เห็นใจ! ป้า อสม. ฉีดวัคซีนซิโนแวค แขนขาอ่อนแรง

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2564 ป้า อสม. วัย 63 ปี เผยฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก แล้วแขนขาอ่อนแรง เหนื่อยหอบ ผ่านมา 7 วันยังไม่หาย หมอยันเป็นอาการทางจิต กรณี นางกัญญา ถนอมมิตร อายุจริง 63 ปี (อายุตามบัตรประชาชน 57 ปี) อาศัยอยู่ บ้านเลขที่ 123 ม.12 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเองอยู่ในสภาพอ่อนเพลีย หายใจเหนื่อยหอบ  วันนี้แขนขาซีกซ้ายไม่มีความรู้สึก และหายใจเหนื่อยหอบตลอดเวลา ทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำงานเองทุกอย่างทั้งตัดหญ้าและทำสวน เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ญาติติดใจ! หญิงดับ หลังฉีดวัคซีน ‘โควิด’ ผู้เชี่ยวชาญชี้ไม่เกี่ยว คาดมีโรคประจำตัว อายัดศพ “น้องเมย์” ดับปริศนาไปตรวจพิสูจน์การเสียชีวิต หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 นางกัญญา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ช่วงเช้าตัดหญ้าแล้วเดินทางไป รพ.บ้านค่าย กับเพื่อน อสม. รวม 3 คน เพื่อรับการฉีดวัคซีนเนื่องจากเป็น อสม. ต้องทำหน้าที่เป็นด่านหน้า และยังต้องเลี้ยงหลานจึงต้องการความปลอดภัย ก่อนฉีดยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ และบอกว่าอายุจริงประมาณ 63 ปี ในบัตรประชาชนไม่ถึง เจ้าหน้าที่ก็ไม่ว่าอะไร ให้เข้าไปฉีดตามปกติ หลังฉีดก็ไม่มีอาการ แต่พออีกวัน กลับมีอาการ แขนขาอ่อนแรง เจ็บแป๊บๆ ที่หน้าอกซ้าย จึงขับรถด้วยตนเองไป รพ.บ้านค่าย ได้รับการตรวจเลือด และให้น้ำเกลือ พอน้ำเกลือหมดขวด ก็ให้กลับบ้าน จนถึงวันนี้ผ่านมา 7 วัน อาการยังไม่ดีขึ้น ทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม หายใจเหนื่อยหอบ ซีกขวายังไม่มีความรู้สึก เสียใจอย่างมากที่ตัดสินใจผิด ถ้ารู้ว่าจะต้องเป็นอย่างนี้ก็จะไม่ฉีด หากจะต้องตายเพราะโควิดก็ยอม เพราะตอนนี้ทุกข์ทรมานมาก อย่างไรก็ตาม นายแพทย์ประสิทธ์ ทองสดายุ ผอ.รพ.บ้านค่าย เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าวแพทย์ผู้รักษาให้ข้อมูลว่า ได้คุยกับบุตรของผู้ป่วยในวันที่มา รพ. บุตรแจ้งว่าผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลียอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนรับวัคซีน​ วันที่มา รพ. หลังจากที่มีอาการ แพทย์​ตรวจอาการทางระบบประสาทพบว่าปกติ​ ตรวจเลือดผลปกติ น่าจะเข้าได้กับ ISRR ภาวะเครียดจากการรับวัคซีน​ ล่าสุด นักข่าวได้ติดตามอาการ กัญญา  เจ้าตัวเผยว่า ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว

ญาติติดใจ! หญิงดับ หลังฉีดวัคซีน ‘โควิด’ ผู้เชี่ยวชาญชี้ไม่เกี่ยว คาดมีโรคประจำตัว

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กของ โรงพยาบาลสามเงา โพสต์เอกสาร รายงานผลการพิจารณาอาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ระบุว่า รายงานผลการพิจารณา กรณีบุคลากรโรงพยาบาลสามเงา เสียชีวิตภายหลังการได้รับวัคซีนโควิด-19 โดยคณะผู้เชี่ยวชาญอาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ที่มา กองระบาดวิทยา รายงาน ณ วันที่ 23 เมษายน 2564 ข่าวเพิ่มเติม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยสถานการณ์โควิดระบาด เข้าขั้นวิกฤตของประเทศแล้ว แจง แฟน แจ๊ส ชวนชื่น ยกรถตู้ส่วนตัว รับผู้ป่วยโควิด19 ทั้งนี้ ภายในเอกสารดังกล่าวระบุว่า กองระบาดวิทยาได้รับรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคจากวัคซีนโควิด-19 จำนวน 1 ราย โดย ที่โรงพยาบาลสามเงาเสียชีวิต 1 ราย โดยผลจากการพิจารณา ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาอาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ระบุว่า สาเหตุของการเสียชีวิตไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน แต่เป็นเหตุการณ์ร่วม โดยผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเดิมคือไขมันในเลือดสูง และเบาหวานที่ไม่ได้กินยาสม่ำเสมอ ผลการชันสูตรพบเส้นเลือดหัวใจเส้นใหญ่ตีบ มีรอยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเดิม ร่วมกับผู้ป่วยมีประวัติเจ็บปวดสะบักด้านซ้ายเป็นๆ หายๆ ซึ่งอาจเป็นอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาก่อนแต่ที่ไม่เคยได้รับการรักษา นอกจากนี้ อาการท้องเสียอาจเป็นเหตุเสริมทำให้ อาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเป็นมากขึ้นได้ อย่างไรก็ดี ในโลกออนไลน์ โพสต์ภาพสเตตัสของญาติผู้เสียชีวิต ที่ออกมาบอกว่า ผลชันสูตรยังไม่ออกอย่างเป็นทางการ ทางโรงพยาบาลไม่ได้แจ้งครอบครัวก่อนจะลง และข้อมูลการทานยาไม่สม่ำเสมอ รวมทั้งปวดสะบักซ้ายมาก่อน ทางครอบครัวไม่ได้มีใครให้ข้อมูลเช่นนั้น ไม่แน่ใจว่าต้องการสื่อให้ไปทางหัวใจขาดเลือดจากพฤติกรรมที่ไม่ดีหรือเปล่า แม่ผมก็เป็นพยาบาลในโรงพยาบาลสาธารณสุขตรวจสุขภาพทุกปี ทำไมถึงไม่รอผลชันสูตรทางการก่อน รวมทั้งมั่นใจแค่ไหนหรือมีหลักฐานงานวิจัยชิ้นไหน ว่าวัคซีนไม่ได้มีผลต่อเลือดหรือหลอดเลือด ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ทางเฟซบุ๊กของ โรงพยาบาลสามเงา ได้ลบโพสต์รายงานดังกล่าวออกไป

“ประยุทธ์” เสียใจ คนฉีดวัค “ซิโนแวค” เจอผลข้างเคียง-อัมพฤกษ์ชั่วคราวถึง 6 ราย

วันที่ 21 เม.ย. ที่เขตหนองจอก กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีผลข้างเคียงของวัคซีน “ซิโนแวค” หลังผู้ป่วยได้รับ แล้วมีอาการเป็นอัมพฤกษ์ชั่วคราวถึง 6 ราย ว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายก กล่าวว่า ตนได้บอกไปแล้วว่า การฉีดวัคซีนนั้นมีความเสี่ยง จะต้องดูแลรักษา หากรุนแรงก็ต้องว่าไปตามมาตรการทางการแพทย์ ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด ซึ่งก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้าน พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงเช้าได้รับรายงานเข้ามาว่าทุกท่านมีอาการดีขึ้น โดยอาการที่เกิดขึ้นไม่ใช่โรคอัมพฤกษ์ แต่เป็นอาการคล้ายอัมพฤกษ์ โดยจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ชา ประสาทสัมผัสไม่รู้สึก ซึ่งทุกท่านมีอาการฟื้นตัวดีขึ้นแล้ว   ภูเก็ต ยกระดับมาตรการคุม โควิด-19 ใครเข้าต้องฉีดวัคซีนครบ 2 โดส ” หมอยง ” ย้ำชัดๆ โควิดเป็นเเล้วเป็นอีกได้ – อาจต้องให้วัคซีนเป็นระยะๆ

สธ.เผย พบผู้เสียชีวิตรายแรกหลังฉีดวัคซีนโควิด-19

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2564 นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ อำนวยการบริหารจัดการให้วัคซีนป้องกัน โควิด-19 กล่าวถึงกรณีนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีไข้หลังรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ต้องเข้าโรงพยาบาล 4 วัน ว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้เลย แต่ที่ผ่านมา ตามระบบการรายงานติดตามอาการข้างเคียงหลังรับวัคซีน ยังไม่พบว่า มีเคสที่มีอาการข้างเคียงรุนแรงแต่อย่างใด ส่วนรายงาน อาการข้างเคียงส่วนใหญ่ที่พบ เป็นอาการไม่มาก เช่น ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด และมีอาการมีไข้หลังการรับวัคซีนก็เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ ส่วนใหญ่ประมาณ 1 วันหรือ 2 วันก็หายแล้ว   นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงที่พบ มี 2 ราย แพ้วัคซีนในลักษณะลมพิษขึ้น ส่วนอีก 1 ราย ที่กำลังนำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการพิจารณาอาการข้างเคียงหลังรับวัคซีน คือ กรณีมีผู้ป่วยเส้นเลือดในท้องโป่งพองแตก และเสียชีวิตหลังรับวัคซีน แต่คาดว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับวัคซีน เนื่องจากว่าผู้ป่วยรายนี้ ป่วยโรคเส้นเลือดโป่งพองในท้อง อยู่ระหว่างรับการรักษาอยู่แล้ว ซึ่งโรคนี้มีโอกาสที่เส้นเลือดจะแตกได้ตลอดเวลา ซึ่งก็เกิดขึ้นหลังรับวัคซีน ดังนั้นตามหลักแล้ว เมื่อมีอะไรที่เกิดขึ้นระหว่างการรับวัคซีนก็ต้องนำเข้าคณะกรรมการเพื่อสอบสวนต่อไป อย่างไรก็ตามในรายละเอียดขอให้สอบถามไปยังกรมควบคุมโรค เบื้องต้นคาดว่าอายุน่าจะไม่ถึง 60 ปี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ที่มีการฉีดวัคซีนโควิดในประเทศไทยเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 จนถึงปัจจุบัน เพิ่งจะมีรายงาน ว่ามีการเสียชีวิตเกิดขึ้นแต่ก็ต้องเข้าสู่คณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ให้ชัดเจนอีกครั้งว่าเกิดจากการรับวัคซีนหรือไม่

อนุทิน ไม่บังคับ บิ๊กป้อม ฉีดวัคซีน รับมอบแอสตร้าฯ พร้อมเดินหน้าฉีดอายุ 60 ปีขึ้นไป

วันนี้ (8 มี.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น. ที่คลังเก็บวัคซีน กรมควบคุมโรค นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ. และผู้บริหาร สธ. รับมอบวัคซีนโควิด 19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า 117,300 โดส โดย นายอนุทินกล่าวว่า ได้มาตรวจสอบความเรียบร้อยกับตา พบว่า วัคซีนอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ถูกเก็บรักษาไว้ในห้องควบคุมอุณหภูมิตามมาตรฐาน จากนี้จะส่งตัวอย่างส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจ ซึ่งวัคซีนนี้จะช่วยให้ฉีดครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย บุคลากรอายุ 60 ปีขึ้นไปใน 5 จังหวัด และบุคคลสำคัญของประเทศ เมื่อถามว่า ผู้นำประเทศที่จะฉีดวัคซีนของแอสตร้าฯ นอกจากนายกรัฐมนตรี จะฉีดให้คนอื่นด้วยหรือไม่ เช่นพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายอนุทิน กล่าวว่า แล้วแต่ท่านไปบังคับไม่ได้ พรุ่งนี้จะเรียนนายกฯ ว่ามีความพร้อมแล้ว ส่วนจะฉีดวันไหนท่านจะกำหนดลงมา อย่างไรก็ตาม นายกฯ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่จะฉีดวัคซีน เพราะเป็นผู้นำประเทศ แสดงเจตจำนงว่าจะฉีดเพื่อให้เกิดความมั่นใจ มีการเดินทางบ่อยๆ ประชุมพบปะคนจำนวนมาก เมื่อถามถึงกรณี นายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เข้ามาหารือวันนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า มาหารือ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.มายืนยันว่าทางการจีนอนุมัติวัคซีนซิโนแวค 8 แสนโดสให้ไทยแล้ว คาดว่ามาถึงไทยประมาณวันที่ 25 มี.ค. ซึ่งท่านอุปทูตรักษาการบอกมาอย่างนี้ ไม่ใช่ตนพูดเอง 2.ขอให้ไทยช่วยพิจารณาฉีดวัคซีนโควิดให้คนสัญชาติจีนที่พำนักอยู่ในไทย เรารับในหลักการ เพราะไทยจีนก็พี่น้องกัน โดยไทยจะทำหนังสือขอรับการสนับสนุนวัคซีนจากจีนในฐานะมิตรประเทศ ซึ่งนายหยางซินหารือกับนายกฯ มารอบหนึ่งแล้วขอให้ทำหนังสือแสดงความจำนงขอรับวัคซีน ซึ่งหากให้วัคซีนมาก็อาจระบุเงื่อนไขว่าให้ดูแลคนจีน 3.ขอให้พิจารณาร่วมกับประเทศจีน จัดตั้งศูนย์การฉีดวัคซีนให้ชาวจีนโพ้นทะเลในภูมิภาคอาเซียนหรืออินโดจีน ถ้าทำได้ ซึ่งฟังแล้วเป็นเรื่องที่ดี ถ้าตั้งได้ก็จะเกิดผลดีกับไทย จะได้นักท่องเที่ยวด้วย เพราะต้องฉีด 2 โดส กรมควบคุมโรคจะต้องไปหารือร่วมกับจีนว่าระหว่างรอฉีดเข็ม 1 เข็ม 2 จะสามารถท่องเที่ยวในไทยภายใต้มาตรการความปลอดภัยอย่างไร เรื่องนี้เรารับคอนเซ็ปต์มาก่อนแล้วมาหารือกัน ฟังดูแลเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้น เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง สร้างความมั่นใจ เป็นชื่อเสียงของประเทศ เราก็ต้องพิจารณาอย่างจริงจัง และ 4.เรื่องการยอมรับวัคซีนพาสปอร์ตระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งจะทำให้ผ่านการเข้าเมืองไม่ยุ่งยาก เป็นบับเบิลกัน ช่วยให้การกลับคืนภาวะปกติได้เร็วยิ่งขึ้น เศรษฐกิจเริ่มมีการหมุนเวียน มีการสัญจรไปมาของคนมากขึ้น เราต้องรีบทำก่อนที่คนอื่นจะทำ เพื่อให้คนท่องเที่ยวและประกอบธุรกิจเดินหน้า มีแต่เรื่องดีๆ ที่ท่านอุปทูตรักษาการหยางซิน ช่วยเหลือประสานงานให้เกิดประโยชน์ด้านสาธารณสุขตลอด ซึ่งหากชาติอื่นๆ ประสงค์อยากจะทำเช่นนี้ก็ได้หมด เรายินดี เมื่อถามถึง ค่าบริหารจัดการในการฉีดวัคซีนให้คนจีน นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องหารือกัน สมมติเขาให้วัคซีนมาหลายล้านโดส แล้วประชากรเขามีประมาณ 2 แสนคน แล้วให้เราช่วยฉีดให้ จะเอาหรือไม่ เป็นเรื่องน้ำใจซึ่งกันและกันด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ต้องเจรจากันก่อน และปรึกษากระทรวงการต่างประเทศเรื่องรูปแบบการออกหนังสือขอรับการสนับสนุนทางการจีนต้องทำอย่างไร                                                       ข้อมูลจาก Khaosod

1 10 11 12 13 14