที่ซื้อมาเก็บไว้กับตัวเอง มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้เงินเมื่อถูกรางวัล เนื่องจากไม่มีสลากตัวจริงมาขึ้นเงิน ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ผอ.กองสลาก ออกตรวจพบร้านค้าให้ความร่วมมือ ไม่ขายสลากเกินราคา 80 บาท กองสลาก ปรับปรุงระเบียบ “ห้ามคนอายุต่ำกว่า 20 ปี” ขึ้นเงินลอตเตอรี่ ซึ่งวิธีการขายสลากออนไลน์ดังกล่าว เป็นเพียงการซื้อขายหมายเลขโดยไม่มีตัวสลากมอบให้กับผู้ซื้อ แต่อ้างอิงผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล เข้าข่ายความผิด ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 สำหรับตัวแทนจำหน่าย สมาคม องค์กร และผู้ซื้อจองล่วงหน้า ที่รับสลากไปขายต่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือเว็บไซต์ต่างๆ ถือเป็นการทำผิดเงื่อนไขในสัญญาและหลักเกณฑ์การรับสลากไปขาย ซึ่งสำนักงานสลากฯ ได้ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่ายรายย่อย สมาคม องค์กร ที่ขายสลากผ่านออนไลน์แล้ว 3,415 ราย และยกเลิกการลงทะเบียนผู้ซื้อ-จองล่วงหน้าอีก 314 ราย รวมทั้งสิ้น 3,729 ราย มีจำนวนสลากทั้งหมด 108,786 ฉบับ (ข้อมูล ณ 1 มี.ค. – 16 พ.ค. 64 ) ส่วนกรณีตัวแทนจำหน่ายขายสลากเกินราคา ขายผ่านออนไลน์ รวมถึงการฉ้อโกงประชาชน ขณะนี้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ) ได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดแล้ว 744 ราย

หนุ่ม “รับจ้างเปิดบัญชี” ผ่านไป 5 ปี โดนหมายจับ 11 หมาย

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม ผกก.กก.สส.บก.น.8 พร้อมด้วย พ.ต.ท.วาทิตย์ โรจนไพฑูรย์ รอง ผกก.สส.บก.น.8 และ พ.ต.ท.นัทธพงศ์ แก้วอยู่ สว.สส.กก.สส.บก.น.8 จับกุม นายพิทยา ผินสุวรรณ อายุ 23 ปี ชาว จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ 156/2563 ลงวันที่ 28 พ.ค. 63 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายพิทยา ได้ที่ห้องเช่า อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยการบุกจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตั้งแต่ปี 2559 มีผู้เสียหายหลายรายถูกหลอกให้โอนเงินค่าสินค้า และค่ามัดจำรถยนต์มือสอง ที่ตกลงซื้อขายกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย เข้าเบอร์บัญชีของ นายพิทยา จำนวนมหาศาล มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท กระทั่งเหยื่อมีการแจ้งความดำเนินคดีและขออนุมัติหมายจับจากศาลทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ กระบี่ นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ ขอนแก่น บุรีรัมย์ สิงห์บุรี นนทบุรี และสระบุรี รวมทั้งสิ้น 11 หมาย กระทั่งชุดจับกุมสืบทราบว่า นายพิทยา ทำงานช่างเชื่อม และเป็นลูกจ้างร้านคาร์แคร์ในพื้นที่ จ.นนทบุรี จึงนำหมายจับเข้าจับกุมดำเนินการตามกฎหมาย สอบสวน นายพิทยา ให้การอ้างว่า ไม่เคยไปหลอกขายรถยนต์หรือสินค้าใดๆ ทางโซเชียลมีเดียมาก่อน แต่เมื่อปี 2559 ตอนนั้นตนอายุเพียง 17 ปี มีเพื่อนรุ่นพี่มาว่าจ้างให้เปิดบัญชีธนาคารให้ จำนวน 4 บัญชี ได้ค่าจ้างเล่มละ 3,000 บาท รวม 12,000 บาท แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จึงคาดว่าน่าจะถูกมิจฉาชีพนำเลขที่บัญชีตนไปใช้ให้เหยื่อโอนเงินจนสร้างความเสียหาย เบื้องต้นชุดจับกุมยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.บางกอกน้อย ดำเนินการสอบปากคำอย่างละเอียด และแจ้งผู้เสียหายท้องที่อื่นๆตามมาอายัดตัวต่อไป   แม่ค้าเมืองสุดช้ำ! ถูกหลอกโอนเงินกว่า 39 ล้าน อ้างวิ่งเต้นถอนอายัดเงินฝากหมื่นล้าน ถ้าสำเร็จจะแบ่งให้ 5,000 ล้าน ข้องใจ ‘ประสิทธิ์’ นักต้มตุ๋นกองทัพ โยง ‘บิ๊กตู่’ ยิ่งอยู่ ยิ่งมัวหมอง

หนุ่มญี่ปุ่น โปรยเสน่ห์จีบผู้หญิง หลอกคบซ้อนสาว 35 คน ก่อนจะขายเครื่องกรองน้ำ

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 สื่อญี่ปุ่น รายงานว่า มีหนุ่มญี่ปุ่นรายหนึ่งชื่อว่า ทาคาชิ มิยากาวะ หนุ่มคันไซ วัย 39 ปี ไม่มีอาชีพหลักหรืองานประจำ และที่อยู่อาศัยที่ชัดเจน โดยปกติแล้วจะทำงานเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ทั่วไปเท่านั้น แต่สิ่งที่เขามีอยู่ติดตัวนั่นก็คือ “ปาก” เขามักจะใช้มันเป็นอาวุธ เพื่อหยอดคำหวานแสนอันตราย โปรยเสน่ห์จีบผู้หญิง ก่อนจะบอกวันเกิดปลอม ๆ เพื่อหลอกเอาเงินและของขวัญวันเกิดราคาแพง     หญิงวัย 47 ปีรายหนึ่งถูกหลอกว่า ตัวของเขานั้นเกิดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ แต่เขากลับอ้างกับหญิงวัย 40 ปีอีกคนหนึ่งว่าเขาเกิดเดือนกรกฎาคม และหลอกผู้หญิงวัย 35 อีกคนว่าเขาเกิดในเดือนเมษายน ซึ่งความเป็นจริงนั้นมิยากาวะเกิดวันที่ 13 พฤศจิกายน เพียงแค่ 3 คนนี้ มิยากาวะก็ได้บัตรของขวัญอิเล็กทรอนิกส์ 20,000 เยน (ราว 5,800 บาท) และได้ชุดสูทราคา 30,000 เยน รวมเป็นเงินราว 100,000 เยน (ราว 29,000 บาท)     ในขณะที่หญิงสาวอีกรายหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยว่า มิยากาวะ จูบเธอหลังจากที่ออกเดตไปได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น พร้อมกับหยอดคำพูดที่แสนหวานใส่เธอว่า “ผมจริงใจกับคุณ คุณคือคนที่ฟ้าลิขิตมาสำหรับผม ผมจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป” แน่นอนว่าระหว่างที่เธอกำลังหลงระเริงไปกับคำพูดอันแสนหวานอยู่นั้น มิยากาวะใช้โอกาสนี้พูดคำลวงอีก ก่อนจะขายเครื่องกรองน้ำ รวมทั้งให้เซ็นสัญญาผลิตภัณฑ์ ในทันที ซึ่งจากคำให้การของเหยื่อ กล่าวว่า มิยากาวะออกเดทกับผู้หญิงอย่างน้อย 35 คน เมื่อผู้หญิงหลายคนนั้นเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกมิยากาวะหลอกนั้น พวกเธอก็เริ่มรวมตัวกัน  รวบรวมหลักฐานเพื่อเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นมิยากาวะก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวในข้อหาฉ้อโกง   ที่มา : MBS / ESUTERU เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง เจ้าเหมียวญี่ปุ่น ถูกแต่งตั้งเป็น หัวหน้าตำรวจ หลังช่วยชีวิตชายชราที่ตกคูน้ำได้ปลอดภัย นักวิจัยญี่ปุ่นพัฒนา “วิธีตรวจโควิด” ภายใน 5 นาที รู้ผลเร็วที่สุดในโลก

คลังเอาจริง!! ฟันร้านธงฟ้าหัวหมอ เสียหายไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

คลังเอาจริง!! ฟันร้านธงฟ้าหัวหมอ เสียหายไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท นางสุธิษา จารุเมธาวิทย์ คลังจังหวัดนครพนม เผยความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่คลังจังหวัดนครพนมและผู้เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นร้านค้าโชวห่วยแห่งหนึ่ง ที่ ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นร้านค้าที่ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการธงฟ้า รับแลกซื้อสินค้า บัตรประชารัฐ และโครงการเราชนะ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทัวร์ลงยับ!! สาวเหยียดเเรงหนุ่มใช้ ‘เราชนะ’ ลั่น ทุเรศ!!! ตอนเดต นึกว่ารวย-ที่แท้ขอเงินรัฐบาล       พบการกระทำผิดของร้านโชว์ห่วยดังกล่าว ฉวยโอกาสรับแลกขึ้นเงินสดจากประชาชนที่ได้รับสิทธิแทนการแลกซื้อสินค้า พร้อมหักหัวคิวร้อยละ 10% โดยจะมีการเหมาจ่ายล่วงหน้า และเก็บบัตรลูกค้าไว้รูดเป็นเงิน ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายตาม จึงได้ตรวจยึดเอกสารหลักฐานในการกระทำความผิดหลายรายการ พร้อมมีการตรวจสอบพบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของประชาชน ที่มีชาวบ้านนำมาใช้สิทธิ์ จำนวน 393 ใบ จึงตรวจยึดเป็นหลักฐานนำมาสอบสวนขยายผล พิจารณาเอาผิดตามกฎหมาย     เบื้องต้นทางคลังจังหวัดนครพนมได้สรุปข้อมูลหลักฐานเสนอไปยังกระทรวงการคลัง พิจารณาความผิดเพื่อนำหลักฐานเข้าไปแจ้งความดำเนินคดี ใหข้อหาหลักจะมีการแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของร้าน คือ ฐานความผิดฉ้อโกง รวมถึงพิจารณาความผิดทางแพ่งให้ชดใช้ตามวงเงินที่เกิดความเสียหาย มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท  

1 2 3 4