(ชมคลิป) “พิมรี่พาย” ทำบุญต่อไม่รอแล้วน้า แจกแว่นตาให้ผู้เฒ่าฟรี!

“พิมรี่พาย” แม่ค้าออนไลน์สุดแซ่บ จากเพจ “พิมรี่พายขายทุกอย่าง” และยังทำธุรกิจอื่นๆอีกมากมาย อีกหนึ่งสิ่งที่ทำคือ ช่อง Youtube นั่นเอง ชื่อช่องว่า พิมรี่พาย หลายๆคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าเดี๋ยวนี้สาวพิมมักเดินสายทำบุญ ทำคอนเทนท์ดีๆลงช่องยูทูปอยู่เสมอ     ล่าสุด สาวพิมขอทำดีต่ออย่างต่อเนื่อง เดินทางไปจังหวัดตาก เพื่อแจกจ่ายแว่นตาให้กับผู้เฒ่า ผู้แก่ ชื่อคลิปว่า “ชัดที่ตา…สว่างที่ใจ” เพราะสาวพิมนั้นหวัง อยากให้ผู้เฒ่านั้นได้เห็นชัดแจ้งเหมือนในอดีต อยากให้พวกเขาตื่นมาเห็นหน้าลูกหน้าหลานชัดเจนเหมือนเดิม เส้นทางที่ไปนั้นจะไกลแค่ไหนเธอไม่เคยหวั่น ต่อให้ทางจะไกลแค่ไหน แต่ถ้ามาด้วยใจ มันง่ายหมด เรียกได้ว่า สวยทั้งกายและใจจริงๆ     ชมคลิป V V

ปิดตลาดตรวจ สาเหตุ

จังหวัดตาก ทีมสาธารณสุขพร้อม จนท.ปิดตลาดสดแม่สอด ตรวจพ่อค้าแม่ค้า-แรงงานต่างด้าวกลุ่มเสี่ยงกว่าพันคน หลังพบไทม์ไลน์พยาบาลแม่สอดติดโควิดจากพ่อค้าวัย 73 ปีที่ติดเชื้อยกครอบครัวจนต้องปิดโรงเรียนซ้ำทั้งเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 ตำรวจ สภ.แม่สอด จังหวัดตาก ร่วมกันเข้าปิดกั้นพื้นที่ทุกจุดของตลาดสดนครแม่สอด ซึ่งตั้งอยู่ย่านใจกลางอำเภอแม่สอด เขตเทศบาลนครแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อเย็นวานนี้(1 ก.พ.64) ก่อนใช้เครื่องขยายเสียงประกาศทั้งภาษาไทยและภาษาเมียนมาขอความร่วมมือให้พ่อค้าแม่ค้าหยุดการขายสินค้าลงชั่วคราว จากนั้น ทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอแม่สอดและอำเภอข้างเคียง รวมถึงทีมแพทย์โรงพยาบาลแม่สอด ซึ่งสวมชุด PPE พร้อมอุปกรณ์ป้องกัน ได้เข้าประจำจุดตรวจคัดกรองที่ตั้งชั่วคราวกลางตลาดสดนครแม่สอดถึง 3 จุด ตรวจสารคัดหลั่งให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าทั้งคนไทยและคนเมียนมาในตลาดทั้งหมด เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไทม์ไลน์พยาบาลสาวที่ทำงานในตึกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลแม่สอด ที่ติดเชื้อโควิด-19 พบว่าได้ดูแลรักษาอาการป่วยให้ผู้ป่วยชายสัญชาติเมียนมารายหนึ่ง อายุ 73 ปี และเมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวชายวัย 73 ปี ไปตรวจก็พบว่าชายรายนี้พร้อมคนในบ้านชายชราติดโควิดรวม 5 คน นอกจากนี้ยังต้องส่งกลุ่มญาติกลุ่มผู้ป่วยชายชราอีก 19 คนไปกักตัว 14 วันในพื้นที่กักตัวแม่สอด จนต้องมีการสั่งปิดการเรียนการสอนในพื้นที่เขตเทศบาลนครแม่สอดแบบฉุกเฉินหลังเปิดโรงเรียนได้เพียงวันแรก เพราะพบว่าคนครอบครัวชายชราติดโควิดนี้ เป็นนักเรียน 2 ราย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตั้งเป้าตรวจเชิงรุกในพื้นที่ตลาดสดนครแม่สอดและข้างเคียงจำนวนหนึ่งพันตัวอย่าง โดยคาดว่าจะรู้ผลตรวจช่วงค่ำของวันนี้(2 ก.พ.64) ส่วนตลาดสดนครแม่สอดจะเปิดตามปกติภายใต้มาตรการการตรวจคัดกรองบุคคลเข้าออกตลาดสดทุกแห่งในเขตอำเภอแม่สอด รวมถึงในทุกสถานที่สาธารณะทุกแห่งในพื้นที่ชายแดนอำเภอแม่สอดก็ถูกคุมเข้มด้วย    

เฮี้ยน วิญญาณหนุ่มเข้าฝันสาวพม่า ชี้จุดตาย 2 คืนติด พบ แมวดำคอยเฝ้าศพ

สุดเหลือเชื่อหญิงสาวนอนหลับในบ้านถูกวิญญาณชายนิรนามมาเข้าฝันสองวันซ้อนเพื่อขอให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าตนเองถูกฆ่าทิ้งอำพราง สุดท้ายวิ่งเข้าแจ้งเจ้าหน้าที่กลับพบศพจริงในป่าหญ้า โดยมีแมวดำของคนตายนอนเฝ้าศพเฝ้าบ้าน ริมถนนเลียบคลองชลประทานอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 9 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาประจำชุมชนร่วมแรง อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งอยู่ระหว่างเข้าเวรยามภายในหมู่บ้าน ได้มีหญิงสาวไม่ทราบชื่อวิ่งหน้าตาแตกตื่นมาแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือและคาดว่ามีเหตุฆาตกรรม และขอให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ โดยเหตุเกิดภายในบ้านพักไม่มีเลขที่ ติดถนนเลียบคลองชลประทานแม่สอด ใกล้กับหลังเรือนจำอำเภอแม่สอด จ.ตาก เมื่อเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยหญิงสาวและชาวบ้านหลายคนร่วมกันเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบเป็นบ้านพักชั้นเดียวไม่มีเลขที่ สร้างติดกับไร่สวนผสมและเป็นบ้านลับสายตาผู้คน เจ้าหน้าที่จึงตะโกนเรียกหาเจ้าของบ้านอยู่นานแต่ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงแมวร้องเสียงดังออกมาจากบ้านพักหลังดังกล่าว จนเวลาผ่านไปนานกลับมีกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรงโชยออกมาจากแนวหลังบ้านหลังนี้ เจ้าหน้าที่กับหญิงสาวจึงสงสัยและเดินเท้าเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน เบื้องต้นพบภายในบ้านถูกปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดอย่างเรียบร้อยและพบบัตรประจำตัวชื่อ นายอ่องหน่าย ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมา อายุ 42 ปี ซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าของบ้านแต่ไม่พบตัวในบ้าน ส่วนภายในห้องนอนพบคล้ายมีการจัดฉากนำหมอนข้างมาวางบนที่นอนแล้วใช้ผ้าห่มคลุมทำเหมือนมีคนนอน โดยมีแมวดำหนึ่งตัวมาเดินวนเวียนรอบๆ ที่นอนแล้ววิ่งนำเจ้าหน้าที่ไปที่หลังบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบที่ป่าหญ้ารกทึบด้านหลังบ้านใกล้กับศาลพระภูมิเจ้าที่ พบศพชายที่คาดว่าเป็นศพ นายอ่องหน่าย นอนคว่ำหน้าในสภาพสวมเสื้อแขนสั้นสวมกางเกงขาสั้นไม่สวมรองเท้า บริเวณข้อมือซ้ายถูกของมีคมฟัน ใบหน้าคล้ายถูกของแข็งทุบ นอนเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 วัน จากการตรวจสอบโดยรอบจุดเกิดเหตุไม่พบอาวุธและหลักฐานของคนร้ายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสั่งการให้นำศพผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์เวรโรงพยาบาลแม่สอดชันสูตร จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาชุมชนท่านหนึ่ง เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังเข้าเวรยามในหมู่บ้านกับอาสาคนอื่นๆ จู่ๆ ก็มีหญิงสาวไม่ทราบชื่อวิ่งหน้าตาแตกตื่นมาแจ้งที่ป้อมยามว่า ตนเองถูกวิญญาณผีผู้ชายไม่ทราบชื่อมาเข้าฝันต่อเนื่องถึง 2 คืนซ้อน หลังวิญญาณแจ้งในฝันว่าถูกคนร้ายฆาตกรรมหมกศพไว้ในป่า ซึ่งช่วงแรกไม่มีใครเชื่อและคาดว่าหญิงสาวอาจจะสติไม่ดี แต่หญิงสาวยืนยันและขอให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและมีอาการหวาดกลัว ทุกคนจึงร่วมกันไปตรวจสอบก็ถึงกับวงแตกเนื่องจากพบศพชายคนในฝันถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมจริงๆ ทุกคนจึงรีบวิ่งออกจากจุดเกิดเหตุและรีบแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบทันที เบื้องต้นตำรวจสันนิฐานว่า ผู้ตายซึ่งทำงานในไร่เกิดเหตุและนอนเฝ้าไร่ในบ้านพัก อาจจะถูกคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน และอาจจะเป็นคนรู้จักผู้ตายเข้ามาพบในบ้านพักเพื่อพูดคุยเจรจาเรื่องบางอย่าง ก่อนผู้ตายจะถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตและอุ้มศพไปทิ้งอำพรางที่ป่าหญ้าหลังบ้านเพื่ออำพรางคดีและทำลายหลักฐานในบ้านพักก่อนหลบหนี จนมาเกิดเรื่องราวประหลาดผีเข้าฝันหญิงสาวเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือจนมาพบศพจริง ๆ อย่างน่าเหลือเชื่อ

สังเวยโรคซึมเศร้าอีกหนึ่งราย หนุ่มนักดนตรี เครียดปัญหาครอบครัวผูกคอดับ

วันที่ 1 ต.ค. 61 เวลา 01.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตาก อ.เมือง จ.ตาก รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิตที่ศาลาที่พัก บริเวณหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก.๒๓ (ประจำรักษ์) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๔ (ตาก) กรมป่าไม้ ถนนสายเก่า ตาก-วังเจ้า หลัก กม.6 ต.วังหิน หมู่ 9  อ.เมือง จ.ตาก รุดไปสอบสวนพร้อมด้วยหน่วยแพทย์ รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และหน่วยกู้ภัย ตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นศาลาที่พักริมทางพบศพ นายณภพ สุริยะ อายุ 43 ปี (ผู้เสียชีวิต) บ้านเลขที่ 138 หมู่ 9 ต.วังหิน อ.เมือง จ.ตาก ผูกคอด้วยผ้าขาวม้ากับคานไม้ข้างฝาสวมกางเกงยีนต์ เสื้อยืดแขนยาวสีเทา เสียชีวิตมานานกว่า 3 ชั่วโมง ที่ข้างตัวมีกีตาร์ 1 ตัว กระเป๋าเป้ใส่เสื้อผ้า 1 ใบ ยาชนิดน้ำ 1 ขวด จดหมายลาตาย 1 ฉบับ โดยมีข้อความระบุให้พี่ๆ ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง และฝากแค้นถึงแฟนพี่สาว ถ้าทำพี่สาวตนน้ำตาตกจะขอจองเวร เบื้องต้นสอบสวนทราบว่า นายณภพ หรือ อาร์ต (ผู้เสียชีวิต) หลังจากเลิกรากับภรรยาแล้วก็มาอาศัยบ้านญาติพี่น้อง เป็นคนชอบร้องรำเล่นกีตาร์เก่ง เป็นคนร่าเริงสนุกสนาน แต่มีโรคประจำตัวคือโรคซึมเศร้า ต้องพบแพทย์ต้องรับประทานยาเป็นประจำ วันเกิดเหตุมีปากเสียงกับหมู่ญาติพี่น้อง ต้องหอบเสื้อผ้าออกจากบ้านมาอาศัยศาลาริมทางพักผ่อน จนกระทั่งมาพบเป็นศพผูกคอตาย

ทุเรียน พันธุ์หมอนทองยักษ์ ลูกเดียวหนักประมาณ 18 กิโล ราคาประมูลไปถึง 7 หมื่นแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.พบพระ จ.ตาก ว่า พบทุเรียนพันธุ์หมอนทองลูกขนาดใหญ่มากน้ำหนัก ลูกละประมาณ18 กิโลกรัม อยู่ในสวนสวนเมืองหนาว บ้านห้วยนกแล ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก นายธนาพนต์ ไชยนอก อายุ 51 ปี เกษตรกรอยู่บ้านเลขที่ 33ม.9 ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก กล่าวว่า ตนเองได้ปลูก สวนน้อยหน่า และ ทำ ดอกดาวเรืองขาย มีโอกาสไปเที่ยว บ้านเปิงเคิ้ง ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผางจังหวัดตาก ไปเห็นชาวบ้านปลูกทุเรียน ตนเองมีความคิดว่าที่บ้านห้วยนกแล สูงระดับน้ำทะเล 700 เมตร คิดว่าปลูกได้ ครั้งแรก ตนเองได้ซื้อพันธุ์มาจากจังหวัดระยอง พันธุ์หมอนทองจำนวน 70 ต้นต้นละ 70 บาท ปลูกได้ประมาณ 3 ปี ได้นำยอด ทุเรียนที่สวนเองปลูกไว้ 70 ต้น โดยนำยอดไปจ้างเขาเสียบที่ จังหวัดชุมพร โดยครั้งแรกนำไปจำนวน 500 ยอด และนำมาปลูกจำนวน 500 ต้น และ นำยอดไปเสียบจนได้ต้นพันธุ์ประมาณ 2,000 ซึ่งปลุกได้ 7 ปีแล้ว ให้ผลผลิตมา 3 ปี ปลูก 3-4 ปีให้ผลผลิต และปีที่ผ่านมา มีรายได้ ในการขายผลทุเรียนจำนวนเงิน 3-4 ล้านบาท โดยในปีนี้ ได้ตัดทุเรียนขาย ประมาณ 12 ไร่ ได้ เงินประมาณ 4 ล้านบาท ขายไปเดือนที่แล้วในราคากิโลละ85บาท (ราคาในสวน)และยังมีทุเรียน พร้อมตัดช่วงเดือนสิงหาคม ประมาณ 4-5ตัน ซึ่งจะตัด ช่วง ก่อนและหลังวันแม่เป็นต้นไป โดยในปีนี้ มี ทุเรียนอยู่ต้นหนึ่งพันหมอนทอง ให้ผลผลิต ลูกโตมาก ขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 18 กิโล โดยความยาวของลูก46ซม. และ เส้นรอบ วง 92 ซม.ตนเองเมื่อคืนนี้ เปิดประมูลทุเรียนยักษ์ลูกนี้ที่ราคาเริ่มต้น 10,000 บาท ปิดประมูลในวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ในเวลา 12.00 น เช้านี้วันนี้ มีคน เข้ามาประมูล อยู่ที่ลูกละ (เจ็ดหมื่น สามพันบาท) 73,000บาท ดูจะปิดการประมูลวันที่ 12 สิงหาคม 2561 นายธนาพนต์ ไชยนอก ยังกล่าวต่ออีกว่า ท่านใดสนใจมาเยี่ยมชม หรือ มาเรียนรู้ ที่สวน เมืองหนาวได้ตนเองยินดีให้คำแนะนำ ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว หรือจะซื้อกิ่งพันธุ์ เราก็มีจำหน่าย สวนเมืองหนาว 333ม.9 บ้านห้วยนกแล ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก ถนนทางหลวงสายแม่สอด-อุ้มผางหลักกิโลเมตรที่ 31 หรือ โทร ‭081 282 9810‬