เจอตัวแล้ว!! คนร้ายกราดยิงรพ.สนาม-พนักงานร้านสะดวกซื้อ

24 มิ.ย.64  พ.ต.ต.สวัสดิ์ คงแก้ว สารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งมีเหตุ คนร้ายบุกยิงภายในโรงพยาบาลสนาม สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งมีผู้ป่วยโควิด และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม อุกอาจ! ชายคลั่ง สวมเสื้อลายพราง กราดยิง รพ.สนาม ผู้ป่วยโควิด ดับ 1 ราย เด็กวัยรุ่น ได้ก่อเหตุ กราดยิงครูและเพื่อนนักเรียน เสียชีวิตรวม 9 ราย ในที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าห้องน้ำชั้น 1 โซนผู้ป่วยชาย พบศพ ชาย 1 ราย สภาพศพ นอนคว่ำหน้าสวมชุดผู้ป่วยสีน้ำเงิน นอกจากนี้ยังพบว่าที่ประตูกระจกด้านหน้าแตกทั้งบ้าน และพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่จำนวนหนึ่ง จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบคนร้ายเป็นชาย 1 ราย แต่งชุดลายพรางคล้ายทหาร ถือปืนบุกเข้ามายิงผู้ตาย  โดยมีพยานเห็นว่าคนร้าย มาด้วยรถกระบะโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีขาว ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาทางประตู 1 ก่อนจะขับมาจอดที่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลสนาม แล้วลงมาไล่ยิงคนตายจนเสียชีวิต ก่อนจะเดินออกมาขึ้นรถกระบะหลบหนีไป ด้าน พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี (ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ เบื้องต้นพอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุบ้างแล้ว พบว่าเป็นอดีตทหารเกณฑ์ คาดว่ามีอาการทางประสาทมีรายงานว่าก่อนหน้านั้น 02.50 น.ร.ต.ท.จักรกฤช  สุวรรณวงศ์ รองสว.(สอบสวน)สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืน ยิงพนักงานร้านสะดวกซื้อ เสียชีวิต บริเวณร้านสะดวกซื้อ 7/11 ปากซอยลาดพร้าว25 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร​ จึงแจ้งผู้บังคับบัญชา​ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมพ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์​ มีสวัสดิ์ รองผบก.น.2 แพทย์เวร เจ้าหน้าที่กอง​พิสูจน์​หลักฐาน​ และอาสาสมัคร​มูลนิธิร่วมกตัญญู​ ที่เกิดเหตุภายในร้านสะดวกซื้อ ด้านหลังเคาน์เตอร์​ชงเครื่องดื่ม พบร่างผู้เสียชีวิต นายรัฐวิทย์ สันติคุปตพง อายุ 32 ปี พนักงานประจำร้าน นอนหงายเสียชีวิต สวมเสื้อยูนิฟอร์มร้าน กางเกงสีดำ มีบาดแผลถูกยิง บริเวณด้านหลังทะลุหน้าอกจำนวน 3 นัด นอกจากนี้บริเวณโดยรอบเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนขนาด.38 มม.ตกอยู่หลายปลอก จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงประมาณ 22.30 น. ที่ผ่านมา คนร้ายได้เข้ามาซื้อของภายในร้าน รวมทั้งเบียร์จำนวน 1 แพค 3 ขวด แต่ได้ทำขวดเบียร์ตกแตก ก่อนที่จะชำระเงินค่าสินค้า โดยไม่ยินยอมจ่ายค่าเบียร์ที่ตกแตก ทำให้ผู้เสียชีวิตที่เป็นพนักงานไม่พอใจ มีการทะเลาะและมีปากเสียงกัน ก่อนที่จะมีพนักงานคนอื่นที่อยู่ภายในร้านออกมาช่วยพูดจาตกลงกัน โดยให้คนร้ายชำระเฉพาะค่าสินค้าที่ตนซื้อ ไม่ต้องชำระค่าเบียร์ที่แตก หลังจากนั้นประมาณเกือบเที่ยงคืนครึ่ง คนร้ายได้กลับมาที่ร้านอีกครั้ง พร้อมกับอาวุธปืน เมื่อเข้ามาถึงก็ถามหาผู้เสียชีวิต ก่อนจะกระหน่ำยิงใส่ หลังผู้เสียชีวิตล้มลง คนร้ายได้เดินเข้ามาเหยียบที่บริเวณหน้าอก เพื่อดูให้แน่ใจว่าผู้เสียชีวิตตายจริง ก่อนจะเดินออกจากร้านไปพล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) เปิดเผยว่าคนร้าย ขับรถกระบุ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒข 6233 มุ่งหน้าไปทางภาคใต้ขณะนี้นี้ถึงชุมพรแล้ว กำลังติดตามสกัดจับ ล่าสุด ตรวจสอบพบว่า คนร้ายได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ ม.3 ต.หินช้าง จ.ระนอง แล้ว คาดว่าน่าจะไปหาญาติ ในพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่กำลังปิดล้อมเจรจา

ชายวัย 25 คลั่งบุกข้างบ้าน จ่อยิงหญิงวัย 40 ดับคาเปล

หนุ่มวัย 25 ปี เกิดคลุ้มคลั่ง ถือปืนยิงสนั่น ก่อนเดินเข้าไปจ่อยิงหญิงข้างบ้าน ขณะนอนในเปลจนเสียชีวิต ตำรวจตามไปจับตัวได้ ขณะที่แม่ผู้ก่อเหตุขอโทษครอบครัวผู้ตาย ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นฝีมือของลูกชาย เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มีนาคม 2564 ร.ต.อ.จตุพร สอนวิทย์ ร้อยเวรสอบสวน สภ. สามโคก ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีชายคุ้มคลั่ง ใช้อาวุธปืน ขนาดจุด .38 ยิงผู้เสียชีวิต บริเวณถนน วัดเจดีย์ทอง-วัดโบสถ์สายใน หมู่ 3 ตำบลบางกระบืออำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยอาสามูลนิธิปอเต็กตึ้ง ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นเลขที่ 65/1 หมู่ 3 ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นางสาวมะลิวัลย์ แสงจันทร์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/4 หมู่ 5 ตำบล ลาดหลุมแก้ว อำเภอ ลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี สภาพนอนอยู่ในเปลถูกอาวุธปืนยิงที่หน้าผากซ้าย 1 นัด จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไป และยังใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าอีกหลายนัด เจ้าหน้าที่จึงติดตามไป ห่างจากที่เกิดเหตุ 100 เมตร สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ทราบชื่อ นายสราวุธ ขันเสรี อายุ 25 ปี หรือเตย อยู่บ้านเลขที่ 65/4 หมู่ 3 ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี บ้านอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 50 เมตร จากการสอบถาม นายจักรพงษ์ มีพูน อายุ 38 ปี สามีผู้ตาย เผยว่า ขณะเกิดเหตุกำลังเข้าห้องน้ำ และได้ยินเสียงภรรยาตะโกนถามว่าใครมาบ้าน จากนั้น มีเสียงปืนขึ้น 1 นัด จึงรีบวิ่งออกมาดูพบว่าภรรยา ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตอยู่ในเปล และเห็นคนร้ายวิ่งออกไป ด้าน ร.ต.อ.จตุพร สอนวิทย์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก ได้มาตรวจที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และบันทึกภาพเก็บไว้ จากนั้นนำตัวนายสราวุธ ขันเสรี 25 ปี ผู้ต้องหา ไปขังที่ สภ.สามโคก ให้สงบสติอารมณ์ ก่อนสอบปากคำถึงสาเหตุแรงจูงใจที่ก่อเหตุ ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 มี.ค. 2564 พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ได้ลงพื้นที่ไปยังหมู่ 3 ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านของ นายสราวุธ ขันเสรี อายุ 25 ปีหรือเตย ผู้ก่อเหตุแทงเด็กปั้มเสียชีวิตและยิงเพื่อนบ้านขณะนอนอยู่บนเปลจนเสียชีวิต จากการตรวจสอบพบกางเกงเปื้อนคราบเลือด ซึ่งอยู่ภายในบ้าน และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 100 สีฟ้า จอดอยู่ริมถนน ห่างจากบ้าน 200 เมตรที่นายสราวุธ ขันเสรี ใช้ในการขี่ไปก่อเหตุแทงเด็กปั้มเสียชีวิต และยังพบมีดอีก 3 เล่มในห้องพักของผู้ก่อเหตุ จากการสอบถาม แม่ผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ตนกับผู้เสียชีวิตข้างบ้านไม่ได้รู้จักกันเลยเพราะเค้าเพิ่งจะย้ายมาอยู่ได้ไม่นาน ตนทำงานเช้าเย็นๆก็กลับบ้านเลยไม่ค่อยเจอหน้าใคร ก็เคยเห็นหน้าตามงานบวช งานแต่ง แต่ไม่รู้ว่าใครเพิ่งมารู้ว่าอยู่ข้างบ้านกัน หลังจากเกิดเหตุก็ยังไม่ได้คุยกับลูกชายเลย เค้าไม่เคยมีอาการคุ้มคลั่งให้เห็นส่วนมากลูกชายจะอยู่บ้านและเป็นคนเงียบๆ มีดื่มน้ำกระท่อมบ้าง ช่วงเกิดเหตุเพื่อนบ้านได้โทรไปบอกตนก็ยังตกใจอยู่ ไม่รู้เลยว่าจะไปแทงเด็กปั้มจนเสียชีวิตด้วย ตนไม่ค่อยได้คุยกับลูกชาย เลยไม่ค่อยได้รู้เรื่อง ด้านพล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า สาเหตุเคสเด็กปั้มถูกแทงเกิดจากไปเติมน้ำมันแล้วไม่จ่ายเงิน ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท เอามีดแทงกันจนมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ พอมาตอนเช้าก็ได้รับแจ้งจากผู้กำกับสามโคกว่า มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนบ้านเสียชีวิต […]

รวบหนุ่มคลั่ง เอามีดไล่ฟันชาวบ้าน

ระทึกบุกจับหนุ่มคลั่งเสพยาหลอน เอามีดไล่ฟันชาวบ้านเจ็บ แม่ปวดใจเผยลูกเสพยามานาน สร้างความเดือดร้อนขอตำรวจเอาตัวไปดำเนินคดีส่งบำบัด เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ขณะที่ พ.ต.ท.พล พื้นพรหม รองผกก.ป.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมสายตรวจออกตรวจพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ ได้รับแจ้งเหตุทางวิทยุว่ามีชายถือมีดคลุ้มคลั่งอยู่ในป่าละเมาะพื้นที่หมู่ 8 ต.ละหาร จึงรีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบ นายดาวุด มาเงิน สารวัตรกำนันตำบลละหาร พร้อมอาสาสมัครป้องกันภัยในหมู่บ้านแจ้งว่า นายกช (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี คลั่งหลังเสพยาเสพติดและไปทำร้ายชาวบ้านจนได้รับบาดเจ็บมาก่อนหน้านี้หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าจึงเจรจาให้ออกมาแต่นายกช กลับวิ่งหนีและหลบเข้าไปในบ้านแม่ในละแวกดังกล่าว หลังเจรจาอยู่สักพักเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจบุกเข้าไปชาร์จตัว นายกช ไว้ได้อย่างทุลักทุเล สอบสวน นายกช รับสารภาพว่าเสพยาจริง แต่ไม่ได้ถือมีดทำร้ายใคร มีแต่ใช้เหล็กแป๊บและโยนทิ้งไปแล้วในป่า ส่วนแม่ของนายกช กล่าวว่า ลูกชายติดยาเสพติดมานานแล้ว อยากให้เจ้าหน้าที่เอาตัวไปบำบัด ทุกครั้งที่เสพยามักถือมีดถือไม้ชี้หน้าด่าทอชาวบ้าน ก่อนเกิดเหตุใช้มีดฟันผนังบ้านจนพังไปหลายจุดแต่ไม่หนำใจลงไปฟันต้นกล้วยขาดไปอีกหลายต้น เรื่องทำร้ายชาวบ้านตนเองไม่ทราบจริงๆ แต่ชาวบ้านยืนยันว่านายกชเอามีดไปไล่ทำร้ายคนได้รับบาดเจ็บไป 1 คน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คุมตัวนายกชไปที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คลั่งเมายาเอามีดง่าวไล่ฟันก่อนจุดไฟเผา

ตร.ระดมกำลังล้อมจับหนุ่มนนทบุรี เมายาคุ้มคลั่งก่อเหตุบุกชิงทรัพย์เพื่อนบ้าน ใช้มีดง้าวทำร้ายไล่ฟันก่อนจุดไฟเผา เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 27 ธ.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลบางบัวทองและเทศบาลพิมลราช เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีไฟไหม้บ้าน ภายในซอยฝั่งเหนือพัฒนา ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จึงรุดเข้าตรวจสอบ         ที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 54 หมู่ 2 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง พบว่าเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ปลูกสร้างอยู่ห่างจากถนนประมาณ 100 เมตร รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ต้องต่อและลากสายน้ำเข้าไปฉีด โดยไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งใช้น้ำฉีดใช้เวลาประมาณ 30 นาที จนเพลิงสงบหลังเพลิงสงบลงพบว่าบ้านนั้นถูกไฟไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง ขณะเดียวกันเหตุการณ์นี้จากการสอบถามทราบว่ามีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุชิงทรัพย์พร้อมกับทำร้ายผู้อยู่อาศัยและขู่จะเผาบ้านก่อนที่จะหลบหนีไป        นายไพบูลย์ รักเดช อายุ 67 ปีเจ้าของบ้านกล่าว่าตนเองมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างปกติจะพักอาศัยอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ส่วนหลังนี้ให้คนงานเฝ้าอยู่ 1 คน ส่วนสาเหตุไฟไหม้ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด ขณะเดียวกันนายอุบล คัมภีร์ อายุ 57 ปี หลังเกิดเหตุได้เดินทางกลับมายังที่บ้านด้วยความตกใจพร้อมกับให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองพักอาศัยอยู่ในบ้าน จากนั้นมีชายคนหนึ่งรูปร่างผอมไม่สวมเสื้อมีลายสักเต็มตัวเดินเข้ามาพร้อมกับสอบถามว่า อยู่กับใคร ตนเองตอบกลับไปว่าอยู่คนเดียว ชายผู้ก่อเหตุยังได้หยิบโทรศัพท์ 2 เครื่องที่วางไว้ติดตัวไป จากนั้นชายคนดังกล่าวเดินวนไปมาภายในบ้านก่อนที่จะไปหยิบ มีดง้าว ที่ตนเองวางไว้ใช้สำหรับถางหญ้า จากนั้นใช้มีดง้าวพยายามทำร้าย ตนเองจึงมีการต่อสู้ โดยการใช้มือจับด้ามมีดง้าวไว้ จนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่แขน         ในขณะนั้นผู้ก่อเหตุยังพูดด้วยว่าถ้าไม่ปล่อย กูฆ่ามึงแน่ ตนเองจึงพูดตอบโต้กลับไปว่าถึงปล่อยผมก็หนีไม่ทันคุณฆ่าผมแน่ แต่ชายผู้ก่อเหตุกับบอกถ้าปล่อยง้าว จะไม่ฆ่าให้วิ่งหนีไป พอได้ยินอย่างนั้นตนเองจึงตั้งสติได้รีบปล่อยง้าว ที่จับไว้และวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต หลังจากวิ่งหนีไปได้ไม่ไกลก็พบเห็นกลุ่มควันโพยพุ่งขึ้นมาก่อนที่จะมีแสงเพลิงลุกไหม้บ้านอย่างรวดเร็ว ซึ่งไฟที่ไหม้บ้านนั้นก่อนที่จะวิ่งหลบหนีออกมาคนร้ายได้พูดแล้วว่าจะทำการเผาบ้านดังกล่าว       ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเพื่อนบ้านรวมถึงญาติของผู้ก่อเหตุได้เดินทางไปยังบ้านของผู้ก่อเหตุที่ห่างกับบ้านที่เกิดเหตุไม่ถึง 100 เมตร ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายชล อายุประมาณ 35 ปี มีอาการคุ้มคลั่งถือมีดง้าวยาวพูดจาโวยวายอยู่ภายในห้องชั้น 2 ของบ้านทางญาติและเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมนานประมาณ 1 ช.ม.แต่ไม่เป็นผลจึงได้ตัดสินใจพังประตูเข้าไปควบคุมตัวนายชลไว้ได้ก่อนที่จะนำตัวไปยัง สภ.บางบัวทอง เพื่อสอบปากคำ    

เปิดห้องนอน “ไอ้แจ๊ค” ถึงกับสะพรึง!!

จากกรณีเหตุสะเทือนขวัญที่เกิดในพื้นที่เขตเทศบาลนครอุดรธานี  หลังมีชายรายหนึ่งเกิดอาการหลอน จนถืออาวุธเข้าปลิดชีพ ผู้หญิงและเด็ก เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 6 ราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ล้อมจับคนร้ายอยู่หน้าร้านขายยารวมชัยเภสัช ถ.ประจักษ์ศิลปาคม ใกล้กับวงเวียนเฉลิมพระเกียรติ จ.อุดรธานี จากการเปิดเผยของนายไพบูลย์ ฝันคอง อายุ 61 ปี ลุงของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่าวันเกิดเหตุผู้ก่อเหตุไปเที่ยวงานประจำปีทุ่งศรีเมือง และนำรถจักรยานยนต์ของนายไพบูลย์ ไปด้วย หลังรู้ข่าวแทบไม่เชื่อว่าหลานจะกล้าทำ เพราะตลอดเวลาที่อยู้ด้วยกันมา 1 ปีช่วยทำงานไม่เชื่อว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนทำ ตอนแรกผู้ก่อเหตุอยู่กรุงเทพณ เพิ่งจะกลับมาอยู่กับตนได้ประมาณ 1 ปีกว่า และมาช่วยทำงานในฟาร์มหมู และทำงานทุกอย่าง ได้แก่ ให้อาหารหมู และทำสวน ซึ่งตนก็ให้ค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 8,000 บาท และเพิ่งจะมาเพิ่มค่าข้าวให้อีก 1,000 บาท   โดยนายไพบูลย์  ยังกล่าวว่า ผู้ก่อเหตุนั้นสติไม่ค่อยดี มีความดีที่ช้ากว่าคนปกติและในช่วงใกล้วันพระ ประมาณ 2-3 วัน จะมีอาการแปลกทุกครั้ง เช่น หงุดหงิดไล่หมู ส่วนใหญ่เวลามีอาการจะอยู่ในบ้าน ทั้งนี้ ตนมองว่าผู้ก่อเหตุอาจจะมีอาการทางประสาทเพราะเมื่อ 7-8 ปีก่อนเคยไปรักษา ปัจจุบันนี้ไม่ได้กินยา บางวันก็ชอบฟังสวดมนต์บทสวดมนต์เจ้าแม่กวนอิม และร้องรำในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง วันพระ นอกจากนี้ผู้ก่อเหตุยังบูชาหนุมานและมีรอยสักเป็นอักขระ ที่แผ่นหลัง โดยผู้เป็นลุงกล่าวทิ้งท้ายว่าไม่รู้จะช่วยหลานยังไงเพราะบัตรผู้ป่วยจิตเวชของผู้ก่อเหตุนั้นยังหาไม่เจอ    

1 2 3