“ไวท์ ณวัชร์” ถูกคู่กรณีข้อความข่มขู่!!

สุดเดือด!! เมื่อ “ไวท์ ณวัชร์” เผยข้อความข่มขู่จากคู่กรณี!! จากกรณีที่กำลังเดือดอยู่ในตอนนี้นั้น ที่ดารานักแสดงอย่าง ไวท์ ณวัชร์ ที่ถูกหนุ่มคู่กรณีทำร้ายร่างกายทั้งพ่อและแม่ด้วยการต่อยพ่อและตบหน้าแม่  หลังจากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเฉี่ยวชนกันจนต้องหยุดรถเพื่อตกลงกัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมานี้ เวลาประมาณ 13.00 น. บริเวณเชิงสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ถนนราชพฤกษ์ ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ต่อมาด้าน นายสุรศักดิ์ พุ่มโพธิ์งาม หรือพ่อของ ไวท์ ณวัชร์ ก็ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย เพื่อดำเนินคดีกับคู่กรณีดังกล่าว ข่าวที่เกี่ยวข้อง เพื่อนร่วมวงการ ทนไม่ไหว!! พากันทวิตเดือด ฟาดคู่กรณี”ไวท์ ณวัชร์” กลั่นนำ้ตาไมไหว! ไวท์ ณวัชร์ เปิดใจพ่อโดนค้อนตีหัว แม่ถูกตบจนหูอื้อ ลั่นถาม มาทำแบบนี้ทำไม???? และทางครอบครัวของ ไวท์ ณวัชร์ ก็ได้ไปออกรายการโหนกระแส เพื่อเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้น ทางด้านนายสุรศักดิ์ หรือพ่อของไวท์ ได้เผยว่า ก่อนที่ตนนั้นจะมาออกรายการ ทางตำรวจได้โทรศัพท์มาหาว่า “คุณพ่ออย่าเพิ่งไปออกสื่อ ออกสื่อทำไม เดี๋ยวมันไม่ดีนะ พ่อแม่เขาใหญ่โตนะ” และเมื่อตนถามกลับว่าทำไมถึงไม่ได้เพราะตนก็ไม่ได้ว่าพ่อแม่เขา ทางตำรวจจึงได้อ้างอีกว่า “สำนวนยังทำไม่เสร็จ ไปออกสื่อแบบนี้ไม่ถูกนะ” ตนจึงตอบกลับอีกว่า ไม่ถูกได้ยังไงผมเป็นคนถูกกระทำนะ ทางตำรวจจึงตอบกลับมาอีกว่า “แล้วแต่คุณผมเป็นกลางนะ” ไม่เพียงแค่นั้นทางด้าน หนุ่มกรรชัย ยังได้ออกมาบอกอีกว่า ทางรายการได้ติดต่อไปหาทางคู่กรณี แต่ทางด้านของคู่กรณีแจ้งกลับมาว่า “จะไม่คุยกับใคร จะคุยกับตำรวจ อัยการที่ศาลเท่านั้น มึงไม่เกี่ยวอย่ามายุ่ง” และทางด้านหนุ่มไวท์ก็ได้ออกมาเผยแชท ที่คูากรณรได้ส่งข้อความมาขู่ว่า “มึงคิดว่าพ่อแม่มึงถูกช่ะ ไปคุยกันในศาล เดี๋ยวคุณก็รู้ หลักฐานไม่มีทาง เปลี่ยนความจริง เป็นดาราและอย่าโง่ เพราะเพื่อนๆกูก็รู้จักมึง ตอบกูดิ” ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เกิด #ไวท์ณวัชร์ และ #โหนกระแส จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของชาวเน็ตที่เรียกร้องให้คนที่รับผิดชอบในส่วนนี้ออกมาดำเนินการอย่างเร่งด่วน  

คุณยาย วัย 80 ร้องขอความเป็นธรรม ลูกถูกรถชนตาย คู่กรณีให้ 1 พัน บอกให้ไปกินก๋วยเตี๋ยว

วันที่ 25 ม.ค. 64 ที่ สภ.เมืองเลย นางเพชร อายุ 80 ปี ชาวบ้าน ต.ศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย เดินทางมาพร้อมบุตรสาว 3 คน ขอเข้าพบ พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองเลย ขอความเป็นธรรมและในเรื่องของคดี เนื่องจากบุตรชาย ถูกรถเก๋งชนตายตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา คดีไม่คืบหน้า นางเพชร กล่าวว่า ลูกชายตน อายุ 45 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ถูกรถเก๋งชน เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 63 ได้รับบาดเจ็บสาหัสรักษาตัวที่โรงพยาบาลเลย และวันที่ 19 ธ.ค. 63 ได้เสียชีวิต ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจนัดตนกับลูกสาว มาที่ สภ.เมืองเลย และได้พบกับคู่กรณีที่ขับรถชนลูกชายตน ซึ่งทำงานที่ศาลจังหวัดเลย ตนก็เป็นคนแก่ไม่รู้หนังสือ ซึ่งหนังสือทางตำรวจในใบบันทึกประจำวัน ว่าให้ตนผู้เป็นมารดาได้ใช้สิทธิเรียกค่าปลงศพจากบริษัทประกัน ตนก็รอจนถึงทุกวันนี้คดีและเรื่องประกันไม่คืบหน้าแต่อย่างใด ไม่รู้จะได้เงินหรือไม่ได้เงิน หมดหวัง นางเพชร กล่าวต่อว่า วันที่ตำรวจให้พบกับคู่กรณี ตอนจากกันคู่กรณีให้เงิน 1,000 บาท บอกว่าเอาไปกินก๋วยเตี๋ยวนะและเจอกันอีกครั้งวันเผาลูกชายเอาเงินใส่ซองให้อีก 2,000 บาท จากนั้นก็หายเงียบไปเลย ตนมานั่งคิดกับลูกๆ เหมือนลูกชายตนไม่มีค่าอะไรเลย มีคนทำให้ตายเขาช่วยเหลือมา 3,000 บาท ปกติตนจะอาศัยกับลูกชายคนนี้ที่ทำงานหาเลี้ยงตนมาตลอด พี่คนอื่นก็แต่งงานออกเรือนกันหมด ที่มาวันนี้อยากให้ทางตำรวจเห็นแก่ความเป็นมนุษย์ ตั้งแต่เงินค่ารักษาเกือบเดือน ค่าจัดงานศพ ไม่มีใครช่วยเหลืออะไรเลย ตนเป็นคนจนและจนจริง ๆ ไม่รู้ว่าจะพึ่งพาใคร จึงขอให้ตำรวจช่วยเร่งในทางคดี อย่างน้อยได้เงินมาใช้หนี้ที่ยืมมาทำการรักษาและจัดงานศพให้ลูกชายก็ยังดี ไม่รู้จะไปพึ่งใครได้แล้ว ด้าน พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก สภ.เมืองเลย กล่าวว่า ในเรื่องนี้พนักงานสอบสวนได้รับเป็นคดีแล้ว ในวันนี้อยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐาน การสอบปากคำ การดำเนินการของกองพิสูจน์หลักฐาน ขณะนี้กำลังผลของการพิสูจน์หลักฐานอยู่ แต่มาแล้วก็จะมาพิจารณาการดำเนินคดีต่อไป ในเรื่องทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย แม้ว่าคนชนจะทำงานที่ไหน ผิดก็ว่าไปตามผิด และถึงวันนี้ตนจะเร่งให้พนักงานสอบสวนเร่งคดีให้เร็วที่สุด โดยจะไม่มีการแทรงแซงอะไรทั้งสิ้น เท่าที่ทราบที่เกิดเหตุมีกล้องวงจนปิด และมีกล้องหน้ารถจากคู่ของกรณี เรารับประกันให้ว่าจะให้ความยุติธรรมให้ทั้ง 2 ฝ่าย จะไม่เอนเอียงไปข้างหนึ่งข้างใด                         ข้อมูลจาก Khaosod

ตำรวจนอกเครื่องแบบรัวยิงคู่กรณี

ตำรวจนอกเครื่องแบบรัวยิงปลิดชีพคู่กรณีคาหน้าโรงพัก   วันที่ 1 ม.ค.2564 เวลา 00.05 น. ร.ต.ท.ธนภัทร ชุมพล รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ดุสิต รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชายเสียชีวิต บริเวณหน้าโรงพัก ถนนพระราม 5 แขวงและเขตดุสิต กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมประสานแพทย์ แผนกนิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายปิยะพงษ์ รุ่งวิทยากุล เจ้าหน้าที่องค์การเภสัชกรรม ร่างมีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงที่ลำตัวหลายนัด นอนหงายจมกองเลือด อยู่บริเวณบันไดทางขึ้นสถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกรวบรวมที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบถามเพื่อนผู้เสียชีวิต ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้นั่งสังสรรค์ฉลองเทศกาลปีใหม่บริเวณแฟลตตำรวจ ซึ่งอยู่ติดกับ สน.ดุสิต จู่ๆ ก็มีตำรวจนอกเครื่องแบบของ สน.ดุสิต หนึ่งนายเข้ามาพูดคุยกับผู้ตาย แต่ไม่ทราบว่าเรื่องอะไร ก่อนจะมีปากเสียงทะเลาะกัน   “ผมรู้จักตำรวจนายนี้เป็นอย่างดี จึงได้เข้าห้ามปราม แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งเหตุได้ ตำรวจสายสืบคนนี้ใช้อาวุธปืนที่พกมาด้วยยิงใส่เพื่อนผมหลายนัด รวมถึงพยายามยิงใส่ผมด้วยระหว่างชุลมุน หลังจากนั้นก็หลบหนีไป” พยานที่เกิดเหตุกล่าว นอกจากนี้ มีพยานอีก 1 รายให้การอีกว่า ได้นั่งดื่มสังสรรค์กับตำรวจผู้ก่อเหตุ หลังจากแยกย้ายกันแล้วก็ได้ยินเสียงดังคล้ายประทัด คิดว่าเป็นเสียงพลุฉลองเทศกาลปีใหม่ จึงได้ออกจากแฟลตมาดูและทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจที่ตนนั่งดื่มสังสรรค์ด้วยกันเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“เสี่ยโป้” ซัดกลับคู่กรณี งัดแชทหลักฐานสู้ ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด

จากกรณีที่ “เสี่ยโป้ อภิรักษ์ ชัชอานนท์“ และน้องชาย “เสี่ยบุ๊ค เขมทัต ชัชอานนท์“ ถูกคู่อริแจ้งความ หลังนัดเคลียร์ปัญหากันที่ร้านนวดแผนไทยสรี ก่อนที่ฝ่ายเสี่ยโป้จะก่อเหตุควักปืนยิงฝ่ายคู่กรณีจนมีคนบาดเจ็บ 2 ราย วันที่ 30 ต.ค. 63 รายการโหนกระแส “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย“ ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ได้เปิดใจสัมภาษณ์ เสี่ยโป้ และ เสี่ยบุ๊คน้องชาย ซึ่งมาพร้อมพยานที่เห็นเหตุการณ์ในวันดังกล่าว ยืนยันบริสุทธิ์ อีกฝ่ายต่างหากที่มีปืน ยืนยันว่าบริสุทธิ์? เสี่ยโป้ : “ครับ“ ใครตั้งให้เป็นเสี่ย? เสี่ยบุ๊ค : “ไม่รู้ครับ“ เกิดอะไรขึ้น? เสี่ยบุ๊ค : “ตั้งโทรหาผม ผมไม่ได้รับ ผมกำลังไลฟ์สด เขาก็โทรย้ำมาสองสามรอบ โทรมาท้าต่อย ผมถามว่ามีอะไรก็พิมพ์มา เขาก็โทรมาอีกบอกว่ามีอะไรคุยดัวย ผมก็เลยโทรกลับไป และใส่ผมยับเลย แชตยังมีอยู่เลย บอกว่าออกมาเลย“ เขามาออกรายการ เขามีน้องชื่อเต้ เต้บอกว่าเขาไปเจอคุณ คุณฝากบอกเต้ให้ไปบอกตั้ง ว่าถ้าเจอจะตบให้คว่ำ? เสี่ยบุ๊ค : “ผมจะพูดทำไม เขาเอาพระมาขายผม ตอนนั้นผมไลฟ์สดอยู่ ไปงานพุทธาภิเษก เหรียญอาแปะมงคลร้อยแปด เพื่อบำรุงศาลเจ้า เขามีการแจกเหรียญถ้าใครไปร่วมบุญ ผมไลฟ์สดว่าถ้าใครมีเอามาให้ผม ผมมีเป็นร้อยๆเหรียญ เต้เขาก็เดินมาถามวาเอามั้ย ผมบอก่วาไม่เอาแล้ว เพราะมีเป็นร้อยเหรียญแล้ว ซื้อเขาว่าเอาหน่อยสิ ซื้อคนอื่นได้ก็ต้องซื้อเขา ก็มีแค่นี้ คนเห็นเป็นร้อยว่าเขาเดินมาขายพระผม“ เสี่ยโป้ :”เขาโทรหาบุ๊คก่อน บุ๊คก็ถามว่ามีอะไร ก็โทรมาอีก จนบุ๊คโทรกลับไป มันก็พูดท้าต่อย ไอ้บุ๊คก็ด่าคืน มันก็พิมพ์กลับมา“ ตอนไหนบอก ตัวตัวเปล่า ไม่ต้องพูดเยอะเถียงไม่ทัน มาเจอกันข้างนอกเลย สนามกลาง มึงกับกูตัวตัวจบเลย ประมาณนี้? เสี่ยบุ๊ค : “แล้วใครเรียกใครล่ะพี่ ผมก็ออกไปให้ ผมต้องทำมาหากิน“ เสี่ยโป้ : “เราพูดเรามีหลักฐาน ว่าเขาโทรมาท้า โทรมาอะไร“ หลังจากนั้นเขาบอกว่าเสี่ยโป้โทรหาเขา บอกว่ามาเจอที่สรี เขานับถือคุณ เมมชื่อคุณว่าเกาจิ้งเมืองไทย? เสี่ยโป้ : “ต้องบอกก่อนเด็กที่ชื่อตั้ง เคยทะเลาะกับรุ่นพี่เขา และยิงกับรุ่นพี่และมาพึ่งใบบุญผม ให้ผมไปเคลียร์กับรุ่นพี่เขาเพื่อต่อยตัวตัว ผมก็ไปเคลียร์ให้ ออกตัวให้กับแก๊งโอรส ผมก็เคลียร์ให้ว่าไอ้นี่ขอกูแล้ว มึงก็ต้องต่อยตัวตัว จังหวะวันนั้นก็จะแอบยิงเขาอีก ยิงฝั่งอาร์ต โอรส เราบอกว่าถ้ามึงยิงกูก็เสียคนนะ หลังจากนั้นเขาก็ทักหาผมประจำแต่ไม่ตอบเขาสักคำเดียว มีแค่ให้นิ้วโป้งแค่นั้น เพราะไม่สนิทกับเขา“ คุณโทรหาเขาหรือเปล่าให้ออกมาเคลียร์? เสี่ยโป้ : “ขอหลักฐาน ไม่มีการุคย ผมไม่คุยกับพวกนี้“ ทำไมต้องไปสรี? เสี่ยบุ๊ค : “ตอนแรกมันนัดผมไปสนามบอลตรงราชพฤกษ์ ผมไปถึงแล้ว เขาขับวนไม่ลงจากรถ วนไปวนมา เขาโทรเข้ามา ผมก็บอกว่าถ้าไม่ลงกูกลับแล้ว ผมก็กลัวเขาทำอะไรผม“ เสี่ยโป้ : “ถ้าคุณหนุ่มท้าเขาต่อย จะไม่พกอะไรมาเหรอ แล้วมาเป็นร้อย“ เขาบอกมา 20 คน? เสี่ยโป้ : “ขอให้ดูกล้องตามถนนได้ ถ้ามา 20 คน วันนั้นคน 200 กว่า เยอะมากเต็มสรีเลย ฝั่งผมมีอยู่ 3 คน“ เสี่ยบุ๊ค : “ผม 10 กว่าคน และมีกลุ่มคนชื่อมอส กลุ่มแก๊งโอรสอีกแก๊ง“ เสี่ยโป้ : “ตรงนั้นมีอยู่ 4 กลุ่ม“ แล้วคุณยืนอยู่? เสี่ยโป้ : “ใช่ ผมยืนบนขอบระเบียง ถ้าไปที่เกิดเหตุจะรู้ว่าผมยืนบนขอบระเบียง ต้องจับไว้ไม่ให้ล้ม“ เขาบอกคุณเอามือล้วงแล้วเหตุการณ์ที่ตั้งเล่าให้ฟัง คุณถอดเสื้อจะต่อยกัน แล้วมีอีกคน ชื่อมอส จะไปมีเรื่องกับโบะเพื่อนของเขา? […]

1 2