หนุ่มสติแตกร้องหาแม่ ! หลัง โดนจับกุม คาด่านเคอร์ฟิว เพราะ ” มียาเสพติดไว้ในครอบครอง “

หนุ่มสติแตกร้องไห้หาแม่ ! หลัง โดนจับกุม คาด่านเคอร์ฟิว เพราะ ” มียาเสพติดไว้ในครอบครอง “ วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม นำโดย พ.อ.จิรโรจน์ กองวารี รอง ผอ.ก.รมน.จ.สมุทรสงครามนายไชยพร เอี่ยมวงค์ ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดร.ต.ต.วีรยุทธ ภาธี รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองสมุทรสงคราม พร้อมกำลัง ตั้งด่านจุดคัดกรองโควิด 19 ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่บริเวณหน้าศูนย์จราจร ตลาดแม่กลอง เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม  ข่าวที่เกี่ยวข้อง สาวลองค้นชื่อแฟนบนกูเกิ้ล เจอความจริงสุดช็อก ที่แท้ผู้ชายมีโลก 2 ใบ เช็กด่วน!! วันแม่ 12 สิงหาฯ ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย มีนายไพโรจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ชาวอ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ขี่ จยย. ยามาฮ่า สีดำแดง ทะเบียน 1 กฆ 1231 สมุทรสงคราม มาจากถนนทางเข้าเมือง ซึ่งเป็นเวลาเคอร์ฟิว เมื่อเจอด่านตรวจท่าทางมีพิรุธจะกลับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเข้าไปตรวจสอบ แต่นาย ไพโรจน์ ซึ่งในมือมีการกำกระเป๋าสตางค์ผ้าลายดอกที่ล้วงมาจากกระเป๋ากางเกงมาถือไว้แน่น เมื่อเจ้าหน้าที่ขอดูกระเป๋า นายไพโรจน์พยายามขัดขืนและร้องโวยวายตะโกนเรียกแม่ครับอยู่หลายครั้ง กระทั่งควบคุมตัวนายไพโรจน์ไว้ได้ จากการตรวจสอบในกระเป๋าสตางค์ผ้า พบยาบ้าสีเขียว 7 เม็ด ยาบ้าสีส้ม 7 เม็ด ยาไอซ์ 5 ถุง รวม 7 จี ถุงพลาสติดใสสำหรับแบ่งยาไอซ์ 50 ใบ และอุปกรณ์การเสพ สอบสวนเบื้องต้น นายไพโรจน์ รับสารภาพว่าซื้อยาบ้ามาจากเพื่อนที่ ชื่อเอก ชาว ต.ท่าคา อ.อัมพวา ราคาเม็ดละ 30 บาท ส่วนหนึ่งไว้เสพเอง อีกส่วนขายราคาเม็ดละ 50 บาท ส่วนยาไอซ์แบ่งขายถุงละ 300-400 บาท ก่อนถูกจับกุมได้ไปธุระบ้านญาติที่ ต.แหลมใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม และลืมว่า 3 ทุ่มเป็นเวลาเคอร์ฟิว จึงรีบกลับบ้านพัก แต่มาเจอด่านตรวจก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก พยามยามจะเอายาเสพติดโยนทิ้งแต่ก็ทิ้งไม่ทันจึงกำเอาไว้แน่น และเผลอร้องเรียกแม่ให้ช่วย เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า ยาไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย และขับรถในขณะมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย เนื่องจากตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง ขึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สกัดจับปาเจโร่ ซิ่งแหกด่าน ตกร่องกลางถนน จนมุมพร้อมยาบ้า 2 ล้านเม็ด

ตำรวจสภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกับ สภ.กุมภวาปี ขับรถไล่ล่า คนร้าย 2 ราย ซิ่งปาเจโร่ แหกด่านตรวจ สุดท้ายจนมุมตกร่องกลางถนน ผงะพบยาบ้า 2 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2564 พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.พงษ์พันธุ์ นาขวา ผกก.สภ.กุมภวาปี พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.อ.ธนาวีร์ วิชาชัย รองผอ.กอ.รมน.อุดรธานี นายสุชาติ ทอนมณี นายอำเภอกุมภวาปี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้าย 2 ราย ขับรถหลบหนีการจับกุมของตำรวจสภ.เมืองอุดรธานี และสภ.กุมภวาปี จากการตรวจค้นรถพบของกลางยาบ้า 5 กระสอบ รวม 2 ล้านเม็ด จับกุมได้บริเวณถนนมิตรภาพ หลัก กม.424 ต.ผาสุก อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี สืบเนื่องจากตำรวจสภ.เมืองอุดรธานี และสภ.กุมภวาปี พบรถยนต์ต้องสงสัยจึงทำการเรียกตรวจ แต่คนร้ายได้ขับหลบหนีจึงเรียกวิทยุขอกำลังเสริมในการจับกุม โดยการขับรถไล่ล่าจนกระทั่งรถของคนร้ายเสียหลักลงร่องกลางถนนจึงถูกจับกุมดังกล่าว จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเป็นขบวนการค้ายานรกข้ามชาติ จึงสั่งการให้ทางชุดสืบสวนคุมตัวผู้ต้องหาไปขยายผลต่อไป พล.ต.ท.ยรรยง ได้มอบรางวัลเงินจำนวนหนึ่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ขับรถไล่ติดตามรถต้องสงสัยและเรียกวิทยุขอกำลังเสริมในการจับกุม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ มีไหวพริบในการาสังเกตุรถต้องสงสัย จนสามารถจับกุมคนร้ายได้ เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง เรื่องราวน่ารัก!! ตาสุดดีใจยายกลับบ้าน หลังไปรักษาตัวที่ รพ. นานกว่าเดือน(มีคลิป) สุดสะเทือนใจ!! โซเชียลเเห่เเชร์ ภาพ “ตา-ยาย” เพราะชีวิตคน มันเลือกเกิดไม่ได้

ทหารม้า กกล.ผาเมือง พบยาบ้าชายแดนแม่อาย ยึดเเล้ว 12,000 เม็ด

  เทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาว กองกำลังผาเมืองได้เพิ่มความเข้มเฝ้าระวังการลักลอบค้ายาเสพติด พบยาบ้ารวม 12,000 เม็ด และ ฝิ่น 48 กิโลกรัม วันที่ 13 เมษายน 2564 ช่วงเวลา 15.00 น. พลตรี นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างเดินทางมากลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือมากขึ้น กองกำลังผาเมืองจึงได้เพิ่มความเข้มข้น ในการเฝ้าระวังการลักลอบค้ายาเสพติด โดยเน้นงานด้านการข่าว และการตั้งตรวจจุดสกัดตามเส้นทางหลัก และเส้นทางรอง จากการเพิ่มกำลังในพื้นดังกล่าว หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมืองจัดกำลังจากกองบังคับการควบคุมฝ่ายทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ลาดตระเวนบริเวณ บ.หล่ายอาย หมู่ 9 ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าจำนวน รวม 12,000 เม็ด และยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ฝิ่น) น้ำหนักรวม 48 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่บริเวณต้นไม้ ทั้งนี้ กองร้อยทหารพรานที่ 3315 ได้นำของกลางส่งให้กับพนักงานสถานีตำรวจแม่อาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเเล้ว พระค้ายาบ้า พร้อม จำหน่าย และเสพเอง !! ชายคลั่งยาบ้า!! วางยาฆ่าเเม่ไม่สำเร็จ จุดไฟเผาบ้านมอด อย่างไรก็ตามกองกำลังผาเมืองยังคงจัดกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ ตามแนวชายแดน 100% ตามแผนปฏิบัติการที่วางไว้ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว กลุ่มขบวนการยาเสพติด มักจะใช้ช่วงวันหยุดยาวในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาตามแนวชายแดน ตลอดจนการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19  รวมถึงอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางสัญจรในพื้นที่  

โดนจับคาด่าน! ขนเฮโรอีน100ล้าน ซ่อนในช่องลับรถยนต์

อดีตผู้รับเหมา ขนเฮโรอีนมูลค่ากว่า 100 ล้าน ซ่อนในช่องลับรถ โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับคาด่าน! วันที่ 20 ก.พ. 64 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ฝ่ายปกครอง จ.น่าน สนธิกำลังร่วมกับ ป.ป.ส.ภาค5 สำนักงาน ป.ป.ส.4 DEA สหรัฐอเมริกา ประจำ จ.เชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลร่วมกัน นำไปสู่การจับกุมขบวนการยาเสพติดข้ามชาติ บริเวณจุดตรวจจุดสกัด ด่านควบคุมโรคโควิด-19 บ้านนาหวายใหม่ ม.5 ต.ป่าคาหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน ได้ผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางเฮโรอีน 35 กิโลกรัม ทั้งนี้ชุดเฉพาะกิจตรวจยึดจับกุม สืบสวนทราบว่า มีขบวนการค้ายาเสพติด ลำเลียงเฮโรอีน จากชายแดนภาคเหนือ ไปยัง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยวางแผนใช้รถยนต์ ยี่ห้อ รุ่นและสีเหมือนกัน อำพรางการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ โดยมี นายสุรเดช กันธะโย อายุ 57 ปี และนายกมล คำพิมาร อายุ 34 ปี ขับรถยนต์ฟอร์ดสีขาว ทะเบียน 3ฒฆ5465กทม เดินทางมาจาก จ.ปทุมธานี มาจอดไว้ที่บ้าน นายธีนพันธ์ คำผาบูรณปัญญา ที่ อ.นาน้อย จ.น่าน ก่อนใช้รถฟอร์ดสีขาวอีกคันทะเบียน 3 ฒฆ 9764 กทม. พากันขับขึ้นไปรับยาที่ชายแดนเชียงราย โดยรถยนต์ทั้ง 2 คันได้ดัดแปลงช่องลับบริเวณกระบะเพื่อไว้สำหรับซุกซ่อนยา โดยทำการซุกซ่อนยาเสพติดในช่องลับที่สร้างไว้ แล้วเดินทางกลับมาที่ อ.นาน้อย จ.น่าน เพื่อจะทำการเปลี่ยนถ่ายยาไปรถยนต์อีกคัน เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่รัฐ ว่ารถยนต์คันที่มียาเสพติดนั้น ไม่ได้มาจากจังหวัดชายแดนภาคเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งพักยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตามด่านต่างๆ จึงไม่เข้มงวดในการตรวจค้น กระทั่งขับกลับมาถึงด่านตรวจคัดกรองโรคโควิด19 บ้านนาหวายใหม่ ม.5 ต.ป่าคาหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน   ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังรอตรวจค้น รอจนกระทั่งทั้ง 3 คนลงรถมาลงทะเบียน และตรวจคัดกรองโรค จึงขอเข้าตรวจค้นและพบของกลางยาเสพติดเฮโรอีนซุกซ่อนไว้ช่องลับที่ดัดแปลงไว้ท้ายกระบะรถยนต์ จำนวน 50 ก้อน น้ำหนักประมาณ 35 กิโลกรัม ราคากว่า 100 ล้านบาท จับกุมดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดประเภท 1 เฮโรอีน ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เผยว่า ได้ติดตามพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลดังกล่าวมานานกว่า 1 ปี แต่ไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหารายดังกล่าวหลบหนีและตบตาเจ้าหน้าที่ทำให้หลบหนีการจับกุมไปได้ จนครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรม จนสบโอกาสที่จังหวัดน่านยังคงมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด ที่ผู้เดินทางเข้าออกจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนการคัดกรองโรค ทำให้ผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวต้องลงรถ ทำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าว ไม่มีอาวุธเพื่อต่อสู้ขัดขืน และไม่สามารถหลบหนีการจับกุมได้

จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดล็อตใหญ่ พบของกลางอื้อ

   ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า  พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ เปิดแถลงผลการปฏิบัติตามแผน พิทักษ์ประชา 61/4 ภ.3 ของตำรวจภูธรภาค 3 จึงได้สั่งสนธิกำลังตั้งด่านตั้งจุดสกัดของ ตร.สภ.ช่องสามหมอ ด่านบูรณาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตร.ภาค 3 เพื่อเร่งขยายผลหลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เมื่อคืนที่ผ่านมาทางด่านสกัด สภ.ช่องสามหมอ อ.คอนสวรรค์ ได้จัดกำลังแอบไปดักสกัดซ้อนแผน หลังสืบทราบว่าจะมีการนำยาเสพติดทุกประเภทดังกล่าวลักลอบเข้าพื้นที่ ผ่านเส้นทางหมู่ 13 ต.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ จึงขยายไปตั้งด่านสกัด จนพบนายศุภวิชญ์ อายุ 19 ปี ขับขี่รถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว แดง หมายเลขทะเบียน 1กฐ 3280 ชัยภูมิ จึงขอเรียกตรวจผู้ต้องพามีท่าทางพิรุธและพยายามจะกลับรถขับหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวของเข้าตรวจค้นภายในกระเป๋าพบยาบ้ารวมเบื้องต้นจำนวนกว่า 2,000 เม็ด ยาอี อีก 4 เม็ด ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่ากำลังจะนำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าย่อยที่นัดให้นำกระเป๋าไปทิ้งไว้บริเวณถนนหมายเลข 229 ชัยภูมิ-มัญจาคีรี รอยต่อ จ.ชัยภูมิและจ.ขอนแก่น ก่อนที่จะมีการขยายผลผู้ต้องหารายนี้เข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 360 หมู่ 2 ต.นาฝาย ในเขตอ.เมือง จ.ชัยภูมิ พบของกลางรอกระจายส่งให้ลูกค้าอีกจำนวนมาก โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าของกลางทั้งหมด จะมีเครือข่ายนายทุนส่งมาให้อีกทอด โดยจะส่งมาให้บรรจุไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าสีดำแล้วแจ้งพิกัดทางไลน์ส่งจุดที่นำมาทิ้งไว้ ด้านพล.ต.ต.สมพจน์ กล่าวว่า ครั้งนี้ขบวนการค้ายาเสพติดหันมาใช้วิธีลักลอบแต่ละครั้งแบบครบวงจรมากขึ้น มียาเสพติดแทบทุกประเภทพ่วงมาด้วยทั้งหมด รวมทั้งเข้ามาอยู่ในขบวนการค้าอาวุธเข้ามาพ่วงเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งจากนี้ไปจะได้เร่งขยายผลติดตามกลุ่มร่วมขบวนการเครือข่ายยาเสพติดค้าอาวุธรายใหญ่ครั้งแรกของ จ.ชัยภูมิที่มีใครเข้ามาเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินการกวาดล้างจับกุมและตามยึดทรัพย์ต่อไป

1 2 3