คุณแม่โวย! นี่หรอการบ้านเด็กป.2 ทำไมยากจัง ตัวคุณแม่เองยังงง

วันที่ 8 เม.ย. 2564  กลายเป็นเรื่องที่พบกันบ่อยกับปัญหาการบ้านของเด็กๆในสมัยนี้ เช่นเดียวกันกับคุณแม่ท่านนี้ งงจ้า งงหนัก เห็นโจทย์แล้วเด็กป.2 จะทำได้ไหม โดยคุณแม่อยากจะทราบคำตอบ และคำแนะนำสำหรับผู้รู้ โดยโพสต์ภาพและระบุว่า “เเม่ๆคะการบ้านนี้ทำยังไงคะเห็นพี่ในเฟสเค้าโพสถามเราอ่านเเล้วก็งง ทำไมยากจังเด็ก ป.2 ” เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง แม่สุดงง…!! เมื่อเห็นการบ้านเด็กป.2 ครูลั่นไม่พอใจก็ย้ายห้องเรียน ชาวเน็ตฮา! เมื่อลูกทำการบ้าน…ถ้าแม่มาเห็นมีหวังพ่อตายแน่ๆ ชาวเน็ตบอกว่า ให้บอกชื่อผลไม้ตามภาพ ตรงคำว่าตำแหน่งให้ดูว่า ผลไม้ในภาพอยู่ ตำแหน่งใด ชิดซ้ายคือหน้า ระหว่างคือตรงกลาง ชิดขวาคือ หลังซึ่งเป็นอีกหนึ่งการบ้านที่ไม่อ่านโจทย์หรือไม่สังเกตดีๆ จะไม่เข้าใจเลย แม้แต่คุณแม่เองก็ต้องทำความเข้าใจหนักมาก แล้วทำไมเด็กป.2 จะไม่งง แบบนี้ควรมีตัวอย่าง ให้ระเอียดกว่านี้นะคะคุณครู เพราะ นักเรียนก็แค่ป.2 เอง แบบนี้คุณแม่ต้องมีเบอร์โทรครูไว้ ไม่เข้าใจโทรถามเลย อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างแสดงความเห็นและช่วยกันแก้โจทย์นี้จนคุณแม่มาโพสต์ขอบคุณชาวเน็ตที่ช่วยทำการบ้าน โดยคุณแม่ยังตัดพ้ออีกว่า “การบ้านเด็กสมัยนี้มันยากจริงๆไม่เหมือนสมัยของคุณแม่ ต้องขอบคุณทุกๆคนมากนะคะ”  

สะเทือนใจ! หนูน้อยเดินออกไปตามหา’แมว’หลังบ้าน ก่อนเหลือบไปเห็นงูตัวใหญ่

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2564 มีคุณแม่ท่านหนึ่งได้มาโพสต์เฟสบุ๊คถึงเรื่องราวหนึ่งว่า “สะเทือนใจมาก เมื่อตอน3ทุ่มกว่าๆ ลูกสาวเดินออกไปหาแมวหลังบ้าน หาแมวไม่เจอ ลูกเลยกวาดตามองไปรอบๆ เจองูตัวใหญ่อยู่หลังบ้าน เดินร้องกรี๊ด ออกมาว่า “งู…ๆๆๆ” “มะม้างู …. งู … โฮจุน ล่ะ หาโฮจุนไม่เจออ โฮจุนนนน” จากนั้นก็กรีดร้องไม่หยุด… พักใหญ่ แม่ทำได้แค่นั่งกอดลูก เพราะโฮจุนอยู่ในท้องมันแล้วว หัวใจแม่นี่จะสลาย ทั้งตกใจ สงสารลูก สงสารแมว เสียใจสุดๆๆ พูดไม่ออก เจ็บใจมาก RIP โฮจุน สุดหล่อ ….. แม่จะรักและคิดถึงหนูตลอดไปนะคับขอบคุณ หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหลักหก ด้วยนะคะ ที่มาช่วยจับงูให้ค่ะ“ เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง เจ้าของบ้านช็อค! เจอ “งูเหลือม” ยาวกว่า 2 เมตร ในชักโครก สุดงง! เมื่อคุณยายเจองู พอเข้าไปดูใกล้ๆ ตกใจกันทั้งบ้าน     […]

ชาวเน็ตเห็นใจ! เมื่อแม่โพสต์เห็นกระดาษที่ลูกเขียนถึงตัวเอง ไม่คิดว่าจะเขียนขนาดนี้

เมื่อวันที่่ 2 มี.ค. 2564 ที่ผ่านมา ได้มีคุณแม่มาโพสต์เกี่ยวกับลูกของตัวเองตัดพ้อว่า “วันนี้แม่เพิ่งเห็นว่าลูกตัวเองเกลียดแม่ขนาดนี้เลยเหรอ ที่พูดบอก สอนบ่นให้ทุกวันๆๆเพราะเขาไม่เชื่อฟังแม่ แม่พยายามปรับตัวเข้าหาเข้าใจเขาใจเย็นสู้แต่ข้อความนี้แม่เพิ่งเห็นไม่รู้ว่าเขาเขียนไว้นานแค่ไหนแล้ว บังเอิญว่าเข้าไปขอสมุดเขา แล้วเห็นเขาดึงไปแล้วพับหน้านี้ แม่เลยแย่งมาดู แม่พยายามไม่ร้องต่อหน้าเขา 😥😭😭😭😭😭😭 ล่าสุดคือผลการเรียนออกสรุปติด0 สามวิชา แม่แค่บอกให้ไปตามแก้ติดต่อคุณครูก็ไม่ไป เฉย บ่นพูดบ้างก็ตามนิสัยแม่เอง เขาเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องข้าวไม่ยอมมากินสองวันแล้วแม่โทรหาเป็นสิบๆสายแชทหา เคาะห้องก็ไม่ยอมเปิด วันนนี้เลยไปบังคับให้เปิดอ้างว่าจะเอาของ แต่ต้องมาเห็นอะไรแบบ😭😭😭” เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ชาวเน็ตชื่นชม! คุณลุงขับแท็กซี่ ทำเอาน้ำตาไหลทั้งโซเชียล ชาวเน็ตสงสัย! รูปการ์ตูนปริศนาที่อยู่บนล็อตเตอรี่ มีไว้เพื่ออะไร ชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นกันว่า แสดงว่าจะต้องมีเรื่องที่ทำให้ลูกเขาเก็บมาจนถึงตอนนี้ เค้าไม่สามารถพูดได้เลยต้องระบายด้วยวิธีนี้หรือเปล่า บ้างก็แสดงความคิดเห็นว่า หากปล่อยไว้นานไม่น่าจะดีอาจะทำให้เป็นโรคซึมเศร้าและฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตามชาวเน็ตก็ล้วนมาให้กำลังใจคุณแม่เพราะไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูกของตนเอง

ทารก 3 เดือน สิ้นใจคาอกแม่ หลังได้ดื่มนมแม่ที่ติดยาเสพติด

นางออทั่ม เบรนเซท วัย 31 ปี จากรัฐนิวออร์ลีนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เธอถูกตั้งข้อหาฆ่าลูกสาววัย 3 เดือน หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบสารเสพติดเป็นจำนวนมากในร่างกายของเธอ ซึ่งเธอก็ได้รับสารภาพในเวลาต่อมาว่าเธอได้ทำการเสพยาบ้าและสูบกัญชาจำนวนหนึ่งก่อนที่จะให้นมลูก มีรายงานว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ไปถึงที่เกิดเหตุ เด็กน้อยวัย 3 เดือนก็ได้เสียชีวิตลงเสียแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้นำร่างของหนูน้อยไปตรวจจึงทราบว่ามีสารเสพติดอยู่ในร่างกายเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้เจ้าหน้าตำรวจยังได้ทำการสืบค้นบ้านของนางออทั่ม เบรนเซท  และพบสารเสพติดที่ซ่อนไว้อีกจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นคดีแรกของสหรัฐฯในปีนี้ที่มีเด็กทารกถูกฆ่าตายเนื่องจากดื่มสารเสพติดในนมแม่ สารเสพติดนั้นสามารถส่งต่อผ่านน้ำนมของแม่ได้ ส่วนจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของสารเสพติดโดยสารเสพติดอาจทำให้พัฒนาการของเด็กช้าลง สมองเล็ก หรือเกิดความผิดปกติของการหายใจของเด็กได้ เมื่อร่างกายเด็กขาดยาก็อาจมีอาการผิดปกติตามมาอีกเช่นงอแง เลี้ยงยาก และอาจมีปัญหาต่อสภาพจิตและพัฒนาการในระยะยาว แม่ที่ได้รับยาหรือสารชนิดไหนบ้างที่ไม่สามารถให้นมลูกโดยตรงได้ โดยแบ่งออกเป็น 5 ข้อใหญ่ๆ ดังนี้ 1.คุณแม่ที่ได้รับยาเคมีบำบัด คุณแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งและกำลังรักษาด้วยวิธีการใช้ยาเคมีบำบัดนั้น จะต้องหลีกเลี่ยงการให้นมลูกโดยตรง เพราะคุณอาจจะได้รับผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัดจนถึงขั้นไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถผลิตน้ำนมได้ตามต้องการ อีกทั้งยาเคมีบำบัดบางตัวอาจจะส่งผลกระทบต่อสารอาหารในน้ำนม จึงควรงดให้นมในช่วงได้รับยาดังกล่าว 2.คุณแม่ที่ได้รับสารกัมมันตรังสี คุณแม่ที่ป่วยและต้องได้รับการรักษาด้วยสารกัมมันตรังสี เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงการให้นมลูก เพราะน้ำนมที่ไหลออกมานั้น อาจจะมีสารปนเปื้อนซึ่งจะไหลออกมาจากทางน้ำนมและส่งผลกระทบต่อตัวลูกได้ 3.คุณแม่ที่ใช้ยาเสพติด คุณแม่ที่ใช้สารเสพติดที่มีส่วนประกอบของแอมเฟตามีน ซึ่งอยู่ในยาเสพติดประเภทโคเคนและเฮโรอีน ไม่ควรให้นมลูกด้วยตัวเอง เนื่องจากสารเสพติดต่างๆ เมื่อได้รับเข้าไปในปริมาณมากจะถ่ายทอดออกมาทางน้ำนมและส่งผลให้ลูกที่กินน้ำนมนั้น มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวนหรือร้องไห้บ่อย […]

สาววัย 17 หลังคลอด บีบสิวตรงจมูก สุดปวดก่อนบวมเป่งทั้งหน้าจนมีผลกับการมองเห็น

แมรี่ แอน รีเจอโช วัย 17 ปี เธออาศัยอยู่ในเมืองนูเอวาอีซิยา ประเทศฟิลิปปินส์ ตอนนี้สภาพใบหน้าของเธอปูดบวมจนผิดรูป และไม่เหลือเค้าโครงหน้าเดิม เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อปี 62 ที่ผ่านมา หลังจากเธอเกิดสิวขึ้นบนใบหน้าและบีบมัน จนทำให้ใบหน้าของเธอบวมผิดปกติ ในตอนแรกที่เกิดขึ้นเธอนึกว่าสักพักมันจะยุบลง แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น อาการบวมขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นกินเวลานานหลายสัปดาห์ หลายเดือน จนเป็นปี ในตอนแรกเธอคิดว่าสิวดังกล่าวเกิดขึ้นจากปัญหาของระดับฮอร์โมนภายในตัวเธอ เพราะเมื่อตอนที่เธออายุ 16 ปี ในตอนนั้นเธอพึ่งได้ให้กำเนิดเด็กทารกมาหนึ่งคน อาการบวมประหลาดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่แมรี่ได้บีบสิวบริเวณจมูก ขณะนั้นเธอรู้สึกว่ามันเจ็บ และปวดกว่าปกติ และสองสามวันหลังจากนั้นอาการบวมดังกล่าวก็เริ่มขึ้น และลามไปทั่วใบหน้าของเธอ เธอกล่าวว่า “ฉันรู้สึกเหมือนลูกโป่งที่กำลังพองโต” ในตอนนี้อาการบวมปริศนาดังกล่าวได้ปกคลุมเกือบทั่วบริเวณใบหน้าของเธอทั่วดั้ง จมูก แก้ม และหน้าผากของแมรี่ ทั้งยังส่งผลต่อการมองเห็นของเธอเป็นอย่างมากเมื่ออาการบวมลามไปถึงบริเวณหัวตา ที่ผ่านมาเธอพยายามรักษาอาการดังกล่าวด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านโดยใช้สมุนไพรต่างๆ แต่เธอก็ไม่ประสบความสำเร็จ “ฉันคิดว่ามันเป็นแค่สิวธรรมดา แต่มันเจ็บปวดมากจนฉันนอนไม่หลับ ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษา แต่ก็ไม่ได้ผล ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าใบหน้าของฉันมันไม่เหมือนเดิมแล้ว” และเหตุผลที่เธอไม่ไปหาหมอแผนปัจจุบันเพื่อทำการรักษา นั้นเป็นเพราะครอบครัวของเธอไม่มีรายได้มากพอที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาล อัลเบิร์ต เซลส์ สามีของแมรี่เขาเป็นเพียงแรงงานรับจ้างรายวันที่ทำงานในฟาร์มของเพื่อนบ้านเท่านั้น เธอจึงไม่สามารถจ่ายค่ารักษาหรือแม้แต่ค่ายาได้ หลังจากที่เธอทนอยู่ความเจ็บปวดดังกล่าวมาเกือบปี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจไปโรงพยาบาล เพื่อตรวจอาการบวมปริศนาดังกล่าว แต่โรงพยาบาลที่เธอไปก็ไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมมากพอที่จะวิฉัยอาการประหลาดดังกล่าว ทำให้แมรี่ต้องย้ายไปยังโรงพยาบาลที่ใหญ่ […]

1 2 3 4