จับพ่อจอมโหดใช้น้ำยาล้างห้องน้ำกรอกปากลูกสาววัย 6วัน แล้วนำไปฝังอำพราง

ตร.เชียงใหม่รวบพ่อใจดำ ฆ่าลูกน้อยฝังดิน ปมเครียดไม่อยากได้ลูกสาวคนที่ 3 เมื่อช่วง 19.00 น.เศษ วันที่ 23 ก.ย.63 พ.ต.ท.อำนาจ ทองแท้ รอง ผกก(สอบสวร) สภ.ช้างเผือกเมืองเชียงใหม่ ได้ประสานไปทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรดอยสะเก็ดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างสำเร็จได้ควบคุมตัวนายอนุภาพ โจปัญญา อายุ 45 ปี (ชาวเขาเผ่าลีซอ) เจ้าของธุรกิจร้านขายของประเภทกิ๊ฟซ้อปตั้งอยู่ด้านหลังตลาดธานินทร์ ต.ช้างเผือกในตัวเมืองเชียงใหม่ ไปขุดหาซากศพของลูกสาววัย 7 วัน ที่ผู้ต้องหานำไปฝังไว้ในป่าท้ายหมู่บ้านใหม่สันโค้ง หมู่ 9 ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยทางผู้ต้องหาได้ชี้จุดที่ใช้จอบขุดฝังลูกสาวก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถขุดเอาศพทารกเพศหญิงที่ห่อด้วยผ้าอ้อมสีขาวขึ้นมาจากหลุมได้ นายอนุภาพ ผู้ต้องหาเปิดใจว่า สาเหตุที่ตนต้องฆ่าลูกสาวตนเองด้วยมือของตัวเองเพราะ ตนได้มาเปิดทำธุรกิจร้านขายของกิ๊ฟช้อปกับภรรยา และมีลูกสาวด้วยกันแล้ว 2 คน  ตนจึงอยากได้ลูกผู้ชายและมีแผนว่าจะไปให้แพทย์ทำกิ๊ฟท์เพราะอยากมีลูกชายเอาไว้สืบสกุล แต่ภรรยาเกิดพลาดท้องขึ้นมาก่อน  หลังจากที่ภรรยาคลอดลูกสาวคนนี้มาที่ รพ.แห่งหนึ่งหนึ่ง จนกลับมาอยู่บ้านได้ 7 วัน จึงเกิดความเครียด เช้าวันนี้จึงอุ้มลูกสาวออกมายังที่รถยนต์ที่จอดไว้ริมถนนหน้าบ้านพักย่านเจ็ดยอด ต.ช้างเผือกในตัวเมืองเชียงใหม่ ก่อนที่จะใช้น้ำยาล้างห้องน้ำกรอกปากลูกสาวตนเอง รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากเกิดเหตุทางภรรยาของผู้ต้องหา รู้ว่าสามีฆ่าลูกสาวตนเองแล้วนำไปฝัง ช่วงเย็นวันนี้ได้เข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จนตำรวจหน่วยสืบสวน ร.ต.อ.กรียงศักดิ์ เครือทอง รองสารวัตรสืบสวน ไปนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนก็ยอมรับสารภาพตลอดข้อหาเบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาในฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองเอาไว้ก่อน หลังจากที่ขุดศพทารกขึ้นมาแล้วได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิส่งไปให้แพทย์ ภาควิชานิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อผ่าชันสูตรอีกครั้ง ส่วนตัวนายอนุภาพ ได้คุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ไม่ปักใจเชื่อ!! แหม่มรัสเซียอ้างมีคนสั่งให้ฆ่าลูกสาววัย 1 ขวบ

จากกรณีพบศพด็กหญิงอีฟ เคริโมวา อายุ 1 ปี 7 เดือน ชาวรัสเซีย เสียชีวิตนอนคว่ำหน้ามีผ้าขนหนูสีน้ำตาลคลุมแล้วเอาชักโคกทับปิดบังอีกที ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นมารดาชาวรัสเซียชื่อ นาง Ahha Ahatojibebha Efimava อายุ 33 ปี อยู่ระหว่างรักษาตัวหลังจากกระโดดจากชั้นที่ 3 ของอพาร์ทเม้นดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการอายัดตัวไว้เพื่อดำเนินคดี ล่าสุด วันที่ 6 ก.ค.63 พ.ต.ท เสน่ห์ ยศรุ่งเรือง รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางละมุง บอกว่า หลังจากนำตัวนางAhha Ahatojibebha Efimava ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยาในข้อหา ฆ่าคนตายโดยเจตนา และ เสพสารเสพติดให้โทษประเภทกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากรับสารภาพโดยอ้างว่ามีคนสั่งให้ทำ ให้ลงมือฆ่าลูกตัวเอง โดยจับขาทั้งสองข้าง แล้วฟาดร่างของลูกสาวกระแทกกับชักโครกจนชักโครกหัก จากนั้นนำศพไปไว้ใต้อ่างล้างหน้าก่อนเอาผ้าขนหนูปิด แล้วเอาชักโครกวางทับอีกที ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินไปตามขั้นตอนของกฏหมาย ส่วนตัวนางAhha Ahatojibebha Efimava จะถูกส่งตัวไปที่เรือนจำพิเศษพัทยา เพื่อรอการพิจารณาคดีของศาล ส่วนรายละเอียดขั้นตอนการกระทำผิดนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนอย่างละเอียดแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังสถานฑูตรัสเซียเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ส่วนศพเด็กหญิงอีฟ เคริโมวา ได้นำส่งสถานบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจเพื่อชันสูตรพลิกศพแล้ว

โหดเกินคน! แม่ใจอำมหิต รับเด็กเล็กมาเป็นลูกเลี้ยง แล้วแอบเอาสารพิษหยอดจนเด็กป่วย เพื่ออ้างขอรับบริจาคเงิน

วันที่ 22 พ.ค. ที่ เทิดราชัน 13 นายเอ ( นามสมมุติ ) บิดาของ 13 ถ.เทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ได้เปิดใจกับสื่อมวลชน หลังจาก นางสาวนิษฐาหรือแม่ปุ๊ก (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ถูกจับตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 675/2563 ลง 18 พฤษภาคม 2563 ใน ข้อกล่าวหา “รับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ,พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย,ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ฉ้อโกงประชาชน” นายเอ กล่าวว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 20 คน ได้มาแสดงหมายจับลูกสาวของตนที่อยู่ที่บ้าน ตอนนั้นทุกคนก็ตกใจกันหมด ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตำรวจมาอ่านหมายจับ จากนั้นก็พาตัวลูกสาวขึ้นไปยัง กองบังคับการปราบปรามทันที ตนจึงได้ขับรถตามไปชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเรื่องที่ลูกสาวถูกกล่าวหาหา แอบเอาสารพิษ หยอดให้กับหลาน จนมีคนหนึ่งเสียชีวิต และอีกคนหนึ่งป่วยหนัก ตนอยากชี้แจงเรื่องทั้งหมดว่า ตนก็เพิ่งมาทราบว่า ความจริงแล้ว น้องยิ้มไม่ได้เป็นลูกของ ลูกสาว เพราะลูกบอกว่า ไปรับมาจากบ้านเช่า แต่น้องอิ่มนั้น เป็นลูกแท้ ๆ เพราะว่า ตนเป็นคนไปส่งลูกตอนที่คลอดเอง ส่วนเรื่องน้องยิ้มนั้น ตนไม่ทราบเลยว่าลูกสาวไปรีบเลี้ยงมาจากไหน โดยกรณีของน้องยิ้ม น้องได้เสียชีวิตไป เมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 62 อาการของน้องนั้นมีความดันสูงมา และต้องใช้ยาที่มีสเตียรอยด์ในการคุมความดันเอาไว้ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ว่าอาการของน้องยิ้ม ไม่มีสารเคมีในร่างกาย ส่วนน้องอิ่มมีอาการช่วงเดือนมกราคม 2562 น้องเข้าโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง น้องมีอาการป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ จากนั้นก็เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ แพทย์บอกว่า เป็นอาการภูมิแพ้ จากนั้น ก็รักษาตัวมาเรื่อย ๆ ไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเลย กระทั่ง ปลายเดือนมกราคม แพทย์บอกว่า น้องอิ่มมีสารเคมี ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไม่มีรส ปะปนอยู่ในร่างกาย ตนก็ตกใจมาก เพราะว่าที่บ้านก็เลี้ยงดูอย่างดี บ้านไม่ได้ติดกับโรงงานอุตสาหกรรมอะไรเลย เมื่อเราถามต่อว่า สารที่พบคือสารอะไร ทางแพทย์ก็ไม่ตอบอะไรเลย จนถึงกระทั่งตอนนี้ ลูกสาวก็ถูกหมายจับ “ สำหรับผม ผมคิดว่ามันไม่แฟร์เลย เพราะตนเชื่อว่าลูกสาวไม่ได้ทำ ไม่เข้าใจว่าจะทำแบบนั้นไม่ทำไม ถ้าหากทำเพื่อจะเอาเงินบริจาค ก็ไม่รู้จะเอาไปทำไม ในเมื่อเอามาแล้ว ก็ต้องมานั่งรักษาหลานของตัวเอง ผมรู้สึกว่ามันไม่คุ้ม และอีกอย่าง ผมคิดว่า ผลที่ออกมา น่าจะเกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ที่โรงพยาบาล เพราะว่า ผมเลี้ยงหลานมาแบบปกติเลย “ “ ผมคาใจกับทางแพทย์มาก ทั้งที่เราไม่เคยคุย ไม่เคยรู้จักอะไรเลย แต่บอกว่า ลูกสาวเป็นผู้ป่วยโรคจิต วางยาลูก เอาเงินบริจาค แต่ลูกสาวเองก็ไม่เคยมารักษาอาการทางจิตเลย ผมเหมือนรู้สึกว่าลูกสาวถูกปรักปรำ ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้ มันรุนแรงกับครอบครัวของเรามาก ผมรับไม่ได้ และตัวขอลูกสาวเอง ก็ให้ปากคำกับตำรวจหนักแน่น ว่าไม่ได้เป็นคนทำ ตอนที่หมอแจ้งนั้น เขาก็ไม่ได้บอกเลยว่าท่าทีจะเป็นยังไง รู้แค่ว่า เขาบอกเราว่า น้องมีสารพิษในร่างกาย และลักษณะของการบอกก็เหมือนสงสัยแล้ว ว่าลูกสาวผมเป็นคนทำ “ โดยที่ผ่านมา ลูกสาวก็มีมาปรึกษา ว่าน้องยิ้มป่วย จะหาเงินรักษายังไงดี เราเลยคิดว่าลงโพสต์ขอความช่วยเหลือในเฟซดีมั้ย ปรึกษากันหลายฝ่าย ก็คิดว่า จะลองโพสต์ดู จากนั้นก็มีคนเข้ามาบริจาคมากมาย จนกระทั่งได้เงินตามที่ต้องรักษาน้องแล้ว ก็ปิดรับเงินบริจาค เพราะว่า ค่ารักษาของน้อง มันเยอะมาก น้องยิ้มอยู่ในหลักล้าน ส่วนน้องอิ่มประมาณ หลักหมื่น และนอกจากนี้ ลูกสาวก็ขายของออนไลน์ เอาเงินมารักษาหลายด้วย ส่วนในกรณีที่มีคนเข้ามาซื้อของแล้วไม่ได้ของ แล้วมาหาที่หน้าบ้านนั้น ตอนนี้ก็เคลียร์กันไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องอื่นตนก็ไม่ทราบ ซึ่งตอนนี้ น้องอิ่มอยู่กับ เจ้าหน้าที่ พม. ตนเคยไปเยี่ยมอยู่ ก็เห็นม่าหลานใช้ชีวิตปกติ สดใสร่าเริง และน่าจะหายจากอาการป่วยแล้ว ส่วนตนและครอบครัวก็เครียดมาก กำลังหาเงิน 3 […]

สุดสะเทือนใจ! แม่วัยรุ่นนำลูกวัยสองอาทิตย์ทิ้งป่าข้างทาง เจอหมาจรจัดกัดกินเนื้อจนตาย

วันที่ 16 ตุลาคม 2562 เวลา 07.20 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ รับแจ้งจากชาวบ้านพบศพเด็กทารกแรกคลอด ภายในชุมชนทุ่งรี 4 ซอย 27 ถนนกาญจนวนิช ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังรับแจ้งพร้อมประสาน ร.ต.อ.เจตพร แก้วบุปผา รอง สว.สส.สภ.คอหงส์และชุดสืบสวน รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนหลังห้างแม็คโคร พบศพเด็กทารก เพศชาย อายุประมาณ 2 สัปดาห์ ในสภาพนอนคว่ำหน้า จากการตรวจสอบสภาพศพเด็กทารก พบเนื้อต้นคอจนถึงก้นกบได้หายไป ซึ่งมีรอยโดนสัตว์กัดแทะจนเห็นกระดูกสันหลัง ส่วนแขนซ้ายและข้อมือขวาได้หายไป จากการสอบถาม นายนรินทร์ ทองสองสี อายุ 53 ปี เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ขณะขับรถยนต์ผ่านถนนเส้นดังกล่าวเห็นสุนัขกำลังลากทารกออกจากโพรงหญ้าข้างทางออกมาบริเวณริมถนนในซอยดังกล่าว จากนั้นตนจึงรีบจอดรถก่อนจะไล่สุนัขออกไป และหากิ่งไม้มาวางขวางเส้นทางเอาไว้ ซึ่งเกรงว่าจะโดนรถจะทับ ก่อนจะขอความช่วยเหลือจาก น.ส.รุ่งญาดา กิจปภัสสร อายุ 42 ปี ซึ่งได้ขับรถผ่านมาพอดี นายนรินทร์ ได้เล่าให้ฟังอีกว่า จังหวะที่เห็นสุนัขลากออกมาแทะนั้นมีเลือดไหลออกมาสดๆ ซึ่งพบว่าเด็กทารกยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นไม่นานเด็กทารกก็ได้เสียชีวิต ซึ่งตนทำใจไม่ได้ที่เห็นแม่ใจร้ายนำลูกมาทิ้งในลักษณะนี้หากเลี้ยงไม่ไหวจริงๆ ควรนำไปทิ้งหน้าบ้านของชาวบ้าน ยังดีกว่าทิ้งในพงหญ้า ปล่อยให้สุนัขจรจัดลากไปแทะ อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เจตพร แก้วบุปผา รอง สว.สส.สภ.คอหงส์ หลังทำการสอบปากคำและเก็บหลักฐานเรียบร้อย ก่อนให้ชุดสืบสวนออกติดตามแม่ใจยักษ์รายนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมาย ก่อนจะมอบศพทารกให้แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง. ที่มา นสพใต้สันติสุข

โอละพ่อ ผลตรวจดีเอ็นเอ แม่วัยใสกรอกน้ำยาล้างห้องน้ำฆ่าลูก จับยัดถุงดำโยนจากชั้น 3 ทิ้งกองขยะ พบหนุ่มที่ถูกจับไม่ใช่พ่อเด็ก

จากข่าวสุดสะเทือนใจ กรณี น.ส.ออม สาววัย 18 ปี และนายเจน ชายวัย 23 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากเกร็ด จับกุมตัวหลังจับลูกที่เพิ่งคลอดกรอกน้ำยาล้างห้องน้ำ จับยัดถุงดำโยนลงมาจากชั้น 3 คอนโดแห่งหนึ่ง ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อทิ้งกองขยะ กระทั่งเด็กเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดย น.ส.ออม สารภาพว่า ทำเพียงคนเดียวฝ่ายชายไม่มีส่วนรู้เห็น ด้านนายเจนก็ไม่รู้ว่าแฟนสาวท้องคิดว่าแค่อ้วนเท่านั้น ซึ่งนายเจนยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ล่าสุด (1 สิงหาคม2562) มีรายงานว่า แพทย์ลงความเห็นว่าเด็กทารกเสียชีวิตจากอวัยวะภายในล้มเหลว แต่ขณะนี้ศพทารกยังไม่สามารถนำออกจากโรงพยาบาลได้ เนื่องจากยังไม่มีการแจ้งเกิดยังไม่มีชื่อ ส่วนผลตรวจดีเอ็นเอระบุว่า น.ส.ออม เป็นแม่ของเด็กจริงอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ แต่ดีเอ็นเอของเด็กไม่ตรงกับนายเจน ซึ่งเป็นแฟน น.ส.ออม จึงคาดว่านี่เป็นเหตุผลที่ น.ส.ออม ไม่พูดความจริงกับแฟนหนุ่มหรือไม่ โดยทั้งคู่เพิ่งย้ายมาที่คอนโดดังกล่าวได้ประมาณ 5 เดือนฝ่ายหญิงเดินทางมาจาก จ.นครศรีธรรมราช ส่วนฝ่ายชายตามมาจาก จ.กระบี่ ด้านคนที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ช่วงตอนเกิดเหตุตนเดินผ่านจุดนั้นพอดี เห็นคนกำลังมุงดูทารกอยู่บริเวณม้านั่งหน้าคอนโด ซึ่งสภาพเด็กถูกนำมาวาง และเช็ดตัวทำความสะอาดแล้ว และทารกยังมีชีวิต บริเวณดวงตาทั้ง 2 ข้างริมฝีปากมีรอยดำเหมือนถูกสีมาป้ายซึ่งไม่มีใครทราบว่าโดนอะไรมาทารกยังพยายามดิ้นอยู่ แต่ไม่มีเสียงร้องแม้แต่คำเดียว ขณะนั้นทุกคนต่างรอกู้ภัยแต่ยังไม่มา จากนั้นร้านค้าฝั่งตรงข้ามก็วิ่งมาดูและอุ้มตัวเด็กไปส่งโรงพยาบาล เพราะกลัวว่าเด็กจะเป็นอันตราย ส่วนตัวคิดว่ามีคนนำเด็กมาทิ้งที่ถังขยะเท่านั้น ไม่คิดว่าโยนลงมาจากห้องพักพอทราบข่าว ยอมรับว่า พฤติกรรมโหดเหี้ยมมากขนาดตอนแรกคิดว่านำเด็กมาทิ้งชาวบ้านก็ต่างต่อว่ากันแล้วแต่นี่ใช้ยาล้างห้องน้ำกรอกปากอีกเป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้จริงๆ     ภาพและข้อมูลจาก อมรินทร์ทีวี

1 2