เป็นตำรวจเองแท้ๆ!! บุกรวบรองสารวัตร หัวหิน วัยใกล้เกษียณ ค้ายาบ้า ยึดของกลางได้ 35 เม็ด พร้อมอาวุธปืน แถมตรวจฉี่พบสีม่วง

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.64 พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร ผู้บังคับการตำรวจภูธร (ผบก.) จังหวัดเพชรบุรี พ.ต.อ.พรชัย อริยานนท์ ผกก.สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว ร.ต.อ.กฤษฎา อินทร อายุ 60 ปี รองสารวัตรปราบปราม สภ.บ้านหนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมของกลางยาบ้า 35 เม็ด อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม.พร้อมกระสุน 1 กระบอก ได้ภายในบ้านพักหมู่ 8 ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นำตัวมาสอบสวน ข่าวที่เกี่ยวข้อง บุกจับ…!! หนุ่มไต้หวัน เครือข่ายค้ายาข้ามชาติ เช่าบ้านพักแพ็คยาใส่กล่องสบู่ ยึดเคตามีนกว่า 30 โล รวบจับเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวดัง ผันตัวมาค้ายาเสพติด จัดปาร์ตี้กลุ่มพริตตี้ ตร.ทุ่มงบ 139 ล้าน ดำเนินการจัดซื้อชุดอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน พล.ต.ต.อุทัย กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นได้จับกุมตัว นายอมร แก้วฉ่ำ อายุ 49 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 19 เม็ด นำตัวมาสอบสวนขยายผลก่อนให้การซัดทอดว่ามี ร.ต.อ.กฤษฎา เป็นพวกร่วมแก๊ง จึงวางแผนเข้าจับกุมตัวได้พร้อมของกลางภายในบ้านพัก นำตัวมาตรวจหาสารเสพติดพบฉี่เป็นสีม่วง ก่อนให้การรับสารภาพ สำหรับ ร.ต.อ.กฤษฎา เหลืออายุราชการประมาณ 2 เดือน ก็จะเกษียณในวันที่ 30 ก.ย.64 แต่มาถูกจับกุม จึงแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาบ้า ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยมิได้รับอนุญาต ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าไม้รวก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บุกทลายเครือข่ายค้ายาเเพริมน้ำ – คนค้ากระโดดน้ำหนีก่อนหลบซ่อน ตำรวจหาวุ่น

วันที่ 9 มิถุนายน 2564 ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี บุกทลายเครือข่ายค้ายาบ้า แพริมแม่น้ำแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี มีหนึ่งในผู้ค้ากระโดดน้ำหนี ก่อนกลับเเพเเล้วขึ้นซ่อนตัวบนเพดาน สุดท้ายไม่รอดถูกจับได้ หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า แพริมแม่น้ำแควใหญ่แห่งหนึ่ง ในเมืองกาญจนบุรี เป็นแหล่งมั่วสุมของผู้เสพและผู้ค้ายาบ้า นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี จึงนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี เข้าตรวจสอบ พบชาย 2 คนอยู่บนแพ แต่ระหว่างแสดงตัวเข้าตรวจค้น ชายหนึ่งคนกระโดดน้ำหนีไป เจ้าหน้าที่พยายามตามหาแต่ไม่พบ จึงควบคุมตัวชายอีกคนมาสอบสวนก่อน ทราบชื่อ นายสุริยา แดงหิรันย์ อายุ 44 ปี เป็นพี่ชายเจ้าของแพ จากนั้นเจ้าหน้าที่ให้นายสุริยา เปิดห้องพักบนแพให้ เนื่องจากประตูห้องพักบนเเพนั้นมีระบบป้องกันที่เเน่นหนามากต้องใส่รหัสหรือเเสกนนิ้วมือจึงจะเปิดเข้าไปได้ แต่นายสุริยาไม่ยอมเปิด จึงต้องงัดเข้าห้องทางหน้าต่าง ภายในห้องพักพบช่องลับที่สามารถทะลุไปใต้แพได้ ทั้งยังพบช่องเก็บของขนาดใหญ่ ภายในมีกล่องกระดาษที่ซ่อนยาบ้าไว้ 11 ห่อ ประมาณ 1,100 เม็ด สมุดบัญชีเจ้าของแพ เงินสด เป็นธนบัตรของไทยและเมียนมา นาฬิกาหรูหลายเรือน เเละพระเครื่องจึงยึดไว้เป็นของกลาง ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้น ก็ได้ยินเสียงดังมาจากบนเพดาน ตรวจสอบพบชายคนที่กระโดดน้ำหนีไป เจ้าหน้าที่ชุลมุนกันอยู่สักพัก จึงจับกุมตัวได้ในสภาพที่ยังเปียกชุ่มอยู่ ทราบชื่อ นายภูวนัย พังคา อายุ 38 ปี  ให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับยาเสพติดบนแพ เเต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เพราะนายภูวนัย รู้ทางหลบหนีบนแพเป็นอย่างดีมาก ทั้งกระโดดลงน้ำไปเพื่อหลอกใหเตำรวจลงไปหาตัวในน้ำ เเล้วคาดว่าน่าจะนำยาเสพติดไปซุกซ่อน ก่อนกลับขึ้นมาทางช่องลับ   จับกุมแก๊งค้ายาไอซ์พร้อมของกลาง หลังจากนักโทษฝากญาติแจ้งเบาะแสง

ผัวเกาหลี ให้เงินกลับมาซ่อมบ้านที่ไทย สุดท้ายเมียลองเสพยากับช่าง – ติดจนค้าเอง

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 พ.ต.ท.ก้องภพ โพธิ์แสน ผบ.ร้อย.ตชด.426 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันจับกุม น.ส.อลิษา หรือออย สุราภา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69/473 หมู่ 1 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อม น.ส.จีรภา หรือเปิ้ล แก้วแดง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/2 หมู่ 2 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เเละนายวิวัฒน์ หรือวัฒน์ โยมา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/9 หมู่ 2 ต.บางใหญ่ อ.กระบุรี จ.ระนอง พร้อมของกลางยาบ้า 4,205 เม็ด ยาไอซ์ ประมาณ 100 กรัม   โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สืบทราบว่า น.ส.อลิษา เเละ น.ส.จีรภา มีพฤติกรรมค้ายาเสพติด จึงวางแผนทำการจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 96 หมู่ 5 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ พร้อมของกลางเป็น ยาบ้า 91 เม็ด ยาไอซ์ 6.7 กรัม อุปกรณ์การเสพยาไอซ์ 2 ตัว  ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ทั้งสองพยายามจะนำยาเสพติดทิ้งลงโถส้วม แต่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้ได้ทัน ต่อมาขยายผลจับกุม นายวิวัฒน์ พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์ 53 กรัม ยาบ้า 114 เม็ด ได้บริเวณลานจอดรถค้าส่ง ค้าปลีก แห่งหนึ่ง ใน ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ พร้อมนำตัวมาทำกรสอบสวนเพิ่มเติม ผู้ต้องหา ให้การว่ายังมียาบ้าอีกจำนวนหนึ่งซุกซ่อนริมถนนข้างศาลาที่พัก ซอยลุงแดง หมู่ 10 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่  จึงรุดไปทำการตวจยึดได้ 4,000 เม็ด   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา  ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า  ยาไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมนำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับ น.ส.จีรภา ให้การอ้างว่า ตนอาศัยอยู่กับสามีชาวเกาหลี ก่อนจะเดินทางกลับมาประเทศไทยเพียงลำพัง โดยบอกกับสามีว่าจะกลับมาซ่อมแซมบ้าน ซึ่งสามีก็ให้เงินติดตัวมา หลังจากได้รู้จักกับช่างซ่อมบ้านจนสนิทสนมกัน และถูกชักชวนให้เสพยา เมื่อลองเสพจึงติด รวมทั้งเงินใช้จ่ายไม่เพียงพอจนต้องหันมาค้ายา และถูกจับกุมในที่สุด จับกุมแก๊งค้ายาไอซ์พร้อมของกลาง หลังจากนักโทษฝากญาติแจ้งเบาะแสง พระค้ายาบ้า พร้อม จำหน่าย และเสพเอง !!

บุกจับเอเย่นต์ค้ายารายใหญ่เครือข่าย’กุ๊ก ระยอง’ ยึดทรัพย์กว่า35ล้านและแมวอีก6ตัว

บุกจับเอเย่นต์ค้ายารายใหญ่เครือข่าย’กุ๊ก ระยอง’ ยึดทรัพย์กว่า35ล้าน 15 มีนาคม 2564 พลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป6)พลตำรวจโทมนตรี ยิ้มแย้ม ผบช. ปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดเครือข่ายนาย สรกฤช หรือกุ๊ก สนธิ์ศิริ โดยเมื่อประมาณต้นปีพ.ศ. 2563 เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.1 บก.ปส.2 บช.ปส. ได้สืบทราบว่า มีเครือข่ายค้ายาเสพติดในภาคตะวันออกลักลอบค้ายาเสพติด และนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดมาซื้อทรัพย์สินจนร่ำรวยมีฐานะดีอย่างรวดเร็วผิดปกติ จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าหัวหน้าเครือข่ายค้ายาเสพติดคือนายสรกฤช สนธิ์ศิริ มีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอแกลงจังหวัดระยอง แต่ได้เดินทางเข้าออกไปติดต่อเรื่องการค้ายาเสพติดกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่เป็นประจำตามช่องทางธรรมชาติเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่และยังมีหมายจับในข้อหาสมคบค้ายาเสพติดจากหน่วยงานต่างๆเช่นบช. น. พื้นที่ บก. น3 ได้จับกุมกลุ่มลำเลียงยาเสพติดได้จำนวนมากชุดสืบสวนจึงได้สืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มเครือข่ายนี้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งระหว่างวันที่ 2-3 มกราคม 2564 ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปส.2 บช.ปส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมนายสรกฤช หรือกุ๊ก กับพวกรวม 7 คน พร้อมของกลางยาบ้า 2.2 แสน เม็ด เคตามีน และ ยาอี จำนวนหนึ่งพร้อมทั้งตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดเป็นเงินสดจำนวน 3.8 ล้านบาทเศษ รถยนต์หรู 5 คัน จักรยานยนต์หรู 4 คัน ทองรูปพรรณและทองแท่งและทรัพย์สินอื่น และยังสืบสวนทราบว่ามีเครือข่ายที่ร่วมกระทำความผิดจึงได้ออกหมายจับเพิ่มอีก 4 คน ซี่งวันนี้ จับได้อีก 1 คน  คือนายทัตเทพหรือนุ๊ก อรุณ อายุ26ปี ส่วนอีก 3 คนยังคงหลบหนีโดยตรวจยึดทรัพย์เพิ่มในวันนี้ มีบ้านจำนวน 2 หลังคอนโด 1 ห้องขนาดประมาณ 40 ตารางเมตร รถยนต์จำนวน2 คัน รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน รวมทรัพย์สินตรวจยึดเพิ่มเติมมูลค่า 35 ล้านบาท แมวพันธ์ต่างประเทศที่มีราคาสูงจำนวน 6 ตัว ซึ่งแมวที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่จะทำการส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบที่มา และให้ปศุสัตว์ดำเนินการเลี้ยงดู ก่อนประกาศประมูลทอดตลาดตามขั้นตอนต่อไป

ทลายขุมทรัพย์จับแก๊งยานรก เปิดร้านทุกอย่าง 20 บาทบังหน้า ยึดทรัพย์ 200 ล้านบาท

ปฏิบัติการ เด็ดปีกภมรวิจิตร จับครอบครัวค้ายา เปิดร้านทุกอย่าง 20 บังหน้า ยึดทรัพย์ 200 ล้าน ใช้เครือญาติฟอกเงิน… พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. แถลงผลบูรณาการจับกุม-สกัดกั้นและยึดทรัพย์สินผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ยึดของกลางจำนวนมากภายใต้ยุทธการสยบไพรี 63/16 “ทลายขุมทรัพย์จับแก๊งยานรก” ปฏิบัติการ เด็ดปีกภมรวิจิตร ในวันนี้ ตำรวจปราบปรามยาเสพติดสนธิกำลังเข้าจับกุม ตรวจค้น ยึดทรัพย์ ในพื้นที่ ทั่วประเทศไทย โดยที่อำเภอหัวหินได้มีการนำหมายศาลเข้าตรวจบ้านหลังหนึ่ง ใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์เพื่อจับผู้ต้องคดียาเสพติด รายสำคัญ คือ นายสว่าง ภมรวิจิตร อายุ 55 ปี, น.ส.วันเพ็ญ สัตย์ธัญญากุล อายุ 33 ปี, นายเฉลิมพล ภมรวิจิตร อายุ 34 ปี, นายบรรลือ ภมรวิจิตร อายุ 28 ปี, นายเผด็จ แซ่ว่าง อายุ 45 ปี 2 สามีภรรยา หลังสืบทราบว่า นายสว่าง และน.ส.วันเพ็ญ เป็นตัวการสำคัญในการสั่งนำยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ ลงมากระจายสู่ภาคใต้ พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการ ฯ พ.ศ.2534 ประกอบด้วย บ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 24 หลัง, โฉนดที่ดิน จำนวน 12 ฉบับ, อาคารพาณิชย์ จำนวน 5 คูหา, รถยนต์ จำนวน 22 คัน, รถจักรยานยนต์ จำนวน 27 คัน, บัญชีเงินฝาก จำนวน 52 บัญชี, บัตรกดเงินสด จำนวน 5 ใบ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งสิ้นประมาณ 200 ล้านบาท พบความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ขนยาเสพติดที่ถูกจับก่อนหน้านี้ ในจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมยาบ้า กว่า 5 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา และยังพบเส้นทางการโอนเงินและติดต่อทางโทรศัพท์ ระหว่าง น.ส.วันเพ็ญ กับกลุ่มผู้ต้องหาอีกด้วย โดย นายสว่าง สามีที่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ผันตัวมาทำหน้าที่โบรกเกอร์ สั่งยาเสพติด เเละจัดหาทีมขนลำเลียงได้เพราะรู้เส้นทางเป็นอย่างดี ก่อนที่ 2 ปีนี้ ตัว นายสว่าง จะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเปิดร้านขายของทุกอย่าง 20 บาท บังหน้า ชุดสืบสวนเฝ้าติดตามพฤติกรรม นายสว่าง เรื่อยมาก่อนพบว่า ช่วงระยะ 2 ปี ธุรกิจร้านขายของทุกอย่าง 20 บาท ของ นายสว่าง  มีเงินหมุนเวียนมากผิดปกติ หนึ่งในจุดผิดสังเกต พบว่าเงินดังกล่าวถูกนำไปสร้างอาคารพาณิชย์ มูลค่ากว่า 45 ล้านบาท ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐาน กระทั่งครั้งนี้สามารถออกหมายจับ นายสว่าง พร้อมภรรยาและลูกชายอีก 2 คน ที่มีความเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดได้ พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการสืบสวนติดตามกลุ่มนักค้ายาเสพติดชาวเขาเผ่าม้ง  มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นเกี่ยวดอง ในลักษณะเครือญาติ โดยกลุ่มเครือข่ายนี้มีศักยภาพในการติดต่อสั่งซื้อยาเสพติดจากโรงงานผลิต ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จัดหา ประสาน สั่งการลำเลียงยาเสพติด นำส่งเครือข่าย ซึ่งเป็นกลุ่มเครือญาติในพื้นที่ตอนใน มีการแบ่งหน้าที่ให้เครือญาติ และลูกหลาน ดำเนินการอย่างชัดเจน ครอบคลุม 3 พื้นที่ 3 ภาค ได้แก่ […]

1 2