เหมือนปล้น กิ๊ฟ ลั่น รร.ไทยมาตรฐานต่ำไป เปิดตัวเลขค่าเทอมอินเตอร์เรียนออนไลน์เกือบ 4 แสน

กิ๊ฟ วรรธนะ แชร์เรื่องจากเพื่อนบ้าน ค่าเทอมลูกเกือบ 4 แสน โรงเรียนลดให้แล้วเหลือ 3.2 แสน แต่นั่งเรียนออนไลน์ที่บ้าน รู้สึกเหมือนโดนขโมยเงิน ในภาวะวิกฤตโควิด 19 แบบนี้ การทำงานจากที่บ้าน และการเรียนออนไลน์ ดูจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ซึ่งแน่นอนว่า พอมีหลายโรงเรียนเรียนออนไลน์แล้ว ผู้ปกครองบางคนก็อยากให้โรงเรียนช่วยในเรื่องค่าใช้จ่าย ลดค่าเล่าเรียนต่าง ๆ ลงมา เพราะไม่ได้ใช้สถานที่ของโรงเรียนในการทำการเรียนการสอนอีกต่อไป โดยล่าสุด กิ๊ฟ วรรธนะ ก็ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Gift Wattana Kumthorntip ออกมาเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์เรียนออนไลน์ ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งประสบการณ์นี้เป็นประสบการณ์ของจากเพื่อนบ้าน ที่ให้ลูกเรียนโรงเรียนดัง ค่าเทอม 400,000 บาท แต่เมื่อเจอโควิด 19 ทางโรงเรียนกลับลดค่าเทอมให้ 20% หรือ 80,000 บาท แต่ยังต้องจ่ายค่าเทอมเอง 320,000 บาท แล้วนั่งเรียนออนไลน์ที่บ้าน จนกิ๊ฟถึงกับบอกว่า “อืมมม… เบาสบายตัว เหมือนโดนขโมยเงินไงไม่รู้” งานนี้ทำเอาแฟน ๆ ผู้ที่ติดตามถึงกับพากันเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นกันถล่มทลาย หลายคนมองว่าถ้าค่าเทอมแบบนี้ ก็จ้างครูสอนที่บ้านไปเลยไหม ดีไม่ดีประหยัดไปเป็นแสน และบางคนก็บอกว่า เอาลูกมาเรียนโฮมสคูลที่บ้านไปเลย กิ๊ฟก็บอกว่า คุณหมอที่ตนรู้จักก็ดรอปเรียนลูกเอาไว้ก่อนเหมือนกัน เพราะค่าเทอม 5 แสนบาท นอกจากนี้ ก็ยังมีคนเข้ามาแนะนำว่า ถ้าค่าเทอมโรงเรียนอินเตอร์แพง ก็ให้ลูกเข้าโรงเรียนไทยธรรมดาดีไหม ซึ่งกิ๊ฟมาบอกว่า มาตรฐานต่ำเกินไป 555 ซึ่งก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ “ผมว่ายุคสมัยนี้ จ้างครูสอนตัวต่อตัวที่บ้าน จะปลอดภัยกว่าไหมนะ ได้ความรู้เหมือนกัน แต่อยู่ในสายตาพ่อแม่ด้วย” , “เทอมละสี่แสนได้หกเดือนตกเดือนละ หกหมื่นหก ถ้าจ้างครูดีๆให้เดือนละสองสามหมื่น หกเดือนก็แสนสองแสนแปด ไม่มีค่าชุดนักเรียน เทียบราคาแล้วน่าคิดมาก555” , “โรงเรียนลูกให้จ่ายค่าเทอมตั้งแต่เดือนมกราคม เค้าจะลดไหมหนอ เค้าจะคืนไหมหนอ นี่คิดอยู่ ฮาๆๆๆ”  เป็นต้น ผู้ว่าฯ ตราด แจงแนวคิดการใส่ชุดนักเรียนออนไลน์ จะทำให้มีผลการเรียนที่ดีขึ้น เพราะมีข้อพิสูจน์ วิจารณ์ยับ!! ศบค.ตราด เสนอเเต่งชุดนักเรียน – เรียนออนไลน์ เพื่อความเป็นระเบียบ

ถล่มยับ ไลน์แอด ‘ม.กรุงเทพ’ ตอบแชต ‘ไม่คืนค่าเทอม ทำไมต้องคืน’

เปิดแชต ม.กรุงเทพ หลังนักศึกษาถาม เรียนออนไลน์ได้ค่าเทอมคืนไหม เจอสวนกลับ ทำไมต้องคืนค่าเทอม ในเมื่อยังจัดการเรียนการสอนอยู่ ล่าสุด มหาวิทยาลัย โพสต์แจงแล้ว ด้านนักศึกษาโอด จ่ายค่าเทอมกว่าครึ่งแสน ทั้งที่เรียนอยู่บ้าน เป็นประเด็นที่โลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เผยภาพไลน์การสนทนากับทางมหาวิทยาลัย หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ซึ่งทำให้มหาวิทยาลัยอาจต้องจัดการเรียนแบบออนไลน์ โดยมีการพิมพ์ข้อความไปถามว่า “มหาวิทยาลัยจะคืนค่าเทอมให้นักศึกษาไหมคะ กรณีที่เรียนออนไลน์ 100%” จากนั้นแอดมินได้ตอบกลับมาว่า “ไม่คืนค่ะ” ทางนักศึกษาจึงถามกลับไปอีกว่า “ทำไมไม่คืนคะ ?” และสุดท้ายก็ได้รับคำตอบว่า “แล้วทำไม่ต้องคืนคะ เพราะยังมีการจัดการเรียนการสอนนะคะ เพียงแต่เป็นรูปแบบทางออนไลน์ค่ะ” ทั้งนี้ เจ้าของโพสต์เผยว่า ค่าเทอมของตนเองนั้น 50,000 กว่า ส่วนบางสาขาก็ 70,000 กว่า และสาขานานาชาติมีค่าเทอมสูงถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว จำนวนเงินสูงจึงทำให้ต้องออกมาเรียกร้องแบบนี้ พร้อมโพสต์อีกว่า “สำหรับเด็ก ม. อื่น ที่บอกว่าแล้วทำไมเขาต้องคืนให้ ในเมื่อยังอยู่ในระบบของมหาวิทยาลัย ทนไม่ได้ก็ลาออกไป คำตอบนะคะ เสืXก ค่ะ  ลองค่าเทอม 50K แล้วนอนเรียนอยู่บ้านนะคะ แล้วจะเข้าใจ” จากบทสนทนาดังกล่าว ทางนักศึกษาได้นำไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก หลายคนมองว่าแอดมินตอบคำถามได้แย่มาก ดูเหมือนใช้อารมณ์ในการพิมพ์ ทำงานเป็นแนวหน้าให้กับมหาวิทยาลัย ควรตอบคำถามได้ดีกว่านี้ บ้างก็เห็นด้วยว่าทางมหาวิทยาลัยควรคืนค่าเทอมให้กับเด็ก ๆ สักครึ่งหนึ่งก็ยังดี หรือคืนในส่วนของค่าบำรุงอุปกรณ์-สถานที่ เนื่องจากเรียนแบบออนไลน์จึงไม่ได้ใช้อะไรเลย จะได้เอาเงินส่วนนี้ไปจ่ายค่าไฟ-ค่าอินเทอร์เน็ตที่บ้านแทน กระทั่งล่าสุด (4 มกราคม 2564) เฟซบุ๊กเพจ Bangkok University ได้โพสต์ชี้แจงเรื่องดังกล่าว ระบุใจความว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนการตอบกลับที่ไม่เหมาะสมของแอดมินแล้ว ทางมหาวิทยาลัยได้ตักเตือนและพิจารณาบทลงโทษแก่บุคลากรคนดังกล่าวแล้ว และจะระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ขออภัยอย่างสูงในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมา ณ โอกาสนี้

ไม่สมราคา! แม่เด็กงง จ่ายค่าเทอมลูกตั้ง 2 หมื่นกว่า แต่อาหารกลางวันเด็กนักเรียนได้แค่นี้

เรื่องอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน มักจะมีให้เห็นประจำในโรงเรียนของรัฐ แต่งานนี้เป็นของเอกชน เมื่อมี ผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่ง โพสต์ภาพอาหารกลางวัน ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี โดยระบุว่า ขอคำปรึกษาจ้า ลูกเรียนโรงเรียนเอกชน จ่ายค่าเทอม 2 หมื่นกว่า เป็นงบอาหารกลางวัน 1500 อยากช่วยเด็กๆ ให้กินดีกว่านี้ ปรึกษาหน่วยงานไหนได้บ้างคะ รูปถ่ายเองที่โรงเรียนค่ะ ทั้งนี้ หลังจากที่ได้มีการโพสต์ภาพออกไป ก็กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ถึงคุณภาพอาหารที่นักเรียนได้รับ ไม่สมราคากับค่าเทอมที่ผู้ปกครองต้องจ่าย และยังเป็นห่วงเรื่องโภชนาการของนักเรียนอีกด้วย ซึ่งผู้โพสต์ยังได้เทียบกับภาพจากทางโรงเรียน ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่เป็นอย่างที่คิดไว้

กระทรวงศึกษาธิการ สั่งคืนค่าเทอมให้กับผู้ปกครอง ที่โดนเก็บเงินเกิน 8 หมื่นบาทต่อปี และสั่งตรวจสอบอีก 34 โรงเรียน

ความคืบหน้ากรณีโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี ประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นำโดยนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เพื่อหาทางออกกรณีครูทำร้ายนักเรียน โดยช่วงแรกเกิดความวุ่นวายเมื่อมีการสกัดไม่ให้ผู้ปกครองเข้าร่วมหารือด้วย กระทั่งต่อมาจึงอนุญาตให้ผู้ปกครองเข้าร่วมรับฟังข้อสรุปผลการประชุม ที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ กช. แถลงผลการประชุม ว่า ที่ไม่ได้เชิญผู้ปกครองเข้าร่วมนั้น เพราะตนเข้ามาเพื่อขอข้อมูลจากโรงเรียนเพิ่มเติมเท่านั้น เพราะจากการตรวจสอบพบว่าโรงเรียนมีปัญหาต้องแก้ไขหลายอย่าง เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมการเรียน ตามระเบียบที่ สช. กำหนด โดยในระดับอนุบาลนั้น กำหนดอัตราการเก็บต่อปี ไม่เกิน 80,000 บาท ดังนั้นแต่ละภาคเรียน โรงเรียนสามารถเก็บได้ไม่เกิน 40,000 บาทต่อภาคเรียน โดยรวมทั้งค่าใช้จ่าย ค่าอาหารกลางวัน ค่าตรวจสุขภาพนักเรียน ค่าตรวจสารเสพติด ค่าประกันอุบัติเหตุ ค่าเรียนว่ายน้ำ ค่าเรียนดนตรี ค่าห้องเรียนปรับอากาศ ค่าเรียนเสริมนอกตำราเรียน ค่าเรียนเสริมพิเศษ เป็นต้น นายอรรถพลกล่าวต่อว่า รายการเหล่านี้กำหนดให้รวมค่าเทอม ไม่แยกเก็บต่างหาก ดังนั้นหากผู้ปกครองพบว่าโรงเรียนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเรียนเกิน 80,000 บาท ทางโรงเรียนรับปากจะคืนเงินส่วนเกินให้ผู้ปกครองทั้งหมด ซึ่งปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนโดยเฉพาะจำนวนนักเรียนต่อห้อง ที่ สช.กำหนดไว้ไม่เกิน 25 คนต่อห้อง แต่โรงเรียนกลับเปิดรับ 34 คนต่อห้อง จะต้องแก้ไขภายใน 15 วัน หากไม่แก้ไข ตนสามารถดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 กำหนดต่อไป “นอกจากนี้ ผมได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จำนวน 12 คน ตรวจสอบโรงเรียนเครือสารสาสน์ทั้ง 34 แห่ง ที่ สช.ได้รับการร้องเรียนด้วย โดยเริ่มจากโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์เป็นแห่งแรก และต่อไปนี้ สช.จะปิดช่องว่างทั้งหมด โดยมีมาตรการบังคับให้โรงเรียนเอกชนทุกแห่ง ติดประกาศพร้อมกับภาพถ่าย ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู วันหมดอายุ หน้าห้องเรียนทุกห้อง เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจในโรงเรียนเอกชนต่อไป และถ้าโรงเรียนจ้างคนที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาทำหน้าที่ครู มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท” นายอรรถพลกล่าว

สลด! หาค่าเทอมไม่ได้ อดีต อบต. ใช้ลูกซองจบปัญหายกครัว 3 ศพ

ดับยกครัว 3 ศพ ส่งไลน์ลาตายกับญาติ สั่งเสียพร้อม คาดสาเหตุปลิดชีพครั้งนี้เรื่องหนี้สิน เงินทอง เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 ก.ย. ร.ต.อ.ปรัชญา ทาบ้านฆ้อง รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองกำแพงเพชร รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ เป็นพ่อแม่ลูก ภายในบ้านไม้ยกสูง มุงด้วยสังกะสี ไม่มีเลขที่ ต.นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อ.เมืองกำแพงเพชร ด้านข้างปลูกสวนมะนาว จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดตรวจสอบ พร้อมด้วยพ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.สภ.เมืองกำแพงเพชร พ.ต.ท.ไพฑูรย์ นัยเจริญ รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกำแพงเพชร พ.ต.ท.เทวิน นาจารย์ รองผกก.สส.สภ.เมืองกำแพงเพชร ที่เกิดเหตุพบศพนายพยอม ศรีทอง อายุ 59 ปี นอนหงายอยู่ข้างที่นอน มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่คางมีบาดแผลฉกรรจ์ และยังพบปืนลูกซองยาวอยู่บริเวณปลายเท้า ส่วนบนที่นอนพบศพนางสำราญ ศรีทอง อายุ 53 ปี มีบาดแผลถูกอาวุธยิงเข้าที่ด้านหลัง ด้านข้างพบศพน.ส.วิภาวรรณ ภูนากเกี้ยว อายุ 20 ปี ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่หน้าอกซ้าย มีผ้าห่อคลุมอยู่ ทรัพย์สินภายในบ้านยังอยู่เป็นปกติ ไม่มีร่องรอยรื้อค้นหรือต่อสู้ ในเหตุการณ์นี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และยังมีหลักฐานของการสั่งเสียของผู้ก่อเหตุคือนางศุภวรรณ พุ่มเจริญ อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นญาติทางฝ่ายภรรยา เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพยอมได้พิมพ์ข้อความสั่งเสียในไลน์กลุ่มญาติ โดยมีข้อความว่า… ชาตินี้เกิดมาบุญน้อยลาก่อนพี่น้องทุกคนที่ผ่านมาขอให้อโหสิกรรมให้กับครอบครัวกระผมด้วย เกิดมาน้อยวาสนา ( งานแต่งหลานๆ ก็ไม่ได้ไป รักพี่น้องทุกคนลาก่อน….. ผมมีประกันอยู่ที่พรานกระต่าย 1 แสนบาท แดงอยู่บ่อทอง 1 แสนบาท( เป็นรถยนต์กับรถเครื่อง) เดินเรื่องให้ด้วยครับ ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์ ขณะที่หลานชายที่อยู่ในกลุ่มไลน์เดียวกันก็พยายามเหนี่ยวรั้งไม่ให้ผู้ก่อเหตุนั้นคิดร้าย โดยมีข้อความว่า อาอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจอะไรครับ ปัญหาทุกอย่างมีทางออกนะครับ รักอานะครับ นางศุภวรรณ พุ่มเจริญ  ด้วยความห่วงจะเกิดเหตุร้าย จึงได้รีบเดินทางไปที่บ้านของผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่ห่างกัน เมื่อมาถึงพบกับนายพยอมอยู่ภายในบ้านปิดประตูล็อคข้างในไว้ ตนจึงมองไปที่ช่องหน้าต่าง เห็นนายพยอมร้องไห้ จึงได้ชวนคุยถามถึงภรรยากับลูกไปไหน ได้ยินเสียงตอบว่าไม่อยู่แล้ว จากนั้นชักลำปืนขึ้นบอกให้ตนเองกลับไป ด้วยความกลัวจึงถอยห่างออกมา และได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนนัดที่ 2 ตามมาแล้วก็เงียบไปด้วยความตกใจตนจึงได้รีบไปตามญาติมาดู เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบว่าทั้ง 3 คนนั้นเสียชีวิตไปหมดแล้ว ในที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานทั้งคราบเขม่าดินปืนและจุดกระสุนปืนที่ฝาบ้านและร่องรอยกระสุนปืน แต่ไม่พบการต่อสู้หรือร่องรอยอื่นๆ หลังจากใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้หน่วยกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน และจุดใกล้เคียงได้นำศพทั้ง 3 ส่ง รพ.นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล ให้แพทย์ชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุการก่อเหตุสลดในครั้งนี้ของนายพยอม น่าจะมาจากปัญหาเรื่องหนี้สิน แม้ว่าจะทำสวนมะนาว มีรถกระบะ 1 คัน มีรถจักรยานยนต์ 2 คัน และมีรถไถอีก 2 คัน แต่พื้นที่สวนมะนาวบางส่วนได้ให้เช่าต่อไป เหลือพื้นที่อยู่เพียงไม่มากนักที่เป็นที่ทำกิน นายพยอมยังเป็นอดีตอบต.ตำบลสระแก้ว เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา จึงมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ชาวบ้าน เล่าว่า ปกตินายพยอมเป็นคนที่นิสัยดี อารมณ์ดี เป็นคนตลกขบขัน ใครเจอนายพยอมแล้วจะต้องมีความสุขไม่เคยมีอารมณ์เครียด  แต่เคยพูดขำๆว่า ถ้าเขาเครียดเขาจะก่อเหตุยิงทั้งบ้านเลย ซึ่งชาวบ้านก็คิดว่าเป็นแค่พูดเล่นเท่านั้น เพราะลักษณะนิสัยเป็นคนใจดี ไม่เคยคิดว่าจะมาก่อเหตุสลดยิงภรรยาตัวเองและลูกบุญธรรมที่กำลังศึกษาอยู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.พะเยา ล่าสุดได้กลับมาที่บ้านเพื่อขอค่าเทอม ซึ่งนายพยอมกำลังขัดสนและได้ออกไปหยิบยืมหาเงินนอกบ้านแล้วแต่ไม่สามารถยืมใครได้ จึงสันนิษฐานเป็นประเด็นของการก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด ปลิดชีพยกครัวเพื่อยุติปัญหา ในช่วงก่อนรุ่งสาง ซึ่งคาดว่านายพยอมใช้อาวุธปืนยิงภรรยาและลูกบุญธรรมก่อน จากนั้นได้ส่งข้อความแชทไปในไลน์กลุ่มของญาติเพื่อสั่งเสีย    

1 2