นาเกลือ-ชลบุรี ยังเปิดค้าประเวณี ไร้ความเกรงกลัวกฏหมาย เเละโควิด-19

ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 หรือ ศบค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ให้จังหวัดชลบุรีนั้นตกเป็นพื้นที่สีแดง ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยโควิด-19 จึงได้สั่งให้ปิดสถานบันเทิงอย่างผับ บาร์ คาราโอเกะ โรงภาพยนตร์ โต๊ะสนุกเกอร์ สวนสนุก สถานการศึกษา ตลาดนัดพระเครื่อง รวมไปถึงร้านนวดต่างๆ เเต่พบ บริเวณหลังสถานีน้ำมันย่านนาเกลือ พื้นที่รับผิดชอบ สภ.บางละมุง ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับการร้องเรียนว่า มีกลุ่มหญิงสาวลักลอบค้าประเวณีกันอย่างโจ๋งครึ่งบริเวณด้านหน้าคาราโอเกะที่ปิดให้บริการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งค้ากามให้กับกลุ่มนักเที่ยว ที่เปิดให้บริการมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการนำเสนอข่าวจนถูกสั่งปิดให้บริการไปแล้ว แต่ภายหลังกลับเปิดให้บริการอีกครั้ง เมื่อไปตรวจสอบพบว่ายังคงมีกลุ่มหญิงสาวกว่า 50 ชีวิต แต่งตัวหวาบหวิว ออกมายืนดักด้านหน้ารถชักชวนสยิว เสนอขายบริการทางเพศให้กับหนุ่มๆ ตลอดสองฝั่งข้างทาง นับสิบร้าน โดยแต่ละร้านจะนั่งจับกลุ่ม เมื่อเห็นรถขับมาจอดก็จะออกมา เสนอราคาตามเรทชั่วคราว 1,200 บาท รวมค่าห้อง หากพาไปข้างนอกห้องดีหน่อย 1,350 บาท ค้างคืนราคา 3,500-4,000 บาท หลายคนไม่มีการสวมแมสป้องกันแต่อย่างใด เป็นที่น่าหวั่นวิตกในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19  ซึ่งในขณะนั้นมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ขับขี่วนเข้าออกอย่างไม่ขาดสาย บางร้านมีคนชายวัยรุ่น ออกมาเสนอเด็กพร้อมราคา แต่ไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คณะควบคุมโรคระบาดมีการประกาศ ให้งดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส  แต่สถานที่ดังกล่าวกลับเปิดให้บริการ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย และไม่เกรงกลัวต่อการแพร่ระบาดชองเชื้อไวรัสแต่อย่างใด  แต่ก็เป็นที่น่าสงสัย ว่าเพราะเหตุใดเจ้าหน้าที่กลับปล่อยปะละเลยให้เปิดให้บริการอย่างคึกคักเช่นนี้ได้ ศบค.เมืองสระแก้ว แจ้งความผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลบหนี ไม่ยอมเข้ารับการกักตัว จงใจฝ่าฝืนคำสั่ง คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยสถานการณ์โควิดระบาด เข้าขั้นวิกฤตของประเทศแล้ว

สาวทำงานในพัทยา เจอพิษโควิด สุดท้ายหาทางออกไม่ได้ ประกาศค้าประเวณีลงทวิตเตอร์

โควิดทำนักท่องเที่ยวพัทยาหด สาวลูกน้ำเค็มจากจังหวัดขลบุรีเบนเข็มสู่ต่างจังหวัด ลงทวิตเตอร์ค้าประเวณีในนครพนม ถูกนายอำเภอเมืองนครพนม สั่งปลัดอำเภอกลุ่มงานป้องกัน ทำทีเป็นเสี่ยใหญ่เข้าล่อซื้อบริการจนนำไปสู่การจับกุม เจ้าตัวหลั่งน้ำตาเล่าบูมหลังชีวิตเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แถมได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำต้องหาเงินส่งลูกเรียน  จากกรณีนายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอเมืองนครพนม ได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งลงโพสต์ในทวิตเตอร์ ชักชวนหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ซื้อบริการอย่างโจ่งครึ่มโดยระบุพิกัดอยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนครพนม จึงให้นายจักรพล เที่ยงภักดิ์ ปลัดอำเภอกลุ่มงานป้องกัน ทำทีเป็นเสี่ยใหญ่เข้าไปทักและล่อซื้อบริการจนทราบว่าหญิงสาวพักแมนชั่นแห่งหนึ่ง หลังสำนักงานขนส่งจังหวัดฯ นายจักรพลได้ทักแซทติดต่อขอซื้อบริการทางเพศตกลงกันในราคา 1,500 บาท พร้อมกับนำธนบัตรฉบับละ 1,000 บาทและฉบับละ 500 บาท รวมเป็นเงิน 1,500 บาท ถ่ายเอกสารไว้เป็นหลักฐาน โดยนัดหมายกันที่หน้าแมนชั่นดังกล่าวก็มีหญิงสาวคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมมีโมงสีดำ กางเกงยีนส์สั้นออกมาพบ พร้อมกับบอกให้ผู้ล่อซื้อขับรถนำหน้าไปรีสอร์ทโดยตัวเองจะขับรถยนต์ส่วนตัวตามหลังไป เมื่อถึงที่หมายมีเจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มอยู่บริเวณรีสอร์ทได้แสดงตัวเข้าจับกุมทราบชื่อคือ น.ส.สมศรี (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี เป็นชาวอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมของกลางธนบัตรจำนวน 1,500 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องจึงตรวจยึดไว้นำตัวไปสอบสวน เบื้องต้น น.ส.สมศรีผู้ต้องหา เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ในพื้นที่พัทยาก่อนจะผันตัวเองมาทำงานขายบริการ เพราะเห็นว่ารุ่นพี่ๆ ทำงานด้านนี้ได้เงินเร็ว ต่อมาเกิดสถานการณ์โควิดระบาด นักท่องเที่ยวในพัทยาบางตาการขายบริการก็ฝืดเคืองจึงเบนเข็มมาที่ต่างจังหวัด เหตุที่เลือกจังหวัดนครพนมเพราะส่วนตัวชื่นชอบบรรยากาศเป็นทุนเดิม จึงเดินทางมาเปิดห้องพักแล้วลงทวิตเตอร์ขายบริการประมาณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ล่อซื้อจับกุมดังกล่าว นอกจากนี้ น.ส.สมศรีได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ครอบครัวตนมาจากฐานะยากจน การศึกษาก็ไม่สูงจะไปหางานทำที่ไหนก็ลำบาก ชีวิตครอบครัวก็ล้มเหลว ระหว่างเป็นเด็กเสิร์ฟพบรักกับแฟนหนุ่มจนมีลูกด้วยกัน 1 คน ภายหลังเลิกราทั้งที่ลูกยังอยู่ในครรภ์ ต้องกลายมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว จึงตัดสินใจเข้าสู่วงการนี้ พอมาเจอแฟนคนใหม่ แรกๆ ก็ดีอยู่ภายหลังพูดกระแนะกระแหนเอาเรื่องเก่ามาพูดจนทนไม่ไหวจึงขอเลิกรา และหวนสู่วงการน้ำกามอีกครั้ง อีกทั้งตนมีภาระที่ต้องหาเงินส่งลูกเรียนหนังสือในระดับชั้นสูงๆ เขาจะได้ไม่มามีอาชีพเหมือนแม่ รวมทั้งค่างวดรถและญาติพี่น้อง ที่ถูกจับกุมไม่รู้สึกโกรธเจ้าหน้าที่เพราะเมื่อมีคนแจ้งก็ต้องดำเนินการ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ถูกจับกุมและยอมรับว่ากังวลใจกลัวว่าคนทางบ้านจะรู้ข่าวนี้ ระหว่างที่ น.ส.สมศรีเล่าก็มีน้ำตานองหน้าตลอดเวลา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาค้าประเวณีโดยผิดกฎหมาย นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีต่อไป ด้านนายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอเมืองนครพนม กล่าวว่า ในวันที่ 17 เมษายนนี้จะนำเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม.ไปตรวจสอบห้องพักของผู้ต้องหาพร้อมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ เป็นไปตามการมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด เนื่องจากสาวรายนี้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ทัวร์ลงสาว 18 แฉแร็ปเปอร์ ถามทำไมกลับไปหา 3 รอบ? ลั่นเคยขายคลิปแต่ไม่ได้ขายตัว บุกรวบ 5 สาวไทย ค้าประเวณีที่ปีนัง ตำรวจตะลึง ขายตัวจนอู้ฟู่ ขับเบนซ์หรูหลายล้าน  

บุกจับร้านสบายพุง! ใช้เด็กต่ำกว่า 18 ปีปรนนิบัติแขก

ปคม. บุกจับร้านอาหารสบายพุง หลังสืบทราบว่ามีการใช้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาให้บริการลูกค้า ส่อแฝงค้าประเวณี เมื่อวันที่ 15 ม.ค. พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.อัครเดช เกตุเอี่ยม ผกก.4 บก.ปคม.พ.ต.ท.อรรถพล ปานประทีป รอง ผกก.4 บก.ปคม. พ.ต.ต.มงคล สง่าโฉม สว.ปฏิบัติหน้าที่ กก.4 บก.ปคม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำกำลังเข้าตรวจค้นที่ร้านครัวสบายพุง ตั้งอยู่เลขที่ 93/6 หมู่ 7 ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังได้รับรายงานว่า มีการลักลอบมีการนำหญิงสาววัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี มานั่งคอยปรนนิบัติ และคอยดื่มกินกับแขกผู้มาใช้บริการ โดยอาจมีการค้าประเวณีด้วย   เจ้าหน้าที่จึงแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการ พบว่าเปิดให้บริการตามปกติ มีการจำหน่ายสุราและเครื่องดื่ม โดยมีหญิงสาววัยรุ่นมานั่งคอยบริการปรนนิบัติดื่มกินพูดคุยกับแขกลักษณะไม่เหมาะสมทางเพศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปี จึงส่งสัญญาณให้กำลังที่รออยู่เข้าจับกุม พบนายวรวุฒิ พึ่งเพ่ง อายุ 30 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน และยังพบพนักงานของร้านเป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี จำนวน 5 คน จึงนำตัวนายวรวุฒิส่งให้พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคม.ดำเนินคดีในข้อหา “ค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบทางเพศในรูปแบบอื่น ,ชักจูงส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรฯ ,เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต,จ่ายค่าจ้างแรงงานต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด และพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครอง  

นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกกระทรวง เตรียมจัดประชุมสัมมนาต่างจังหวัด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีสังคมตั้งข้อสังเกตมาตรการด้านสาธารณสุข สำหรับกิจการอาบอบนวดที่ได้รับการผ่อนคลายให้เปิดในระยะที่ 5 ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป โดยเฉพาะข้อห้ามค้าประเวณีจะสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ว่าจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะถือว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการและกฎหมายการห้ามค้าประเวณีที่มีอยู่แล้ว อีกทั้งการผ่อนคลายระยะที่ 5 เป็นความเสี่ยงสูง รัฐบาลยอมรับความเสี่ยงเหล่านี้ ซึ่งประชาชนต้องเตรียมตัวให้พร้อมในการรับสถานการณ์ไว้ไม่ว่าจะเป็นด้านการสาธารณสุข ด้านการบริการตรวจรักษาโรคโดยทั้งหมดได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วรัฐบาลถึงกล้าจะผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 5 โดยคำนึงถึงการสร้างความสมดุลให้กับภาคเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ ผู้รับบริการ และผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่อาชีพเหล่านี้ด้วย นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวยอมรับว่า บางมาตรการอาจจะมากเกินไป แต่เป็นเพียงแค่ช่วงเริ่มต้น หากประเมินแล้วสถานการณ์ดีขึ้นสามารถผ่อนคลายมาตรการที่เข้มงวดลงได้ พร้อมเตือนผู้ดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีสติ อย่าพลั้งเผลอลืมตัว นอกจากนี้ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกกระทรวง เตรียมจัดประชุมสัมมนาต่างจังหวัด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศและช่วยเหลือผู้ประกอบการกิจการท่องเที่ยว โรงแรม ที่พักต่างๆ รวมทั้งอาจเสนอมาตรการจูงใจให้ท่องเที่ยวในวันธรรมดา เพื่อลดความแออัดในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่ขณะนี้ พบว่า มีนักท่องเที่ยวไปรวมตัวในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นจำนวนมาก

มงคลกิตติ์ เสนอให้ทำเซ็กซ์ทอยและค้าประเวณี ให้ถูกกฎหมาย สร้างรายได้และยังจะแก้ปัญหาข่มขืนได้ด้วย

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาข่มขืนกระทำชำเราและล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการผลักดัน “เซ็กซ์ทอย” ถูกกฎหมายและให้รัฐจัดสวัสดิการบริการทางเพศแก่ผู้ขาดโอกาส ว่า เรื่องเซ็กซ์ทอยถูกกฎหมายนั้น เป็นข้อเสนอของ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ส.ส.พรรคก้าวไกล ประมาณ 3-4 คน ซึ่งต้องยอมรับว่าเซ็กซ์ทอยมีการใช้กันทั่วประเทศ และใช้กันเกลื่อน แต่กฎหมายไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่ต่างประเทศมีการอนุญาตให้สามารถใช้ได้อย่างถูกกฏหมายและเก็บภาษีเป็นรายได้เข้ารัฐ จึงมองว่าหากประเทศไทยนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ จะสร้างรายได้ให้กับรัฐอีกทางหนึ่ง ขณะที่เรื่องการจัดสวัสดิการทางเพศนั้น นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เป็นแนวคิดของตนที่คิดไว้นานแล้ว และนำกลับมาถกเถียงกันใหม่ แต่ยอมรับว่ามีกรรมาธิการฯ ที่เป็นคนรุ่นอาวุโส ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่เห็นด้วย แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่สนับสนุน โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกเป็นผู้ที่มีกำลังจ่าย สามารถซื้อบริการได้ รัฐก็ควรจัดให้มีการค้าประเวณีถูกกฎหมาย ทำให้ถูกสุขอนามัย มีใบประกอบวิชาชีพ และหากขึ้นทะเบียนถูกต้อง อาชีพดังกล่าวจะมีรัฐคอยดูแล สามารถจ่ายภาษีให้ถูกต้องได้ อาชีพค้าประเวณีก็จะถูกถอนออกจากสิ่งผิดกฎหมาย ทำให้การค้าประเวณีเป็นอีกอาชีพหนึ่ง เพราะวันนี้จะถามว่าปราบปรามได้หรือไม่ ต้องตอบตรง ๆ ว่าไม่สามารถปรับได้เลย เต็มประเทศไปหมด ส่วนอีกประเภท คือ เป็นส่วนที่รัฐจัดสวัสดิการไว้ให้ สำหรับผู้ที่ขาดโอกาส เพื่อป้องกันปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ เพราะคนกลุ่มนี้อาจจะมีปัญหาทางจิต อ่อน ๆ และหลังคดีไม่มีใครแจ้งความ เนื่องจากเป็นที่อับอาย ดังนั้นจึงมองว่าควรหาทางออกให้กับคนกลุ่มนี้ เมื่อถามว่า ในสังคมไทยการทำให้มีสวัสดิการทางเพศ จะยอมรับกันได้หรือไม่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เมื่อถึงเวลาหนึ่งคนจะรับได้ และต้องยอมรับว่าความจริงโสเภณีในประเทศไทยเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยตั้งกรุงศรีอยุธยา “ความจริงโสเภณีในประเทศไทยเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มาถึงปัจจุบัน ก็ 700 กว่าปี ช่วงหนึ่งถูกกฎหมาย ช่วงหนึ่งผิดกฎหมาย ช่วงก่อน 2502 ก็ถูกกฎหมาย แต่พอหลังจากนั้นมี พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ ก็ผิดกฎหมาย แต่ ณ ปัจจุบัน เราห้ามปรามกันได้หรือไม่ มันยังมีอยู่มั้ย เราต้องอย่าดัดจริตว่ามันไม่มี คล้าย ๆ กับบ่อนการพนันบอลออนไลน์ บอกไม่มี ไม่มี แต่สุดท้ายมีกันเต็มประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐก็ยอมรับว่ามันเป็นรายได้หลัก เรียกว่ารายได้นอกระบบ หรือ ส่วย มันก็จะเกี่ยวเนื่องกับการเสนอให้ทำสิ่งใต้ดินให้ถูกกฎหมาย” นายมงคลกิตติ์ กล่าว นายมงคลกิตติ์ กล่าวย้ำว่า ในฐานะกรรมาธิการฯ จะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาข่มขืน ที่จะต้องมีทั้งการป้องปรามและสนับสนุนไปพร้อม ๆ กัน ที่สำคัญสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก อีกสักระยะก็จะยอมรับกันได้ เพราะการไม่ยอมรับคือการไม่แก้ไขปัญหา การยอมรับว่ามันมีและหาทางแก้ไขจะสามารถแก้ไขปัญหาในอนาคตได้

1 2 3 4