ตร.รุด…!! ช่วยเด็กหญิง 13 หนีออกจากบ้าน มาคบแฟนขายยาชอบทำร้ายร่างกาย

ตร.รุด…!! ช่วยเด็กหญิง 13 หนีออกจากบ้าน มาคบแฟนขายยาชอบทำร้ายร่างกาย วันที่ 15 มีนาคม ตำรวจทำการช่วยเหลือด.ญ.อายุ 13 ปี หลังถูกเยาวชนชายอายุ17ปีที่คบหาทุบตีทำร้ายจนบาดเจ็บ โดยด.ญ.รายนี้ หนีออกจากบ้านแล้วคบหากับผู้ชายซึ่งเป็นเด็กเร่ร่อนอยู่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดและส่งยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นละแวกหัวลำโพงนี้ กระทั่งเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 04.30 น. ฝ่ายชายได้ทำร้ายร่างกายเด็กหญิง ด้วยการชกและทุบตี จนทำให้เด็กหญิงรายนี้ต้องเข้าไปหลบอยู่ในอาคารศูนย์เดอะฮับสายเด็ก จากนั้นฝ่ายชายได้ใช้ก้อนหินขนาดใหญ่ขว้างใส่กระจกจนได้รับความเสียหาย แล้วพากันหลบหนีไป หลังเกิดเรื่องศูนย์ช่วยเหลือสังคมจึงขอความร่วมมือจากตำรวจ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี ทำการช่วยเหลือเด็กหญิงรายนี้ให้พ้นจากเยาวชนชายที่มีความรุนแรงรายดังกล่าว งนำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว และให้ความช่วยเหลือจับตัวฝ่ายชายพร้อมนำตัวเด็กหญิงมาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมทั้งทำประวัติบุคคลที่กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กละสตรี จากนั้นจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มารับตัวเพื่อช่วยเหลือไปอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานครต่อไป การจับกุมครั้งนี้เป็นผลงานของพ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผกก.ดส. พ.ต.ต.อาชวิน บุญลือ สว.กก.ดส และร.ต.อ.ธราธิป เพ็งขำ รอง สว.กก.ดส.และตำรวจ กก.ดส.บช.น.พร้อมเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมมนุษย์ และความมั่นคงของมนุษย์

หลังเหตุการณ์ชุมนุมม็อบ17พฤศจิกายน ธนาธร ทวีตข้อความ This is not a compromise

เรียกว่ากระแสการเมืองไทยตอนนี้ร้อนระอุสุดๆ จากเหตุการณ์ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 จากการชุมนุมของกลุ่มราษฎรที่ออกมารวมตัวกันชุมนุมเพื่อที่จะไปยังรัฐสภา เรียกร้องให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้อง ซึ่งเหตุการณ์เริ่มมาชุลมุนในช่วงเย็น กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มเคลื่อนที่เข้าไปตัดรั้วลวดหนามที่กั้นทางไว้ จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงมาฉีดใส่ผู้ชุมนุม ฝั่งผู้ชุมนุมจึงขว้างปาพลุสีใส่เจ้าหน้าที่เป็นการตอบโต้ และเหตุการณ์เริ่มหนักขึ้นไปเรื่อยๆ เริ่มมีการใช้แก๊สน้ำตา การฉีดน้ำผสมสารเคมี และที่หนักสุดเกิดเหตุปะทะระหว่างกลุ่มไทยภักดีกับกลุ่มราษฎร63 มีการขว้างปาสิ่งของและก้อนหินใส่กัน และมีเสียงปืนดังขึ้นมาหลายนัด จนมีผู้บาดเจ็บหลายคน ล่าสุดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ทวีตข้อความเป็นภาษาอังกฤษ ระบุว่า “This is not a compromise” หรือในความหมายว่า “นี่ไม่ใช่การประนีประนอม” ซึ่งมีหลายความเห็นโยงไปที่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานสัมภาษณ์สื่อต่างประเทศตอนหนึ่งว่า “Thailand is a land of compromise”

โลกออนไลน์ ขุดภาพมาแฉ ชายเสื้อเหลือง แกนนำกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ สนิทสนม รมว.ศึกษาธิการ

จากเหตุการณ์วุ่นวายชุลมุนเมื่อวานนี้ (21ต.ค.63) ระหว่างกลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษากำลังเตรียมชุมนุมภายในมหาวิทยาลัย โดยขณะเตรียมรถเครื่องขยายเสียงอยู่นั้น มีกลุ่มผู้ชุมนุมปกป้องสถาบันที่สวมใส่เสื้อสีเหลือง โดยผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวได้ชุมนุมบริเวณนี้ก่อนในช่วงบ่าย จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมปกป้องสถาบันได้วิ่งกรูเข้าใส่กลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายเผชิญหน้า จากนั้นตำรวจและเจ้าหน้าที่ต้องเข้าห้ามและแยกทั้ง 2 ฝ่ายกันวุ่น โดยผู้ชุมนุมปกป้องสถาบันพยายามล้อมกลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย พร้อมตะโกนต่อว่าและปาข้าวของเข้าใส่ แถมยังยกลำโพงของกลุ่มนักศึกษาทุ่มเข้าใส่ด้วย บางจังหวะผู้ชุมนุมปกป้องสถาบันยังได้วิ่งไล่ทำร้ายนักศึกษา ก่อนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าห้ามปรามอีกรอบ pic.twitter.com/xO7G06naCB — ThaiDelphi (@ThaiDelphiOoi) October 21, 2020 สุดท้ายกลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ได้ประกาศเปลี่ยนพื้นที่ชุมนุมไปยังบริเวณหน้า สน.หัวหมาก แทน เพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากัน ส่วนผู้ชุมนุมปกป้องสถาบันยังคงปักหลักอยู่ในมหาวิทยาลัย จากนั้นรปภ.ได้ปิดประตูรั้วมหาวิทยาลัยในทันที จากนั้นในโลกออนไลน์ได้มีการแฉบุคคลที่อยู่ในเหตุดังกล่าวทางฝั่งเสื้อสีเหลือง คือนายทศพล มนูญรัตน์ แกนนำกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ที่เดินไปหานักศึกษาในม.รามคำแหง โดยมีการนำมาเปรียบเทียบกับภาพที่ถ่ายร่วมกับนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ

คิดต่าง! แอมเนสตี้ องค์กรสิทธิมนุษยชน เสนออีกมุม เรื่องการลงโทษคดีข่มขืนด้วยความรุนแรงอาจไม่ใช่ทางออก

ข่าวการก่อเหตุข่มขืนในสังคมไทยเกิดขึ้นไม่ว่างเว้นจากหน้าสื่อ หลายเหตุการณ์สร้างความสะเทือนใจให้กับคนในสังคม เมื่อผู้ถูกกระทำเป็นเด็กที่ปกป้องตัวเองไม่ได้ แล้วถูกกระทำจากคนใกล้ชิดที่เด็กไว้วางใจ เช่น พ่อ ญาติ เพื่อนบ้าน หรือครู เมื่อกระบวนการยุติธรรมไม่รวดเร็วทันใจ มีการตัดสินลงโทษไม่สาสม ผู้ก่อเหตุเป็นผู้ก่อคดีซ้ำซาก มีการใช้อิทธิพลแทรกแซง เกิดการคุกคามครอบครัวผู้เสียหาย หรือการบีบบังคับให้ยุติการดำเนินคดี สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความขุ่นเคืองให้กับสังคม จนหลายครั้งนำไปสู่การรณรงค์ให้มีการลงโทษแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน โดยมุ่งหวังว่าจะให้ผู้ก่อเหตุข่มขืนจะเกิดความหวาดกลัว เช่น โทษประหารชีวิต หรือล่าสุดที่มีการหยิบยกข้อเสนอเรื่องการฉีดยาให้อัณฑะฝ่อ เพื่อที่จะไม่ผลิตฮอร์โมนเพศชาย และเชื่อว่าจะทำให้ผู้ก่อเหตุไม่ไปกระทำผิดซ้ำ หากมองไปที่ปัญหาการข่มขืนที่เกิดขึ้นแล้ว จะเห็นหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ปัญหานี้ทวีความรุนแรงในสังคมไทย รวมไปถึงขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมที่เปิดช่องว่างให้การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นไปตามครรลอง การเสนอให้ใช้การลงโทษที่เด็ดขาดรุนแรงในโครงสร้างระบบยุติธรรมที่ยังมีข้อบกพร่อง อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น ก่อนที่สังคมจะมีคำตอบในเรื่องนี้ เราจึงควรมีการพูดคุยกันอย่างถี่ถ้วนรอบด้าน สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงก็คือการลงโทษแบบไหนที่จะตอบสนองต่อปัญหาการข่มขืนได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ไม่ใช่เพียงเพื่อตอบสนองอารมณ์ของสังคม ข้อถกเถียงวิธีลงโทษด้วยการฉีดไข่ฝ่อ การฉีดยาเพื่อกดฮอร์โมนเพศชายแก่ผู้กระทำผิดคดีข่มขืน เป็นวิธีที่ยังมีการถกเถียงถึงความเหมาะสมในหลายประเทศ ถึงความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ และจุดมุ่งหมายที่ต้องการลดเหตุข่มขืนในสังคม นายแพทย์ กัมปนาท พรยศไกร ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ เคยให้ความเห็นเรื่องนี้ทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก Sarikahappymen ว่า ทางการแพทย์มีวิธีลดฮอร์โมนเพศชายเพื่อรักษาคนไข้มะเร็งต่อมลูกหมาก 2 วิธี คือ 1.ผ่าตัดเอาไข่ที่เป็นตัวผลิตฮอร์โมนออก วิธีนี้ง่าย สะดวก ประหยัด 2.ฉีดยากดฮอร์โมน ไม่ต้องผ่าตัด แต่ต้องฉีดยาทุก 3 เดือนตลอดชีวิต ค่ายาปีละนับแสนบาท ผลของการไม่มีฮอร์โมนเพศชายจะทำให้หงอยเหงา ซึมเซา […]

แม่โอเล่ ซ้อมเมียตาย เปิดแชตบุ๋มแอบรับจ๊อบนวด ด้านแม่บุ๋มช็อก ตายทรมาน เจอสนิมในช่องคลอดเผยโอเล่พยายามอำพราง ซ้อมเสร็จจับล้างตัวในห้องน้ำยอด

เมื่อวานนี้ (10 กันยายน 2562) มีรายงานบทสัมภาษณ์ นางวรรณพร เกษมศักดิ์ แม่ของนางสาวอภิญญา หรือ บุ๋ม ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกนายกฤษณะโชค ชัยชนะ หรือ โอเล่ อายุ 31 ปี แฟนหนุ่ม ซ้อม ซึ่งคนร้ายก่อเหตุใช้เหล็กเสียบอวัยวะเพศ ตีศีรษะ จนทั้งตัวมีบาดแผล 36 จุด โดยนางวรรณพร เปิดเผยว่า ลูกสาวคบหากับนายโอเล่มานาน 8 ปี ตั้งแต่ลูกเรียนอยู่ ม.2 เขาเป็นแฟนคนแรกของลูก ตนรู้มาตลอดว่าลูกสาวถูกทำร้ายร่างกาย แต่ก็ไม่รู้จะห้ามอย่างไร เพราะบอกลูกก็กลับไปเหมือนเดิม เคยเตือนลูกว่าถ้ายังไม่เลิกลูกเองที่จะตาย เคยคิดจะล่ามลูกไว้ในบ้านด้วยซ้ำ คิดว่าถ้าจะตายก็ขอให้ตายในบ้าน ดีกว่าไปถูกซ้อมตาย แต่สุดท้ายลูกก็ตายจริง นางวรรณพร เผยต่อว่า ตนได้เดินทางไปยังห้องที่เกิดเหตุ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ได้กลิ่นคาวเลือดเลย และสภาพห้องน้ำพบรอยคราบเลือด เชื่อว่าก่อนจะพาตัวลูกสาวไปโรงพยาบาล นายโอเล่ได้ลากร่างลูกสาวไปล้างตัวในห้องน้ำหลังซ้อมเสร็จ และจับเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่ออำพราง และกรณีที่หมอชันสูตรพบเศษสนิมอยู่ในอวัยวะเพศของลูกสาว ตนรู้แล้วว่าเกิดจากที่นายโอเล่ใช้ท่อนเหล็กของราวตากผ้าในห้องที่ชำรุด แทงเข้าไปในช่องคลอดลูกสาว ส่วนบาดแผลอื่นๆ ทราบว่าถูกมีดฟันหัว และถูกขวดเบียร์ตีทั่วร่าง ทั้งนี้ […]

1 2