ถึงจุดเปลี่ยน? โลกเริ่มหันหลังให้ไทย ถึงเวลาลาก่อนประเทศไทย!!

ถึงจุดเปลี่ยน? โลกเริ่มหันหลังให้ไทย ผลิตของตกยุค ผูกด้วยคอร์รัปชัน20 กรกฎาคม : KKP Research ออกบทวิเคราะห์ “จุดเปลี่ยนการส่งออก เมื่อโลกเริ่มไม่สนใจไทยอีกต่อไป” โดยมีรายละเอียดน่าสนใจดังนี้ มิติแรก คือ การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น ตลาดหุ้น ที่นักลงทุนต่างชาติมีสัญญาณขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันนักลงทุ่นในไทยก็เริ่มออกไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ มิติที่สอง คือ การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ โดยพบว่า ในปัจจุบันต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยลดลงเรื่อยๆ อีกมิติหนึ่งที่สำคัญคือ การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกสำหรับความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่ซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ ดังต่อไปนี้ สาเหตุชั้นแรก ปัจจุบันสินค้าส่งออกหลักของไทย กำลังเผชิญความท้าทายใหม่ๆ โดยสินค้าใน 5 กลุ่มหลัก คือ อิเล็กทรอนิกส์เครื่องใช้ฟฟ้า รถยนต์ สินค้าเกษตร และปิโตรเคมี มีสัญญาณชะลอตัวลงหรือไม่ สามารถขยายตัวได้ดีเท่ากับในอดีต สาเหตุชั้นที่สอง ไทยไม่มีสินค้าเทคโน โลยีขั้นสูง และทำหน้าที่เพียงรับจ้างผลิต ไม่มีทิศทางการพัฒนาไปสู่การส่งออกในกลุ่มสินค้าเทคโน โลยีขั้นสูงที่ชัดเจน                    […]

ทำไมค้านแก้ ม.144 ‘ก้าวไกล’ ซัดมาว่าแบบนี้…?!!

ประเด็นร้อนทางการเมืองเรื่อง การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังวนลูปเหมือนเดินวนอยู่ในเขาวงกต ทั้งพรรคพลังประชารัฐและเพื่อไทยต่างคนต่างอ้างความชอบธรรมในการนำเสนอแก้ไข ขณะที่ พรรคก้าวไกล ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข มาตรา 144 ที่จะเปิดช่องให้มีการทุจริตการใช้งบประมาณแผ่นดิน ข่าวที่เกี่ยวข้อง พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่สำรวจโครงการสร้างสถานีสูบน้ำประตูระบายน้ำกระทุ่มแบน นายกฯ เย้ย จตุพร นัดม็อบชุมนุม 4 เม.ย. ขนาดแกนนำเสื้อแดงยังไม่เอาด้วย วันที่ 4 เม.ย. 64 นาย ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนาย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคพลังประชารัฐเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น 13 มาตรา อย่างเสแสร้ง ตบตาประชนไทย เพื่อลดแรงต้านว่าพรรคพลังประชารัฐจริงใจ และจริงจังที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 7 เม.ย. 64 เพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน นายไพบูลย์เสริมอีกว่า พรรคพลังประชารัฐลงมือทำแล้ว ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่ได้หารือกันจริงๆจังๆทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ หากพรรคเพื่อไทยมัวแต่คิดจะแก้รัฐธรรมนูญลดหรือแย่งอำนาจจากสมาชิกรัฐสภากลุ่มอื่น เพื่อมาเพิ่มอำนาจกลุ่มตนเอง ไม่ยอมเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนโดยตรงก่อน เพราะต้องการเอาประชาชนมาเป็นตัวประกันให้ได้ตามความต้องการของพวกตนก่อนใช่หรือไม่ ขณะนี้ประชาชนอยากเห็นการพูดจริงทำจริงเพื่อประชาชน พรรคเพื่อไทยที่มีแต่คำพูดวาทกรรมสวยหรู […]

ณิชชา บุญลือ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ใส่ซองงานบุญ งานแต่ง งานศพ เป็นคอร์รัปชัน

ผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ระบุ การที่ ส.ส. ไปงานบุญ งานบวช งานแต่ง งานศพ แล้วใส่ซองให้เจ้าภาพ หากได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนอาจจะคอร์รัปชันเป็นร้อยเป็นพันเท่า แล้วเงินที่ใส่ซองล้วนเป็นภาษีประชาชน น.ส.ณิชชา บุญลือ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ – วังทองหลาง พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “งานบุญ งานบวช งานแต่ง งานศพ ไม่ว่างานไหนๆ ในพื้นที่ก็ไปหมดนะคะ ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง หรือหลังเลือกตั้งที่ผ่านมา ถ้าพลอยได้ทราบว่าในพื้นที่เขตบางกะปิ มีงานสำคัญๆ ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ถ้าได้รับคำบอกกล่าวก็ไปร่วมทุกงานนะคะ เพียงแต่ว่า ในมุมมองของพลอย พลอยไม่ได้ต้องการไปร่วมงานเพื่อหวังเพียงแค่ให้ประชาชนมาเลือกเรา แต่พลอยอยากให้ประชาชนมองภาพการเป็นผู้แทนราษฎร คือ การเป็นผู้แทนในการช่วยเหลือ ประสานงาน ในทุกเรื่องที่มีปัญหา ให้ประชาชนคลายความเดือดร้อนที่มีที่กระทบต่อการดำรงชีวิต และ สร้างความศรัทธาความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับพ่อแม่ที่น้องประชาชน แทนการนำเงินใส่ซองในงานต่างๆ ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดนะคะ แต่ลองคิดอีกมุมว่า การสร้างระบบแบบนี้จะทำให้สุดท้ายผลกระทบในมุมกว้างจะย้อนกลับมาที่พ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะถ้าวันหนึ่งเราได้ใช้เงินในการซื้อใจคนเพื่อเข้าไปเป็นผู้แทนราษฎรในสภา วันหนึ่งเขาจะเอาเงินที่เกิดจากการคอร์รัปชันกลับคืนไปเป็นร้อยเท่าพันเท่า แล้วเงินที่ได้ไปนั้นล้วนแล้วแต่เงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น ดังนั้นถึงเวลาที่ประชาชนจะเป็นผู้กำหนดชี้ชะตาแล้วว่า […]

เจ้าหน้าที่ตำรวจโรมาเนียปะทะม็อบต่อต้านรัฐบาล มีผู้บาดเจ็บกว่า 450 คน

วานนี้ (11 ส.ค.61) สื่ต่างประเทศรายงานว่า ประชาชนกว่า 8 หมื่นคนมารวมตัวในกรุงบูคาเรสต์ เมืองหลวงของโรมาเนีย เพื่อการประท้วงต่อต้านการคอรัปชั่นของรัฐบาลฝ่ายซ้าย และได้มีการเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก ซึ่งทางการได้ส่งตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ามาควบคุมสถานการณ์ จนกระทั่งมีผู้ประท้วงบางคนพยายามทลายผ่านแนวกั้นของตำรวจบริเวณนอกที่ทำการรัฐบาลเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจเริ่มสลายการชุมนุม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงและยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ประชาชนเพื่อสลายผู้ชุมนุมประท้วง ทำให้ผู้ชุมนุมหลายคนถูกนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน หลังจากสูดดมสเปรย์พริกไทยและแก๊สน้ำตา จนมีผู้บาดเจ็บแล้วกว่า 450 คนและราว 30 คนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจากความพยายามสลายการชุมนุมครั้งนี้ถึง 30 นาย โดยมีจำนวนถึง 11 นายต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล การสลายกุมนุมของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ถูกวิจารณ์จากฝ่ายค้านว่าเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเกินเหตุ ซึ่งทางตำรวจเองได้แถลงยืนยันว่า การสลายการชุมนุมครั้งนี้เป็นไปตามลำดับขั้นและมีความเหมาะสม ความไม่พอใจในรัฐบาลเริ่มขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ทางการได้มีคำสั่งปลดนางลอรา โคดรูตา คาเวซี อัยการที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปราบปรามการคอร์รัปชั่น จนได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับการคอร์รัปชั่นของโรมาเนีย ซึ่งที่ผ่านมาเธอได้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและนักการเมืองจำนวนมากในข้อหาคอร์รัปชั่น ซึ่งบางส่วนได้วิจารณ์ว่าเธอและหน่วยงานต้นสังกัดบังคับใช้อำนาจโดยมิชอบ

ผอ.ป.ป.ช.สุราษฎร์ธานีแฉคลิปฉาว ขนมจีนคลุกน้ำปลา เป็นเรื่องจริงมีเอกสารหลักฐานยืนยันได้ว่าทุจริตจริง

แม้อยู่ในยุครัฐบาล คสช. แต่การทุจริตคอร์รัปชันยังไม่หมดไปจากเมืองไทย และกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวแวดวงการศึกษาขึ้นมาอีกครั้ง กรณีโลกโซเชียลแชร์คลิปอาหารกลางวันเด็กชั้นอนุบาล ร.ร.บ้านท่าใหม่ หมู่ 17 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ที่ต้องกินเส้นขนมจีนคลุกน้ำปลามานานกว่า 3 ปี ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจมีการทุจริตงบประมาณอาหารกลางวัน ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อเตรียมเอาผิดข้าราชการผู้ทุจริตนั้น ผอ.ป.ป.ช.จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังนำคณะกรรมการเข้าตรวจสอบและใช้อำนาจตรวจยึดเอกสารรายงานจัดซื้อวัสดุเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อประกอบอาหารกลางวันของ ร.ร.บ้านท่าใหม่ ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ว่า จากการตรวจสอบการจัดซื้อวัตถุดิบไม่มีใบเสร็จ หรือหลักฐานอื่นใดเกี่ยวกับตัวสินค้ามาแสดง มีเพียงการลงบัญชีรายการสินค้าพร้อมราคาของแต่ละวันเท่านั้น ถือว่าผิดระเบียบพัสดุของทางราชการ ที่สำคัญเอกสารที่ตรวจยึดมาตั้งแต่ ปี 57-61 เป็นการลงรายการบัญชีที่ซ้ำๆและไม่มีความแตกต่าง บางรายการมีความเป็นไปได้น้อย เช่น การซื้อก๊าซหุงต้มทุกสัปดาห์ จากการสืบหาข้อเท็จจริง และตรวจสอบพยานเอกสาร พบพิรุธอย่างน้อย 3 ข้อ คือ 1.เอกสารเป็นเท็จ 2.ไม่มีการตรวจรับพัสดุ และ 3.ไม่มีเอกสารตัวตนแสดงตัวว่าเป็นผู้ขาย เบื้องต้นสรุปได้ว่าน่าจะเป็นไปตามข้อร้องเรียนว่ามีการทุจริต หลังจากนี้จะสรุปสำนวนเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ป.ป.ช.ภาค 8 เพื่อขออนุมัติในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง คาดว่าภายในวันที่ 25 […]