เล่นละครตบตา ก่อนความแตกคดีพลิก ตั้งใจ…ลูก เพื่อต้องการเอาใจแฟนใหม่

เว็บไซต์โกลบอลไทม์ส รายงานกรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในสังคมออนไลน์ของจีน กรณีพ่อรายหนึ่งถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม ภายหลังจากก่อเหตุสะเทือนขวัญ จับลูกน้อย 2 คน คือ ลูกชายอายุ 1 ขวบ และลูกสาวอายุ 2 ขวบ โยนลงมาจากตึกชั้น 15 จนถึงแก่ชีวิต แต่ทำเนียนตีหน้าเศร้าเล่นละครตบตา จนความแตก ความจริงเผย ที่แท้ตั้งใจฆ่า เหตุเพราะต้องการแต่งงานกับแฟนใหม่ ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ดังไกลถึงต่างประเทศ อิตาลี เสนอข่าว รัฐนำพสไทยสู่หายนะ สะท้อนความล้มเหลว ป.ป.ส. ตรวจเจอยาเสพติด ซ่อนอยู่ในกรอบรูป กำลังจะส่งออกไปต่างประเทศ เหตุการณ์เกิดขึ้นในย่านที่พักอาศัยเขตหนานอัน ในเมืองฉงชิ่ง ทางตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 มีคลิปวิดีโอถูกเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ เผยให้เห็นว่า ภายหลังจากเด็กน้อย 2 รายตกลงมาเสียชีวิต พ่อของเด็กรีบวิ่งลงมา ร้องไห้เจ็บปวดและเอาหัวโขกกำแพง อ้างว่า ขณะเกิดเหตุกำลังหลับไม่รู้เรื่อง ตอนนั้นผู้คนต่างเสียใจกับเหตุการณ์ เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ต่อมา การสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชี้ว่า ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการจงใจฆ่าโดยฝีมือของชายสกุลจาง ผู้เป็นพ่อแท้ ๆ ของเด็กทั้ง 2 ราย เพื่อต้องการเอาใจหญิงสาวสกุลเย่ ที่เป็นแฟนใหม่ และเธอก็เป็นผู้สบคบคิดรู้เห็นด้วย ทั้งคู่ถูกจับกุมฐานฆาตรกรรมเด็กโดยเจตนา ตามรายงานของทางเจ้าหน้าที่เผยว่า แม่ของเด็กชื่อสกุลเฉิน แต่งงานกันกับพ่อของเด็กในปี 2560 หลังจากนั้นก็มีลูกสาวและลูกชายด้วยกันในปี 2561 และ 2562 ต่อมา ในเดือนเมษายน 2562 จางได้ยื่นฟ้องหย่าหลังมีปัญหากับเฉิน ก่อนที่จะไปจีบเย่ โดยที่ปกปิดเรื่องสถานะของตนเอง ทำให้ทั้งสองเริ่มต้นความสัมพันธ์กันขึ้น ในช่วงปลายปี 2562 เย่ ได้ทราบความจริงจากคนอื่นว่า จางมีลูกแล้วและยังติดต่อกับเฉินอยู่ ทำให้เธอไม่พอใจมาก จากนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จางและเฉินก็หย่ากันจบสิ้น โดยตอนนั้นมีข้อตกลงว่า เฉินจะเลี้ยงลูกสาว ส่วนจางจะเลี้ยงลูกชายไปจนอายุ 6 ขวบ ทางด้านเย่ ไม่สามารถยอมรับเรื่องที่จางมีลูกได้ รวมทั้งบอกว่าครอบครัวของเธอก็รับไม่ได้เช่นเดียวกัน เธอยืนกรานกับเขาว่า ถ้าไม่สามารถกำจัดเด็กออกไปจากชีวิตเขา เธอก็อยู่กับเขาไม่ได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองจึงมีการคิดเรื่องแผนกำจัดเด็กทั้ง 2 ราย ขณะที่ทางด้าน เฉิน เปิดเผยว่า อดีตสามีของเธอตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ชี้ว่าเย่บังคับเขา โดยเธอวิดีโอคอลมาพูดคุยและข่มขู่ว่าจะกรีดข้อมือตัวเอง ทำให้จางกลัวมากและเกิดภาวะบีบคั้น ก่อนในที่สุดจะตัดสินใจโยนลูก 2 คนลงมาจากระเบียงห้อง แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับการฆาตกรรม การพิจารณาคดีดังกล่าวจะดำเนินขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ โดยผู้ใช้โซเชียลจำนวนมากต่างพากันรุมประณามการกระทำที่โหดร้าย พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการลงโทษประหารชีวิต

สะเทือนใจ ! หลานโกหกยายมา 13 ปี สร้างเรื่องสารพัด เปิดรับสมัครหาคนช่วยสานต่อคำโกหก

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เว็บไซต์อ็อดดิตี้เซ็นทรัล เผยเรื่องราวสะเทือนใจจากประเทศจีน เมื่อหญิงรายหนึ่งตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่ดีด้วยการโกหกหลอกลวงคุณยายของตัวเองเป็นเวลานานกว่า 13 ปี เพราะรู้ว่าความจริงนั้นแสนเจ็บปวด เลยไม่อยากให้คุณยายต้องทนทุกข์ทรมานเสียใจในช่วงบั้นปลายของชีวิต ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม สุดสวยงาม…!! “หมอฝน” สวมชุดไทย “บรมพิมาน” เข้ารับปริญญาในต่างประเทศ จีน พบเชื้อ โควิด-19 ในบรรจุภัณฑ์อาหารแช่แข็ง จากต่างประเทศ!! เมื่อไม่นานมานี้ เฉิงจิง หญิงชาวจีนวัย 46 ปี จากเมืองซีอาน เพิ่งจะสูญเสียคุณยายที่รัก ซึ่งจากไปอย่างสงบด้วยอายุ 100 ปี ทว่าในช่วงชีวิตสุดท้ายของคุณยายตลอด 13 ปี ไม่รู้เลยว่าจะเต็มไปด้วยเรื่องราวการโกหกของหลาน เฉิง ชงหรง แม่ของเฉิงจิง เป็นลูกสาวคนเดียวของคุณยาย ชงหรงมีความผูกพันใกล้ชิดกับแม่ของเธอมาก แม้กระทั่งตอนที่เธอป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งปอด ก็ยังโทรศัพท์ไปคุยกับแม่ตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มิหนำซ้ำยังบันทึกเสียงของเธอเอาไว้หลายสิบข้อความ เพื่อให้ลูกเปิดให้ยายฟังหลังจากที่เธอไม่อยู่แล้ว ชงหรงเสียชีวิตในปี 2546 เฉิงจิงตั้งใจสานต่อปณิธานของแม่ที่ไม่อยากให้คุณยายต้องทุกข์ใจ อีกทั้งตอนนั้นคุณยายก็ชรามากแล้ว เชื่อว่าหากทราบเรื่องที่ลูกสาวถูกโรคร้ายคร่าชีวิตจะต้องหัวใจสลายอย่างแน่นอน เธอจึงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้คุณยายเชื่อว่าลูกสาวยังมีชีวิตอยู่ เฉิงจิงค่อย ๆ ทยอยเอาข้อความบันทึกเสียงของแม่ส่งให้คุณยายฟังตามแต่ละช่วงเวลาของปี มีทั้งเรื่องบ่นเรื่องสภาพอากาศ เตือนให้หญิงชรากินยาให้ครบ ตอนเช้าก็บอกให้ค่อย ๆ ลุกจากเตียง จะได้ไม่หน้ามืด และบอกว่าว่าง ๆ เดี๋ยวจะไปเยี่ยมแน่นอนว่าการใช้ข้อความเสียงของแม่หลอกคุณยายได้เพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง ต่อมาเฉิงจิงจึงรับจ้างหาหญิงที่มีเสียงเหมือนแม่ของเธอเพื่อมาคุยโทรศัพท์กับคุณยาย แต่ทุกอย่างมันไม่ง่ายอย่างที่เธอคิด เฉิน เว่ยผิง ได้ทราบเรื่องราวของครอบครัวเฉิงจิง จึงรู้สึกเห็นใจและตัดสินใจช่วยเหลือ เธอพยายามทำเสียงพูดให้เหมือนกับชงหรงมากที่สุด แต่แล้ววันที่โทรศัพท์ไปหาคุณยายวันแรกก็เกิดเรื่องผิดแผน คุณยายถามทันทีเลยว่า “นั่นใครโทร. มา” คุณยายรู้ว่าเสียงจากปลายสายนั้นไม่ใช่เสียงของลูกสาวที่คุ้นเคย เฉิงจิงรีบแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า หยิบโทรศัพท์ไปคุยเองแล้วบอกว่าแม่ไม่ค่อยสบาย และพยายามพูดโน้มน้าวจนหลังจากนั้นคุณยายก็เชื่อว่าเสียงที่ได้ยินจากโทรศัพท์นั้นคือลูกสาว อย่างไรก็ตาม การหลอกคนคนหนึ่งมายาวนาน 13 ปี ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ มันเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่เว่ยผิงโทรศัพท์ไปหาหญิงชรา เธอจะต้องหาข้ออ้างสารพัดที่จะทำให้เชื่อว่าทำไมเธอถึงไม่ไปเยี่ยม แม้กระทั่งหลอกว่าป่วยต้องผ่าตัดหัวใจ เหตุผลเรื่องสุขภาพได้ผล คุณยายเชื่อว่าลูกสาวไม่สบาย บอกให้เธอรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี ในขณะที่เฉิงจิงและหลาน ๆ คนอื่น ๆ ของคุณยาย ก็หมั่นไปเยี่ยมบ่อยครั้งเท่าที่จะสามารถทำได้ ซึ่งตัวเธอเองก็รู้ว่าลึก ๆ ในใจของคุณยายนั้นคิดถึงลูกสาวที่รักคนนี้และรอคอยอยากเจอมากแค่ไหน แต่เธอไม่กล้าพอที่จะบอกความจริง เมื่อไม่นานมานี้ เฉิงจิงและญาติ ๆ พากันไปรวมตัวเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 100 ปี ให้กับคุณยาย แม้ว่าคุณยายจะมีความสุข แต่ก็เห็นได้ชัดว่าผิดหวังที่ลูกสาวคนเดียวไม่มา แถมไม่กลับบ้านมานานเป็นทศวรรษ เฉิงจิงได้แต่โกหกไปว่าแม่สบายดี แค่ต้องยุ่งอยู่กับการดูแลลูกสะใภ้ ซึ่งก็ทำให้คุณยายคลายความกังวลไปได้เล็กน้อย หลังจากงานวันเกิดของคุณยาย 2 เดือน คุณยายก็จากไปอย่างสงบ โดยที่ไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าเหตุใดลูกสาวจึงไม่ได้มาบอกลาเธอในวาระสุดท้าย ซึ่งเป็นจุดจบของเรื่องเศร้าที่แสนเจ็บปวดหัวใจของครอบครัว เฉินจิงยอมรับว่าการหลอกลวงคุณยายของเธอนั้นไม่เหมาะสม แต่สวนตัวเธอคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่เธอต้องทำ เพราะเชื่อว่าความจริงนั้นโหดร้ายเกินไปสำหรับคุณยาย ขอบคุณข้อมูล odditycentral.com

‘ซิโนแวค’ ถึงไทย 500,000 โดส

วันที่ 5 มิ.ย. 64 สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความระบุว่า วัคซีนซิโนแวคล็อตที่ 2 ที่บริจาคโดยรัฐบาลจีนจำนวน 500,000 โดสส่งถึงไทยแล้วเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน วัคซีนซิโนแวคล็อตที่ 2 ที่รัฐบาลจีนบริจาคให้แก่รัฐบาลไทยจำนวน 500,000 โดสได้ส่งมาถึงประเทศไทยแล้ว ปัจจุบัน รัฐบาลจีนได้บริจาควัคซีนป้องกันโควิด-19ให้แก่ประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 1 ล้านโดส ข่าวเพิ่มเติมอื่นๆ สกุล กัญญาภัค เป็นผื่นลมพิษแล้วฉีดวัคซีนซีโนแวค!!! ต่าย ชุติมา แจงกระแสคำว่า “สนับสนุน” กับคำว่า “ไม่มีทางเลือก” วัคซีนซิโนแวคเป็นวัคซีนที่มีจำนวนมากที่สุดทั้งในประเทศจีนและในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563 จนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ประเทศจีนได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19ไปแล้วทั้งหมด 639 ล้านโดส โดยวัคซีนจำนวน 316 ล้านโดสเป็นวัคซีนซิโนแวค ณ ขณะนี้ จีนได้ส่งออกและบริจาควัคซีนซิโนแวคให้แก่ไทยแล้วจำนวนทั้งสิ้น 6.5 ล้านโดส

แก้ภาพแล้ว ซีรีส์ “เด็กใหม่2” หลังโดนดราม่าหนัก

แก้ภาพแล้ว ซีรีส์ “เด็กใหม่2” หลังโดนชาวจีนดราม่าหนัก ซีรีส์ “เด็กใหม่2(Girl From Nowhere Season 2)” ที่เข้าฉายทาง Netflix นับได้ว่าเป็นซีรีส์ที่เป็นกระแสมาแรงมากในช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลังจากที่ซีรีส์ “เด็กใหม่2” ได้ขึ้นสู่ท็อปชาร์ตของ Netflix หลายประเทศ ทางซีรีส์เด็กใหม่จึงได้มีการลงภาพโปสเตอร์ขอบคุณแฟนคลับที่ทำหลายภาษารวม 11 ประเทศ ซึ่งก็รวมไปถึง “ฮ่องกง” และ “ไต้หวัน” และภาพธงของ ฮ่องกงและไต้หวันอยู่ท้ายคำขอบคุณด้วย จึงทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นเดือด ชาวจีนต่างคอมเมนต์ดราม่าไต้หวันและฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศจีน และไม่ได้มีสถานะเป็นประเทศ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ดราม่าแบนซีรี่ย์ ‘เด็กใหม่’ ใน ‘ประเทศจีน’ หลังดังได้เพียงแค่ 10 วันเท่านั้น “นิ้ง ชัญญา” หรือ “ยูริ เด็กใหม่ 2” ที่จริงแล้วเธอคนนี้ไม่ธรรมดา !!   หลังจากได้เกิดกระแสดราม่าหนักทาง ทางเฟสบุ๊กเพจ เด็กใหม่ ได้แก้ไขภาพที่มีประเด็นดังกล่าว เปลี่ยนเป็นภาพโปสเตอร์ใหม่ที่ไม่มีธงชาติของฮ่องกง ไต้หวัน และธงชาติทุกประเทศออกไป พร้อมเปลี่ยนแคปชั่นข้อความจากคำว่าหลายประเทศ เป็นคำว่า หลายพื้นที่ ทั้งนี้การตอบรับซีรีส์เรื่อง “เด็กใหม่2” หรือที่เรียกกันว่า “แนนโน๊ะ” นั้นเป็นไปอย่างดีในหลายๆ ประเทศ ทั้งอันดับ 1 บน Netflix ของไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อันดับ 2 ของมาเลเซีย อันดับ 3 ของ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน อันดับ 8 ของกาตาร์ อันดับ 9 ของโบลิเวีย และอันดับ 10 ของบราซิล และเปรู    

ทอร์นาโดถล่ม “อู่ฮั่น” ไฟดับ ต้นไม้โค่น บ้านเรือนพังยับเป็นร้อยๆหลัง (มีเสียชีวิต)

วันนี้ 15 พฤษภาคม 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์พายุทอร์นาโดถล่ม “อู่ฮั่น” บ้านเรือนเสียหายเเละพังทลายกว่าร้อยหลัง   โดยพายุทอร์นาโดลูกดังกล่าว มีความเร็วลมถึง 23.9 เมตรต่อวินาที พัดผ่านเขตไช่เตี้ยนของอู่ฮั่น ช่วงประมาณ 20:39 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่นามา ทำให้พื้นที่ก่อสร้างบางส่วนได้รับความเสียหาย บ้านเรือนพังทลาย เเละต้นไม้โค่นล้มเป็นจำนวนมาก หลังจากพายุสงบลง เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า มีบ้านเรืองของประชาชนพังทลายถึง 27 หลัง และอีก 130 หลังเสียหายหนัก รวมถึงปั้นจั่นหอสูง 2 ตัว และพื้นที่ก่อสร้าง 8,000 ตารางเมตร ได้รับความเสียหายหนักเช่นกัน นอกจากนี้พายุยังพัดสายไฟร่วง ส่งผลให้ไฟฟ้าดับกว่า 26,600 หลังคาเรือน ในเมืองอู่ฮั่น โดยการไฟฟ้าท้องถิ่นจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว ด้านรัฐบาลนครอู่ฮั่น ประเมินความสูญเสีย รวมถึงซ่อมแซมน้ำ ไฟฟ้า ก๊าซ และสิ่งอำนวยความสะดวกทางการสื่อสารอย่างเต็มที่ พร้อมระดมพลเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบความปลอดภัยของสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ ย่านที่อยู่อาศัย รวมถึงอาคารทรุดโทรมในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ก่อสร้าง นอกจากนี้ พายุทอร์นาโดยังส่งผลกระทบต่อเมืองซูโจว มณฑลเจียงซูทางตะวันออก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย รวมถึงเกิดไฟฟ้าดับและบ้านเรือนในตำบลเซิ่งเต๋อพังเสียหายหลายหลัง ทั้งนี้ที่ผ่านๆมาไม่นาน เมืองอู่ฮั่น เเละหลายๆเมืองในประเทศจีน ต่างประสบปัญหาพายุถล่ม บ้านเมืองเกิดความเสียหายหนักมาอย่างต่อเนื่อง ทางรัฐบาลต้องเร่งช่วยเหลือประชาชน แตกละเอียด !! นักท่องเที่ยว ติดอยู่บน “สะพานกระจก” ที่จีน ขณะที่สะพานโดนพายุพัดกระหน่ำพังเละ ! “พายุกระหน่ำ” เมืองบุรีรัมย์ พังพินาศทั่วทั้งเมือง

1 2 3 15