“ญี่ปุ่น” สั่งระงับใช้วัคซีนโควิด ”โมเดอร์นา” หลังพบมีการปนเปื้อนสารแปลกปลอมในวัคซีน เร่งตรวจสอบ

“ญี่ปุ่น” สั่งระงับใช้วัคซีนโควิด ”โมเดอร์นา” 1.63 ล้านโดส หลังพบมีการปนเปื้อนสารแปลกปลอมในวัคซีน 39 ขวด กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (25 ส.ค.) ว่า ได้รับรายงานจากศูนย์ฉีดวัคซีนโควิดหลายแห่งภายในประเทศระบุว่า พบสารปนเปื้อนในวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของโมเดอร์นาบางส่วนที่ยังไม่ได้นำไปใช้ บริษัท ทาเคดา ฟาร์มาซูติคอล (Takeda Pharmaceutical Co.) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการจำหน่ายและขนส่งวัคซีนโมเดอร์นาในญี่ปุ่นระบุว่า บริษัทได้ระงับการใช้วัคซีนราว 1.63 ล้านโดสที่ผลิตในล็อตเดียวกันแล้วเพื่อเป็นการป้องกันล่วงหน้า ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขฯ และบริษัททาเคดาระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องปัญหาด้านความปลอดภัยใดๆ ที่เกิดจากการปนเปื้อนดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขฯ เปิดเผยอีกด้วยว่า โมเดอร์นาให้คำมั่นว่าจะทำการสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว โดยบริษัททาเคดาได้ขอให้โมเดอร์นาเร่งเข้าตรวจสอบโดยด่วน และประกาศให้สถาบันการแพทย์และองค์กรอื่นๆ ระงับการใช้วัคซีนที่มีลักษณะผิดปกติทั้งหมด แม้ว่าจะไม่ได้มาจากล็อตที่ถูกระงับก็ตาม ข่าวที่เกี่ยวข้อง แจ้งกำหนดการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 2 สำหรับคนที่ฉีดเข็ม 1 ไปเมื่อวันที่ 7-25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ข้าราชการหญิง ฉีดวัคซีนแบบไขว้ แต่พอฉีดเข็มสอง ไม่สามารถยกมือยกแขนข้างซ้ายที่ฉีดวัคซีนได้ นอกจากนี้ บริษัททาเคดายังระบุว่า บริษัทจะดำเนินการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้การระงับใช้วัคซีนครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อจำนวนวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีในญี่ปุ่น รายงานเกี่ยวกับสารปนเปื้อนนั้นมาจากศูนย์ฉีดวัคซีน 8 แห่งใน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดไอจิ, จังหวัดกิฟุ, จังหวัดอิบารากิ, จังหวัดไซตามะ และกรุงโตเกียว โดยพบว่ามีสารปนเปื้อนในวัคซีน 39 ขวด ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขฯ เปิดเผยข้อมูลว่า มีวัคซีนโมเดอร์นาจำนวน 1.63 ล้านโดสที่ผลิตในช่วงเวลาเดียวกันในสเปน โดยมีหมายเลขล็อตการผลิตได้แก่ 3004667, 3004734 และ 3004956 สนับสนุนเนื้อหา

คืนเงินคนที่เหลือ ! หลังวัคซีน ไม่เพียงพอต่อการจองทั้งหมด

“โรงพยาบาลไทยนครินทร์” ประกาศแจ้งสำหรับผู้ที่ “จองวัคซีน Moderna” กับทาง รพ. ว่าจำเป็นต้องคืนเงินสำหรับคนที่เหลือหลังได้รับจัดสรร “โมเดอร์นา” เพียง 13,140 เข็มเท่านั้น และไม่เพียงพอต่อการจองทั้งหมด โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ต้องขออภัยอย่างสูงมา ณ ที่นี้ สำหรับวัคซีนทางเลือก Moderna ทางโรงพยาบาลฯ ได้ดำเนินการแจ้งยอดสั่งซื้อตามจำนวนการจองของผู้รับบริการทุกท่าน แต่เนื่องจากทางโรงพยาบาลฯ ได้รับแจ้งยอดจัดสรรวัคซีนดังกล่าวเพียง 13,140 เข็ม ทำให้สามารถจัดสรรให้แก่ผู้รับบริการได้ทั้งหมด 6,570 ท่าน (2 เข็มต่อ 1 ท่าน) ตามที่เรียนแจ้งไว้ก่อนรับชำระเงิน ทางโรงพยาบาลไทยนครินทร์ มิได้เป็นผู้จัดหาวัคซีนโดยตรง กรณีได้รับจัดสรรวัคซีนไม่เพียงพอต่อจำนวนสั่งจอง ทางโรงพยาบาลฯ ขอทำการคืนเงินเต็มจำนวน ทั้งนี้ ผู้ที่ชำระเงินและทำรายการถูกต้องทั้งในส่วนการแจ้งชำระผ่าน Form และชำระที่โรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน จนถึงเวลา 12.26.16 น. ของวันที่ 27 มิถุนายน 2564 จะได้รับการจัดสรรวัคซีนทันทีที่ทางโรงพยาบาลได้รับมอบจากองค์การเภสัชกรรม สำหรับผู้ที่ชำระหลังเวลา 12.26.16 น. ของวันที่ 27 มิถุนายน 2564 ทางโรงพยาบาลต้องขออภัยอย่างยิ่งที่ต้องขอคืนเงินจองวัคซีนของท่าน โดยท่านสามารถยืนยันข้อมูลเพื่อรับเงินคืน โดยระบุข้อมูลตามแบบฟอร์มที่ส่งให้ทาง sms ที่ส่งให้ยังเบอร์ที่ท่านแจ้งไว้ กรณีต้องการสอบถาม รบกวนสอบถามทาง Line Official Account : @thainakarin เท่านั้น ขอสงวนคู่สายสำหรับการให้บริการผู้ป่วยที่ต้องการนัดหมายแพทย์เพื่อรักษา ทางโรงพยาบาลไทยนครินทร์ ต้องขออภัยทุกท่านอย่างสูงอีกครั้งที่ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามความคาดหวัง และขอขอบพระคุณทุกท่านที่ไว้วางใจและเข้าใจในโรงพยาบาลไทยนครินทร์ ขอบคุณ : โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ข่าวที่เกี่ยวข้อง เลขาธิการสภากาชาดไทย เผยเจรจาการจัดซื้อวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา 1 ล้านโดส ฉีดให้ประชาชนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สรยุทธติงรัฐบาล ! เรามาถึงจุดที่ ‘หมอ’ ต้องจอง ‘วัคซีนทางเลือก’ ให้ตัวเองแล้วหรือ

องค์การเภสัช แจง โมเดอร์นา เข็มละ 584 ไม่เป็นความจริง!

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. องค์การเภสัชกรรม (จีพีโอ.) ออกแถลงการณ์ ​ถึง กรณีที่มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับราคานำเข้าและการจัดเก็บภาษีวัคซีนโมเดอร์นา ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนั้น องค์การเภสัชกรรม ขอชี้แจง ดังนี้ 1. จากที่ได้มีการนำเสนอว่า “ราคาวัคชีนโมเดอร์นา ที่นำเข้ามา ราคา 584 บาทต่อโดส”นั้น ขอชี้แจงว่า ราคา 584 บาทต่อโดส เป็นการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง อย่างไรก็ตามองค์การฯไม่สามารถเปิดเผยราคานำเข้าได้ เนื่องจากเป็นข้อตกลงที่ได้มีการกำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ในการเจรจาซื้อขาย ที่ไม่ให้ทั้ง 2 ฝ่าย เปิดเผยราคาซื้อขายของคู่ค้าได้ โดยบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นา เป็นผู้กำหนดราคาซื้อขาย มีข้อมูลที่เป็นที่เปิดเผยโดยทั่วไปว่าราคาซื้อขายในตลาดโลก (อ้างอิงจากเว็บไซต์ www.biospace.com) อยู่ที่ ประมาณ 25-37 ดอลลาร์สหรัฐฯ (800-1,200บาท) ต่อ 1 โดส โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและจำนวนในการจัดซื้อในแต่ละครั้ง 2.การกำหนดราคาขายวัคซีนโมเดอร์นา ให้กับโรงพยาบาลเอกชน ที่ราคา 1,100 บาทต่อโดสนั้น เป็นราคา ที่มาจากราคาวัคซีนที่องค์การเภสัชกรรม ได้รับจากบริษัทซิลลิค ฟาร์มา รวมกับภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รวมกับค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ อาทิ ค่าเก็บรักษา ค่าขนส่ง ค่าประกันภัยรายบุคคล เพื่อให้ความคุ้มครองกับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา กรณีที่อาจมีอาการไม่พึงประสงค์ ดังนั้นประเด็นที่มีการกล่าวหาว่า มีการบวกกำไรหรือภาษีเข้าไปในราคาขายถึง 516 บาท หรือ 88 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่เป็นความจริง 3.องค์การเภสัชกรรม ได้ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ในการเป็นหน่วยงานภาครัฐที่เป็นตัวแทนจัดซื้อจัดหาวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา เพื่อให้ประชาชนได้มีวัคซีนทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 องค์การเภสัชกรรม ได้มุ่งมั่น ทุ่มเท ดำเนินการในทุกภารกิจทั้งด้านยา วัคซีน และเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ในการป้องกันต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขไทย เพื่อให้ประเทศไทยได้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ประชาชนจำนวนมาก ไปรับบริการฉีดวัคซีน COVID-19 ที่สถานีกลางบางซื่อ แต่เห็นแล้วสงสารคนแก่มาก ประชุม ครม.อนุมัติให้องค์การเภสัชกรรม ดำเนินการทำสัญญาจัดซื้อวัคซีนโควิด โมเดอร์นา

” แสนสิริ ” สั่งจอง ” โมเดอร์นา 5,000 โดส ” เป็เข็มที่ 3 เพื่อพนักงาน

” แสนสิริ ” สั่งจอง ” โมเดอร์นา 5,000 โดส ” เป็เข็มที่ 3 เพื่อพนักงาน เมื่อวันที่ 12 ก.ค.64 นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริ ดำเนินการจองซื้อวัคซีนทางเลือก “โมเดอร์นา” วัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA ที่มีประสิทธิภาพป้องกันไวรัสกลายพันธุ์จากโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 5,000 โดส มูลค่า 8.5 ล้านบาท เพื่อเป็นวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับพนักงานทุกคนของบริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และบริษัทในเครือเรียบร้อยแล้ว ข่าวที่เกี่ยวข้อง ลุ้นรัฐบาล ลดค่าไฟช่วงล็อกดาวน์ คาดใช้เงิน 8 พันกว่าล้าน เร่งตรวจคัดกรอง หลังมีช่างภาพสื่อมวลชน 1 ราย ที่ทำเนียบรัฐบาล ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 โดยคาดว่าจะเริ่มฉีดให้กับพนักงานได้ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2564 – มกราคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้รับมือการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะพนักงานทุกคนได้รับซิโนฟาร์มครบ 2 เข็มแล้วและมีระยะห่างจากวัคซีนเข็มที่ 2 ประมาณ 3 – 4 เดือน สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยกำลังเป็นที่จับตาเพราะจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ วันนี้แม้ว่าพนักงานของแสนสิริและบริษัทในเครือ ตลอดจนครอบครัวพนักงาน จะได้รับวัคซีนทุกคนแล้ว แต่การเตรียมพร้อมเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าต่อไปสถานการณ์จะเป็นอย่างไร หรือไวรัสจะกลายพันธุ์เป็นกี่สายพันธุ์ ดังนั้น การที่แสนสิริจองซื้อ “โมเดอร์นา” ซึ่งเป็นวัคซีน mRNA ที่มีคุณภาพและป้องกันโควิดหลากหลายสายพันธุ์ใหม่ทั้งสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) อัลฟา(อังกฤษ) และเบตา (แอฟริกาใต้) รวมถึงครอบคลุมการกลายพันธุ์อื่นๆต่อไปในอนาคต มาเป็นวัคซีนเข็มที่ 3 จึงเป็นเหมือนเกราะกำบังเพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อของพนักงานได้อีกทางหนึ่ง เพราะปัจจุบันการได้รับวัคซีนเร็วที่สุดและทั่วถึงที่สุดไม่เพียงพอ วัคซีนที่ได้จะต้องเป็นวัคซีนที่สามารถรับมือการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพด้วย “ ความปลอดภัยของโครงการและลูกบ้านแสนสิริเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุด ผมเชื่อมั่นครับว่าการที่พนักงานของเราฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการรับมือไวรัสกลายพันธุ์จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัยและลดความเสี่ยงให้ครอบครัวแสนสิริทุกคนได้ ตลอดจนการฉีดวัคซีน mRNA ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เรามั่นใจว่าพนักงานของเราจะปลอดภัยมากขึ้นและองค์กรจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างเต็มความเร็วและเต็มประสิทธิภาพ ในอันที่จะทำยอดขายปีนี้ให้ได้ 31,000 ล้านบาท และยอดโอน 31,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ” นายเศรษฐา กล่าว