ฟาดนายกฯเดือด แทททู คัลเลอร์ เอ่ยถาม งดรับเงิน 3 เดือนเรียกเสียสละเหรอ

ฟาดนายกฯเดือด แทททู คัลเลอร์ เอ่ยถาม งดรับเงิน 3 เดือนเรียกเสียสละเหรอ จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประกาศไม่รับเงินเดือนตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อเอาเงินก้อนนี้ไปช่วยเหลือประชาชน กิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง บอกเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ขณะมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิดระบาด ยังไม่ชัดเจน ข่าวที่เกี่ยวข้อง เปิดเงินประจำตำแหน่งนายกฯ รองนายกฯ แต่ละคนไม่ธรรมดา? ด่วน!! นายกฯประยุทธ์ประกาศไม่รับเงินเดือน 3 เดือน เอาไปช่วยประชาชน ล่าสุด ศิลปินวง TATTOO COLOUR (แทททู คัลเลอร์) ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ถึงประเด็นดังกล่าวด้วยว่า ซึ่งก็มีแฟนๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ ไม่ทำให้ผิดหวังที่รักวงนี้, เต็ม 10 ไม่หัก, การเสียสละที่แท้จริง คือ การลาออก, หลายๆ คนขาดรายได้มากกว่า 5 เดือนบริหารผิดพลาดตั้งแต่ปีที่แล้ว, เงินเดือนที่ได้ก็จากภาษีพวกเรามั้ย ไหนการเยียวยา โดยก่อนหน้านี้ แทททู คัลเลอร์ เป็นหนึ่งในกลุ่มศิลปิน ได้รวมตัวกับเพื่อนร่วมอาชีพนักร้อง ศิลปินผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิง ยื่นจดหมายเปิดผนึกเพื่อทวงถาม และพิจารณาร่วมกันหาทางออก ขอมาตรการผ่อนปรน และมาตรการเยียวยา ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการอาชีพธุรกิจกลางคืน และธุรกิจบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่หน้ารัฐสภา

92 อาจารย์รัฐศาสตร์ ออกแถลงการณ์ 6 ข้อ จี้บิ๊กตู่ ลาออก

วันที่ 21 ต.ค.63 คณาจารย์รัฐศาสตร์ ออกแถลงการณ์เรื่องขอให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง และเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยตัวแทนประชาชน โดยระบุว่า ด้วยมีสถานการณ์ตึงเครียดจากการชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองที่หลากหลาย โดยให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยตัวแทนของประชาชน ตลอดจนให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน โดยนักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉกุเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2563 พร้อมสลายฝงูชนในตอนเช้ามืดของวันเดียวกนั และมีการชุมนุมต่อเนื่อง เพื่อแสดงความไม่พอใจในหลายจุด แต่รัฐบาลยังได้ปฏิบัติการสลายฝูงชนอีกครั้ง ในเวลากลางคืนของวันที่ 16 ต.ค. ทําให้การชุมนุมลุกลามขยายไปทั่วประเทศ พวกเราคณาจารย์ผู้ทำการสอน ศึกษาวิจัยค้นคว้าด้านรัฐศาสตร์ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า สังคมไทยได้เรียนรู้จากบทเรียนในอดีตหลายครั้ง หากรัฐบาลยังดึงดันไม่ฟังเสียงประชาชนและตอบโต้ด้วยความรุนแรง ก็จะทําให้สถานการณ์เลวร้ายลง จนเสี่ยงต่อความสูญเสียต่อประเทศชาติ ซึ่งยากจะบรรเทาได้ ในอีกด้านหนึ่ง พวกเรามีความเห็นว่า ข้อเรียกร้องของบรรดาคนหนุ่มสาวนั้น เป็นข้อเรียกร้องที่พึงนำมาพิจารณาด้วยสติปัญญาและเคารพในความเห็นที่แตกต่าง ตามแบบสังคมที่เผชิญผ่านวิกฤตการณ์มาได้ด้วยการใช้ความรู้และสติไตร่ตรอง และหลักการสติประชาธรรม จึงต้องการแสดงจุดยืนและมีข้อเรียกร้องดังนี้ 1.ขอสนับสนุนการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนทุกหมู่เหล่า 2.ให้รัฐบาลยกเลิกประกาศภาวะฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง 3.ขอให้รัฐบาลยุติการใช้ความรุนแรงกับผู้เห็นต่างและผู้ชุมนุมอย่างสงบ อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในสังคมประชาธิปไตย 4.ขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อหาทางออกจากวิกฤตความชอบธรรม 5.ให้วุฒิสภายุติการทำหน้าที่ เพื่อลดความเสียดทานและเปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 6.ขอให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยอย่างเร่งด่วน