วิพากษวิจารณ์หนัก ใช้งบสร้างเสาไฟส่องสว่างรูปร่างเครื่องบิน ต้นหนึ่งเกือบแสนบาท

จากกระแสดังในโลกออนไลน์ ถึงเสาไฟส่องสว่างรูปร่างเครื่องบิน ต้นละหนึ่งแสนบาท ภายใน ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่ตั้งตระหง่านทั้งสองข้างทางบนถนน⁣ ⁣ โดยนายอุดม กลิ่นพวง นายก อบต.หนองปรือ กล่าวว่า ผมเห็นแล้วในเพจที่ลงเสาไฟต้นละ 1 แสนเศษ แต่ในเอกสารของเรามันไม่ถึงมันแค่ 92,000 บาท แต่สเปกของเราเป็นสเตนเลส ค่อนข้างหนาและเส้นผ่าศูนย์กลางจะใหญ่ และตัวเครื่องบินไม่ใช่พลาสติกหรือไฟเบอร์นะ แต่เป็นสเตนเลสขึ้นรูป ซึ่งจะมีความทนทานมาก ⁣ ⁣ การทำโครงการนี้ก็มีชาวบ้านได้ร่วมทำประชาคมกันขึ้นมา ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะไม่เข้าใจบริบทในพื้นที่ของเรา แต่ชาวบ้านของเรามีความสุข และมีความภาคภูมิใจในตัวสินค้าและโครงการที่ทำขึ้นมา ซึ่งชาวบ้านจะขอเสาไฟเข้าทุกซอยเลย แต่ผมบอกว่า เครื่องบินจะเข้าเฉพาะเส้นเมนเฉยๆ ซึ่งจะเป็นการโชว์ แต่เราให้ได้เป็นโซลาร์เซลล์ แต่ไม่ได้มีเสาเครื่องบินเข้าไปในซอย ซึ่งเราใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า 2 ล้านกว่าบาท ถ้าเป็นโครงการใหญ่ก็ 10 กว่าล้าน การติดตั้งแค่หลักร้อยต้นเท่านั้น ถ้าเครื่องบินก็ประมาณ 300 ต้น⁣ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ย้ำ !! พอใจงบประมานปี65 แซวแรงมาก “ปารีณา” อภิปรายงบฯ […]

วางก่อนค่อยตาม ”คดีลุงพล” !! ทนายนรเศรษฐ์ ชี้แค่จับกุม นานกว่าจะตัดสิน แนะให้ ปชช.จับตาสภาลงมติ “งบปี 65” เน้นย้ำ เรื่องนี้กระทบกับทุกคนแน่นอน

วางก่อนค่อยตาม ”คดีลุงพล”  ทนายนรเศรษฐ์ ชี้แค่จับกุม นานกว่าจะตัดสิน แนะให้ ปชช.จับตาสภาลงมติ “งบปี 65” เน้นย้ำ เรื่องนี้กระทบกับทุกคนแน่นอน ต้องบอกว่าช่วงนี้มีข่าวมากมายที่เป็นกระแสดัง แต่ที่ดังยิ่งกว่าแสข่วอื่นๆก็คงหนีไม่พ้นข่าว กรณีการหายตัวไปของ “น้องชมพู่” ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา เด็กหญิงวัย 3 ขวบ จากบ้านพักในหมู่บ้านกกกอก เมื่อวันที่ 11 พ.ค 2563 ก่อนถูกพบเสียชีวิตอยู่บริเวณเขาภูเหล็กไฟ ต่อมา คืนวันที่ 1 มิ.ย.64 ศาลจังหวัดมุกดาหาร อนุมัติหมายจับ นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล พร้อมตั้ง 3 ข้อหา คือ พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันควร, ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย, และกระทำการใดๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป และเมื่อวันที่ […]

ชาวอุบลสงสัย มันควรแล้วเหรอ เอางบประมาณ 14 ล้าน ใช้สร้างประตูเมืองอุบล

กำลังเป็นที่สงสัยกันไปทั่วโลกออนไลน์เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพ โดยระบุข้อความว่า “สะพรึง ประตูเข้าเมืองอุบล ใช้งบสร้าง 14 ล้าน ชาวเน็ตถาม เสร็จแล้วจริงหรือ!” โดยคอนเซปของประตูเมืองได้ระบุเอาไว่ว่า “บัวสามเหล่า คือส่วนที่เป็นโครงสร้างใต้ดิน หมายถึงบัวใต้ตม ส่วนระดับถนนที่คนเราอยู่เล่าเรื่องราวเมืองอุบล และวิถีชีวิต คือ บัวกลางน้ำ ซึ่งเป็นรูปประติมากรรมดินเผาส่วนบน หมายถึงบัวพ้นน้ำ” ซึ่งซุ้มประตูนี้ได้ดำเนินการสร้างแล้วเสร็จไปตั้งแต่เมื่อปลายปี 2558 แล้ว ด้วยงบประมาณถึง 14 ล้านบาท ด้วยงบประมาณการสร้างที่สูงลิ่วประกอบกับซุ้มประตูที่เหมือนกับยังสร้างไม่เสร็จ ทำให้ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาถามว่า นี่คือสร้างเสร็จแล้วจริงหรือ และอื่นๆ อีก เช่น มองยังไงให้เป็นดอกบัว , 14​ล้านกับซุ้มอะไรที่รกหูรกตา​ ไม่ควรค่าที่จะมอง… 14​ล้านเอาไปทำประโยชน์สาธารณะอย่างอื่นได้อีกตั้งแยะ.. ซุ้มในหลายๆจังหวัดสร้างขึ้นมาแทนที่จะสวยงาม​เชิดหน้าชูตาจังหวัด.. กลับกลายเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดทัศนอุจาดซะงั้น? เพราๆลงบ้างเหอะเงินทองหายากอยู่

ครม.เห็นชอบวงเงิน 473 บาท ดำเนินการจัดพื้นที่กักกันโรค

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ งบกว่า 473 ล้านบาท ให้สำนักงานปลัดกลาโหม ใช้จ่ายจัดตั้งพื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ ระยะที่ 5 อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบวงเงิน 473,150,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการพื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ จำนวน 22,248 คน ระยะที่ 5 (ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. – 30 พ.ย. 2563) โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยให้เบิกจ่ายในงบดำเนินงาน ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายให้ร่วมกันจัดสถานที่ และพื้นที่สำหรับสังเกตอาการ เพื่อใช้ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ที่ผ่านมา ได้ใช้สถานที่ราชการ 2 แห่ง และโรงแรมเอกชน 26 แห่ง จัดตั้งพื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ รองรับผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและเข้ารับการกักกันตัวในพื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine) จำนวน […]

ไทยจะไปดวงจันทร์ ภายใน 7 ปี คาดใช้งบประมาณราวๆ 3,000 ล้านบาท!!!

ไทยเดินหน้าทำยานอวกาศขนาด 300 กก.ไปดวงจันทร์ภายใน 7 ปี ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ คาดใช้งบราว 3,000 ล้านบาท 24 ธ.ค.64 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า การพัฒนาสร้างยานอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์ ภายใน 7 ปี เป็นหนึ่งในแผนงานปี 64 เพราะไทยมีคนที่มีความสามารถและทักษะในทางดาราศาสตร์ ที่สามารถพัฒนาต่อยอดในการทำดาวเทียมและยานอวกาศได้ ปัจจุบันไทยทำดาวเทียมขนาด 1-5 กิโลกรัม ส่งขึ้นไปโคจรในประเทศอยู่แล้ว และในอีก 4 ปีต่อจากนี้ มีแนวโน้มที่จะผลิตดาวเทียมด้วยเทคโนโลยีศักยภาพสูง มีความทันสมัยมากขึ้น ในขนาด 50-100 กิโลกรัม ถ้าทำสำเร็จ ก็จะเดินหน้าต่อเนื่องทำยานอวกาศขนาดประมาณ 300 กิโลกรัม เพื่อเป้าหมายในการโคจรรอบดวงจันทร์ ซึ่งน้ำหนักของยานอวกาศจะอยู่ที่ 150 กิโลกรัม และอีก 150 กิโลกรัม จะเป็นน้ำหนักของซีนอนและแก๊ส ที่จะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทำปฏิกิริยากับซีนอนแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงาน ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว 11 กิโลเมตร/วินาที […]

1 2 3 4