สาวถูกแฟนเก่าทำร้ายปางตายหลายครั้ง ช้ำหนักต้องพึ่งจิตแพทย์เยียวยา

โลกออนไลน์มีการแห่แชร์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กสาวรายหนึ่ง ซึ่งออกมาบอกเล่าเรื่องราวที่เธอถูกอดีตแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายอย่างหนักถึงขั้นถูกกระป๋องวิปครีมเหล็กฟาดเข้าที่ศีรษะ และถูกบีบคอจนเกือบขาดใจ โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “เรื่องที่เราจะออกมาพูดคือเราทนเก็บมานานแล้ว เราโดนแฟนเก่าทำร้ายร่ายกาย เริ่มจากแฟนนอกใจแล้วเราก็มีปัญหากันตอนแรกเราจะเลิกแต่เขาไม่ยอมเลิก แล้วเราก็ให้อภัยแต่สุดท้ายเขาก็ทำตัวเหมือนเดิม แล้วก็เริ่มทะเลาะกันแรงขึ้นจนโดนทำร้ายร่างกายเดี๋ยวขอแนบรูปประกอบนะคะ เราโดนกระป๋องเหล็กที่ทำวิปครีมทุบตามร่างกายก่อนค่ะ แล้วเราก็หยิกเขากลับเพื่อให้เขาหยุดเพราะเราไม่มีอะไรให้สู้เลยค่ะ เค้าก็ยิ่งตีเราซ้ำๆ จนตอนหลังๆเริ่มโดนบีบคอจนหูเราไม่ได้ยินพูดไม่ได้ ตอนนั้นคือจะหมดลมแล้วจริงๆแล้วเขาก็ปล่อยอันนี้เราก็มีหลักฐานเพราะเล็บเค้าจิกคอเราแล้วเราเจ็บคอไปหลายอาทิตย์เลยค่ ต่อมาทะเลาะกันเค้าเอามีดมาขู่เรา สรุปมีดมากรีดที่หน้าอกแบบเฉี่ยวๆครั้งนี้เราขอเลิกแต่เขากลับร้องไห้แล้วบอกว่าไม่ได้ตั้งใจแล้วก็อ้อนวอนเรา เราก็โง่ให้อภัยเหมือนเดิม แล้วครั้งถัดไปโดนกระป๋องแก๊สวิปครีมทุบที่ศรีษะไป2ที แบบเต็มแรง คือเค้าเหมือนกะจะฆ่าเราเลย แล้วครั้งสุดท้ายที่สุดจะทนแล้วจริงๆคือ ทะเลาะกันในรถแล้วเราจับได้เค้าคุยแชทว่าจะเรียกเด็กอะไรสักอย่าง เรายิ่งรู้สึกว่าสุดท้ายเค้าไม่ได้ดีขึ้นเลยแล้วเราก็ทะเลาะกันหนัก เค้านั่งเป่าแก๊สแล้วเอากระป๋องมาตีหัวเราจนหัวเราบุบ (มีรูปประกอบ) แล้วเค้าก็ตีหัวเราแบบรัวๆจนเราต้องเอามือมาบังหัวสรุปก็โดนแขนโดนมือและตีจนปากแตก แต่สุดท้ายแล้วผู้ชายคนนี้เค้าไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่เค้าทำเลยเราอยากฝากเป็นอุทาหรณ์ว่าการที่เราโดนทำร้ายร่างกายไม่ใช่เรื่องน่าอาย เมื่อก่อนเรายอมรับว่าเราอายมากจนเราต้องหาหมอจิตเวชไปร้องไห้กับหมอทุกอาทิตย์ แต่สิ้งที่ผชคนนนี้ทำคือไม่ได้รู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น” เตือนภัย! หญิงสาวมาเที่ยวชมวิว แต่จะโดนผู้ชายทำร้ายร่างกาย ช่วยเด็กหญิง 13 หนีออกจากบ้าน มาคบแฟนขายยาชอบทำร้ายร่างกาย พริตตี้สาว แจ้งความเอาผิด อดีตแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกาย เย็บ 11 เข็ม  

เตือนห้ามลอกเลียนแบบ “ทาอายแชโดว์”ขู่ห้ามลูกเล่นมือถือ

เตือนห้ามลอกเลียนแบบ “ทาอายแชโดว์”ขู่ห้ามลูกเล่นมือถือ ถือเป็นการลงโทษที่รุนแรงทางจิตใจ ตามที่สื่อสังคมออนไลน์แชร์ภาพเด็กหญิงคนหนึ่งทาอายแชโดว์สีดำ โดยระบุว่า เป็นวิธีที่สอนลูกหากไม่ อยากให้ติดโทรศัพท์ ตื่นมาลูกไม่เล่นโทรศัพท์อีกเลยเพราะกลัวขอบตาดำ ซึ่งมีผู้แสดงความคิดเห็นกันเป็น จำนวนมาก ตั้งแต่มุมขำขันไปจนถึงมุมสงสารสภาพจิตใจเด็ก และอดคิดไม่ได้ว่าเป็นวิธีการสอนที่ถูกต้องหรือ ไม่ จะมีผลกับตัวเด็กในอนาคตอย่างไร พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต  เปิดเผยว่า วิธีการดังกล่าวไม่ ควรทำ และไม่ควรลอกเลียนแบบเป็นอย่างยิ่ง เพราะเปรียบได้กับการถูกลงโทษอย่างรุนแรงทาง จิตใจ หากทำไปแล้วควรอธิบายเหตุผลให้เด็กฟัง เพราะจากในภาพหากเด็กร้องไห้จากกรณีดัง กล่าวก็ถือว่าอยู่ในวัยที่พอจะรับฟังเหตุและผลได้ ควรอธิบายไปด้วยว่าตื่นมา เห็นแบบนี้แล้วรู้สึก อย่างไร ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าอะไร พูดคุยในเชิงเปรียบเทียบให้เด็กเข้าใจ ขณะเดียวกันหากคิด ว่าสภาพจิตใจเด็กไม่ดีขึ้นเพราะหวาดกลัวกับเหตุการณ์ พ่อแม่ก็สามารถพูดขอโทษลูกได้ เป็น การปรับความเข้าใจกัน ในยุคปัจจุบันคงห้ามไม่ให้ลูกเล่นมือถือไม่ได้ ต้องสอนให้รู้เท่าทั้น ทำความเข้าใจก่อนว่ามือถือนั้นมีทั้ง ข้อดีแล้วข้อเสีย พ่อแม่ควรเป็นคนยื่นมือถือให้ และกำหนดเงื่อนไขหรือกติกาทุกครั้ง เล่นได้กี่นาที ที่ไหน ให้เล่นหรือไม่ให้เล่น และพ่อแม่ก็ต้องทำให้เด็กดูเป็นตัวอย่างด้วย ไม่ใช่ห้ามลูกแต่ทำเอง ต้องเป็นกติกา ที่ทำร่วมกัน หรือเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันได้ยิ่งดี อาทิ พ่อแม่เล่นเกมเดียวกับลูก แข่งขันกันภายในครอบ ครัว ทั้งนี้ข้อแนะนำหากบอกให้ลูกวางมือถือก็ควรมีอะไรอย่างอื่นให้ลูกทำต่อ เป็นการสร้างจูงใจ เช่น เดี๋ยว พาออกไปเที่ยว พาไปกินไอศกรีม เป็นต้น สำหรับการลงโทษนั้นขอให้ทำเป็นลำดับสุดท้าย ก่อนหน้านั้น ควรพยายามพูดทำความเข้าใจด้วยเหตุด้วยผล พยายามให้รางวัลเชิงบวก เพราะมักจะทำแล้วได้ผลเสมอ ทุกเพศทุกวัย

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงอาการ นักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี

วันที่ 12 ก.ค. นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงอาการนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 คน ที่รักษาอยู่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ว่า เช้านี้ทานอาหารได้ตามปกติ เดินเข้าห้องน้ำ และทำกิจวัตรประจำวันได้ ส่วนการให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อต้องให้จนครบ 7 วัน โดยเฉพาะ 3 รายที่มีภาวะปอดอักเสบ ส่วนกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คนนั้นพบว่ามี 3 คน หูอื้อ ตรวจสอบแล้วพบว่าเกิดจากหูชั้นกลางอักเสบ คาดว่ามาจากการเป็นหวัดเล็กน้อย ผลเลือดก็ไม่มีเชื้ออุบัติใหม่ คาดว่าให้การรักษา 1-2 วันจะดีขึ้น ส่วนสภาพจิตใจทุกคนโดยรวมดี ร่าเริงดี มีจิตแพทย์เข้าไปพูดคุยด้วยทุกราย ทั้งนี้ฝากถึงสื่อมวลชนกรณีที่น้องๆ กลับบ้านแล้ว อาจต้องระมัดระวังเรื่องการสัมภาษณ์ พูดคุยเพราะอาจจะไปกระทบต่อสภาพจิตใจได้ ส่วนหน่วยซีลที่เข้าไปอยู่กับน้องๆ ภายในถ้ำได้เข้ามาอยู่ รพ.เช่นกัน และได้มีการเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจแล้ว ตอนนี้ไม่น่าห่วงเพราะสุขภาพแข็งแรงดีทุกคน ตอนนี้ส่งต่อไปยัง รพ.ใกล้บ้านเพื่อพักฟื้น สำหรับตัวโค้ช ซึ่งหลายคนกังวลถึงความรู้สึกผิดนั้น ก็จะมีจิตแพทย์คอยติดตามและดูแลเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ฝากถึงสื่อมวลชน กรณีที่น้องๆ กลับบ้านแล้ว อาจต้องระมัดระวังเรื่องการสัมภาษณ์ พูดคุย เพราะกังวลว่าจะกระทบต่อสภาพจิตใจของเขาได้ ส่วนบุคลากรเจ้าหน้าที่ที่ร่วมภารกิจนี้ก็ให้คู่มือแนะนำการดูแล สังเกตอาการด้วยตัวเอง หากพบผิดปกติให้มาพบแพทย์ แต่ขณะนี้ยังไม่มี ทั้งนี้ เหตุการณ์นี้อนาคตเมื่อมีความพร้อมแล้วจะต้องถอดบทเรียนกันแน่นอน โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง และทีมที่เข้าช่วยเหลือมามาร่วมเสวนาให้ความรู้กันอย่างแน่นอน

หมอแอร์ ชี้สาวถูกหนุ่มซ้อม เจ็บแต่ทนเพราะหวังลมๆ แล้งๆ ว่า รัก จะทำให้ฝ่ายชายเปลี่ยนพฤติกรรม

จากกรณีที่ น.ส.กุลดารา ยีสมัน หรือ นีต้า เหยื่อที่ถูกแฟนหนุ่ม นายชัยชนะ ศิริชาติ หรือ เอ็ม อายุ 26 ปี ก่อเหตุไลฟ์สดทำร้ายร่างกาย  จนได้รับบาดเจ็บใบหน้าบวมปูด มีร่องรอยบาดแผลทั่วทั้งร่างกายนั้น   ล่าสุด (24 เมษายน 2561) ข่าวอรุณอมรินทร์ ได้เผยบทสัมภาษณ์ของ พ.ต.ต.หญิง พ.ญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล หรือ หมอแอร์ ที่กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ฝ่ายชายน่าจะมีปัญหาทางสุขภาพจิตอยู่แล้ว หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ส่วนผู้หญิงหลังจากรักษาอาการบาดเจ็บของร่างกายเสร็จแล้ว ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาจิตใจด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ของผู้หญิงที่ถูกคนรักทำร้ายร่างกายหลายครั้งแต่ยังทนอยู่ ก็เพราะรัก อยากจะรักษาความรักเอาไว้ หวังลมๆ แล้งๆ ว่าผู้ชายจะเลิกพฤติกรรมแบบนี้ได้ ผู้ชายจะไม่ทำร้ายตนเองอีก หรืออาจเป็นเพราะผู้หญิงกลุ่มนี้ ต้องการพึ่งพาอะไรบางอย่างจากฝ่ายชาย เช่น เรื่องเงินทอง หรือเรื่องจิตใจ ผู้หญิงอาจขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ต้องมีผู้ชายเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ซึ่งควรต้องได้รับการรักษาสภาพจิตใจเช่นเดียวกัน ควรตั้งสติ ตั้งหลักดีๆ คิดได้แล้วค่อยตัดสินใจเดินออกมาจะดีกว่า