อัพหน้าใหม่เตรียมฟาด!!!

เมียเก่าครูไพบูลย์อัพหน้าใหม่พร้อมฟาด!! จากกรณีดราม่ามาแรงในช่วงนี้ ระหว่าง กระต่าย พรรณนิภา กับ ครูไพบูลย์ แสงเดือน ที่ทั้งคู่นั้นได้ออกมายอมรับแล้วว่าได้ออกมาสร้างครอบครัว และทางอดีตภรรยาของ ครูไพบูลย์ ก็ได้ออกมาแฉถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทัวร์ลงหนัก ฟาด “แม่กระต่าย” รัวๆ หลังถูกแฉเรื่อง..!? โดนดราม่าถล่ม! ทีมจินตหรา ถูกจวกยับ หิวแสง-เกาะกระแส กระต่าย ลั่นเลิกติดตาม? ล่าสุดได้มีคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งได้เสนอจะปั้นหน้าให้กับ ภรรยาเก่าของครูไพบูลย์ โดยยังบอกอีกว่า “เมียหลวงก็โมให้สวยมาแล้ว รอบนี้ขอโมเมียเก่า ผจก. นักร้องดูบ้าง รอน้องตอบกลับ” ซึ่งหลังจากทางคลินิกได้โพสต์ลงแล้ว ทางด้านของภรรยาเก่าจึงได้ติดต่อทางคลินิกไป บอกได้เลยว่างานนี้ชาวเน็ตเตรียมตัวรับชมความสวยใบหน้าใหม่ของภรรยาเก่าได้เลย!!

อ้างถูกปล้นยา! 2 โจ๋เหี้ยม แทงหนุ่มในห้างกลางกรุง ถูกจับได้คาคลินิก

ตำรวจบางเขน บุกรวบ 2 โจ๋เหี้ยม แทงหนุ่มดับในห้างย่านรามอินทรา สารภาพอ้างถูกปืนตบ-รุมตื้บ สู้ไม่ได้ ก่อนควักมีดก่อเหตุสลด ตำรวจคุมตัวสอบดำเนินคดี เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 5 มี.ค.2564 พ.ต.ท.สุนทร ไชยรักษา รอง ผกก.สส.สน.บางเขน พร้อมด้วย พ.ต.ต.พรชัย ว่องประเสริฐการ สว.สส.ฯ และกำลังฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ร่วมกันจับกุมตัว นายเมธัส (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี และ นายโอ๊ด (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี พร้อมมีดปลายแหลม 1 เล่ม โดยจับกุมตัวได้ที่สถานคลีนิกแห่งหนึ่ง ย่านลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. หลังก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงนายจิรเวช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี เสียชีวิตบริเวณซอยรามอินทรา 31 ถนนรามอินทรา เขตบางเขน กทม. เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา จากการสอบสวน นายเมธัล ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้ตายได้ติดต่อซื้อขายยารักษาโรคซึมเศร้า โดยนัดเจอกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา เมื่อผู้ตายมาถึงจึงเดินเข้าห้องน้ำ ภายในห้าง ตนและนายโอ๊ดจึงเดินตามเข้าไปเพื่อส่งยาดังกล่าวให้ ระหว่างนั้นมีเพื่อนผู้ตายอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะและปล้นเอายาดังกล่าวไปโดยไม่ยอมจ่ายเงิน ก่อนจะใช้ปืนตบหน้าและรุมกระทืบตน นายเมธัล ให้การต่อว่า ในที่ช่วงชุลมุนนายโอ๊ด จึงใช้อาวุธมีดที่พกติดตัว แทงผู้ตายได้รับบาดเจ็บและวิ่งหนีออกไปนอกห้าง หลังก่อเหตุตนและนายโอ๊ดที่บาดเจ็บเช่นกัน จึงหลบหนีไปรักษาบาดแผลที่สถานพยาบาลคลีนิกแห่งหนึ่ง ย่านลาดปลาเค้า กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามมาเข้าจับกุมในที่สุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำตัวผู้ก่อเหตุส่งให้พนักงานสอบสวน สน.บางเขน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

#ทีมเมียหลวง! คลินิกโผล่ตามหา ‘สาวบุกงานแต่ง’ เสนอแพ็กเกจ ‘โมทั้งตัวให้ผัวเสียดาย’ แบบฟรีๆ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่เชื่อได้ว่าเป็นเจ้าของคลินิกเสริมความงามใน อ.เมืองนนทบุรี โพสต์ลงเฟซบุ๊กเมื่อวันพฤหัสบดี (18 ก.พ.) ว่าตนและทีมแพทย์ของคลินิกต้องการติดต่อหญิงที่ถือทะเบียนสมรสไปงานแต่งของสามีตนกับหญิงอื่น เพื่อมาเป็นพรีเซนเตอร์ในโครงการ “โมทั้งตัวให้ผัวเสียดาย” ผู้โพสต์ระบุว่า ตนเห็นคลิปที่หญิงคนนั้นถูกสามีทิ้งไปแต่งงานกับหญิงอื่น ก็รู้สึกสะเทือนใจ และอยากให้เพื่อนของหญิงคนนี้ที่เห็นโพสต์นำความไปบอกว่า คลินิกต้องการทำศัลยกรรมให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยเธอโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ฝากเพื่อนๆช่วยติดต่อพี่เขาทีนะคะ ได้ดูคลิปผู้หญิงคนหนึ่งแล้วรู้สึกสะเทือนใจมาก ที่สามีทิ้งเธอและลูกๆไปแต่งงานใหม่โดยที่เธอถือทะเบียนสมรสเข้างานวิวาห์ของสามีของเธอ ใครเป็นเพื่อนกับผู้หญิงคนนี้ช่วยทักไปบอกพี่เขาทีนะคะ ว่าตนและหมอต้องการทำศัลยกรรมโมดิฟายให้พี่เค้าทั้งตัวแบบไม่คิดตังค์ หน้า หุ่น นม จนสวยสับไปเลยค่ะ #ทีมเมียหลวง รักษาไม่ดีหันมาอีกทีไม่มีแล้วนะคะ เพราะต่อไปพี่เค้าจะสวยมากๆ” การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจาก ผู้หญิงคนหนึ่งถ่ายทอดสด (ไลฟ์) ผ่านเฟซบุ๊ก ว่าสามีของตนทิ้งตนไปแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง ขณะที่ยังไม่ได้หย่ากัน ทำให้ตนถือทะเบียนสมรสมาเป็นหลักฐานด้วยก่อนบุกเข้าไปในงานแต่งดังกล่าวกับแม่ของสามี

ศาลสั่ง…!! จำคุกตลอดชีวิต หนุ่มยิงอดีตแฟนสาวดับคาคลินิก ในห้างดัง พร้อมให้ชดใช้ 5 แสน

ศาลสั่ง…!! จำคุกตลอดชีวิต หนุ่มยิงอดีตแฟนสาวดับคาคลินิก ในห้างดัง พร้อมให้ชดใช้ 5 แสน เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (7 ธ.ค.) ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดี หมายเลขดำ อ.1211/2563 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายดนุสรณ์ หรือ เจ นุ่มเจริญ อายุ 28 ปี ชาวจ.สมุทรสาคร ซึ่งก่อเหตุยิงอดีตแฟนสาว เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ,ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือในที่ชุมนุมชน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ,33,80,288,289,371, 376, ตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอดไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4,7,8 ทวิ ,72,72 ทวิ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2501 มาตรา 3 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ต.ค.2519 ข้อ 3,6,7 รวม 7 ข้อหา โดยในชั้นสอบสวนนายดนุสรณ์ ให้การรับสารภาพ ขณะเดียวกันจำเลยไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างฝากขัง ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อัยการโจทก์ยื่นฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 18 ก.พ. 2563 ตำรวจสน.พญาไท ได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุการณ์ยิงกันที่คลินิกเวชกรรม ถ.พญาไท แขวง-เขตราชเทวี กทม. จึงเดินทางไปตรวจสอบพบน.ส.ปิยานุช ฉัตรไทย ถูกยิงที่บริเวณศีรษะ คอ และลำตัว จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าขณะที่ น.ส.ปิยานุช กำลังนั่งทำงานอยู่ที่เก้าอี้เคาน์เตอร์ของคลินิกดังกล่าว นายดนุสรณ์ จำเลย (อดีตแฟน) ได้เดินเข้าไปบริเวณด้านหน้า พร้อมกับล้วงเอาอาวุธปืนพกสั้นแบบออโตเมติก ยี่ห้อโคลท์ ขนาด .45 มม. ที่ซุกซ่อนอยู่ ออกมาจ่อยิง น.ส.ปิยานุช จำนวน 2-3 นัดจนล้มลง จากนั้นนายดนุสรณ์ได้เดินเข้าไปจ่อยิงซ้ำอีก 4-5 นัด เป็นเหตุให้กระสุนปืน ถูกบริเวณศีรษะ คอ และลำตัวหลายแห่งจนถึงแก่ความตาย และกระสุนปืนยังพลาดไปถูก น.ส.วิลาสินี ที่ปั่น พนักงานคลินิกอีกราย ซึ่งนั่งข้างๆ ผู้ตายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วหลบหนีไปต่างจังหวัด พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นขอศาลอาญาออกหมายจับ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 155 / 2563 ลงวันที่ 18 ก.พ. 2563 กระทั่งตำรวจสืบทราบว่านายดนุสรณ์ ได้หลบหนี ไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเลขที่ 154 หมู่ 4 ต. ห้วยแม่เพียง อ.แก่งกระจ่าง จ.เพชรบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายดนุสรณ์ อยู่บริเวณหน้าบ้านจึงทำการจับกุม ซึ่งนายดนุสรณ์ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมาย เหตุเกิดที่ ห้างเซ็นจูรี่ มูฟวี่ พลาซ่า ถ.พญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. โดยวันนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัว นายดนุสรณ์ หรือ เจ มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อฟังคำพิพากษา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าโจทก์มี น.ส.วิลาสินี ที่ปั่น พนักงานคลินิกดังกล่าว เบิกความเป็นประจักษ์พยานว่า วันเกิดเหตุจำเลยใส่สูทสีดำ พกพาอาวุธปืนเดินเข้ามาที่คลินิกแล้ว ยิงปืน 2 […]

คุณพ่อโมโหจัด พาลูกสาวตัวน้อยมาหาหมอที่คลินิก แต่ลูกกลับมาโดนทำแบบนี้ซะได้

ในช่วงสถานการณ์แบบนี้ เราอาจได้เห็นนิสัยอีกมุมหนึ่งของผู้คน เป็นเรื่องราวที่สะท้อนสังคมในยุคนี้ เมื่อมีหนุ่มคนหนึ่งพาลูกสาวไปหาหมอที่คลินิก แต่กลับเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องโมโหสุดๆจนต้องพาลูกกลับบ้านและก็ไม่ได้หาหมอ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สถาพร ศรีน้อย ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า… “พอดีวันนี้ผมพาลูกมาหาหมอคลีนิคแห่งหนึ่งในอ.ท่าศาลา ซึ่งลูกกับภรรยาได้นั่งรอที่ม้าหินอ่อน แล้วลูกของผมก็ได้ลุกขึ้นไปจับที่รถเก๋ง มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งออกมาจากร้านค้าผลักลูกผมล้มแล้วเขาก็เอาน้ำออกมาสาดที่พื้น ทำเหมือนลูกเราเป็นอะไรสักอย่าง ถ้าบอกดีๆก็ได้คนเหมือนกัน สังคมเป็นถึงขั้นนี้แล้ว เราก็โกรธพาลูกกลับบ้านหมอก็ไม่ได้หา หรือว่าเค้ากลัวโควิด ยม.”

1 2