ผบก.น.5 สั่งจำคุก สองผู้จัดการร้าน คริสตัลคลับและเอเมอรัลด์ผับ เป็นเวลา 2 เดือน

วันที่ 11 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ดำเนินคดีกับ นายชวลิต พุทธราช อายุ 30 ปี ผู้จัดการร้านคริสตัลคลับ และนายครรชิต ซื่อบริสุทธิ์ใจ อายุ 29 ปี ผู้จัดการเอเมอรัลด์ผับทองหล่อ ความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.สถานบริการ โดยศาลแขวงพระนครใต้ สั่งจำคุกผู้จัดการร้านเป็นเวลา 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมตั้งคณะกรรมการเพื่อเสนอปิดสถานบันเทิงดังกล่าว นอกเหนือจากสถานที่ตามประกาศของกทม.และประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากเข้าเงื่อนไขข้อกำหนดตามคำสั่งคสช.อาจสั่งปิดถึง 5 ปี เปิดตัว ต้นตอแพร่เชื้อโควิดสู่นักธุรกิจ “ไฮโซทอม” นักท่องราตรีผับทองหล่อ “ชลบุรี” เจอโควิดอีก! โยงคลัสเตอร์ทองหล่อ-ผับฟริ้นสโตน เร่งตรวจเชิงรุก  

ชูวิทย์ แฉแรง! ทีมปาร์ตี้ ไทยคู่ฟ้าคลับ “ก็รัฐมนตรีดันไปดูดปากกับดาวเด่น…”

กลายเป็นวลีฮอตสรุปโควิดรอบนี้แบบสั้นๆ ว่า “ติดคนรวย แต่ซวยคนจน” เมื่อ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กเล่าถึงสถานบันเทิงแถวทองหล่อที่มีบุคคลระดับรัฐมนตรี นักการเมือง ส.ส. นักธุรกิจ นิยมนัดกันมาสังสรรค์จนคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ของการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ครั้งนี้ว่า “โควิดระบาดในผับ” ช่วงนี้โควิดมารอบ 3 เริ่มแพร่กระจายในผับแถวทองหล่อ “คริสตัลคลับ” หรือจะเรียกว่า “ไทยคู่ฟ้าคลับ” เพราะมีทั้งระดับ รัฐมนตรี นักการเมือง ส.ส.ฝั่งรัฐบาล ทีมงาน ไปซ่องสุมจับก๊วนกับนักธุรกิจใหญ่ในห้อง VVIP ที่ลี้ลับหลบสายตา คุยโครงการพันล้านหมื่นล้านอวดเด็ก ต่อไปหากกลับมาเปิดอีก คงมีรอบ 4 รอบ 5 ขอบอกสำหรับคนไม่รู้ว่า พัฒนาการผับ บาร์ เลาจน์ บ่อน มันเอามารวมกันเป็น One Stop Service แล้ว เฟื่องฟูทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองต่างจังหวัด เพราะ 1.ใบอนุญาตไม่ต้องมี แต่เคลียร์เป็นถึงเปิดได้ ทั้งเต้น ทั้งโชว์ ทั้งดื่ม ทั้งดม ทั้งเล่น มีทั้งโซนผับ โซนห้องวีไอพี โซนคาราโอเกะลามไปจนถึงร้านอาหารญี่ปุ่น เปิดทั้งสองฝั่งเด็กเดินข้ามไปมากันครื้นเครง ต้องที่คริสตัลคลับเท่านั้น ส่วนอีกที่กระซิบค่อยๆ แถวรัชดา 2.แขกไปคืนหนึ่งหลายร้อยคน ศุกร์-เสาร์ร่วมพันคน ตั้งแต่วัยรุ่น วัยกลางคน ไปยันวัยดึกที่ยังคึกอยู่ หากเข้าห้องสูท เช็คบิลมามีไม่ต่ำกว่าแสน 3.ขยายกิจการใหญ่โต อีกสาขาชื่อ “เอ็มเมอรัล” แถวทองหล่อเหมือนกัน คนใหญ่คนโตไปคลายเครียดคุยกันเรื่องสัมปทาน ทั้งทหาร ตำรวจ หุ้นส่วนล้วนเส้นใหญ่มั๊กมากก เรื่องทำมาหากินไม่ได้ว่าอะไร แต่การควบคุมไม่มี โชว์แค่เครื่องวัดอุณหภูมิ พอเหยียบเข้าไปไม่มี Social Distancing เว้นระยะห่าง เพราะมัวแต่นัวเนียกับเด็ก หน้ากากอนามัยไม่มีใครใส่ เดี๋ยวดูหน้ากันไม่ชัด อย่างนี้ไม่ใช่แค่การ์ดตก แต่การ์ดร่วงเพราะถูกเงินสอย แออัดยัดทะนานกันเข้าไป แล้วพอเชื้อโควิดมาติด แพร่กระจายทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้านที่ประกอบกิจการอื่นๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วย อย่างร้านอาหารต้องพลอยมาปิด 3 ทุ่ม แถมไม่ให้ขายแอลกอฮอล์ แทนที่ช่วงสงกรานต์จะพอทำกินได้บ้าง ก็ต้องปิดไป แม้จะฝืนเปิด ก็เหมือนปิด เพราะไม่มีลูกค้า ที่ผ่านมาเห็นอยู่แล้วว่าโควิดแพร่มาจากสถานบันเทิงหลายครั้งหลายครา ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ตอนนี้ปิดเดี๋ยวก็เปิดใหม่ แล้วก็ติดอีก นี่ปาไป รอบสามแล้ว ส่วนวัคซีนก็มาช้า มาน้อย โรงพยาบาลเอกชนก็สั่งเองไม่ได้ ต้องสั่งผ่านรัฐบาล แล้วยังจำกัดยี่ห้อโน้นยี่ห้อนี้เสียอีก เรื่องมากเหลือหลาย ต่อไปวิธีการง่ายๆ ที่ได้ผล คือ จำกัดคนเข้าไปในแต่ละผับคลับบาร์ ตามพื้นที่ตารางเมตร ว่าพื้นที่ขนาดนี้เข้าได้กี่คน และให้เข้าแถวเรียงเข้านับคน หากเกินกว่าที่ระบุ ก็ให้รอจนกว่าจะมีคนออก ค่อยเข้าได้ เหมือนต่างประเทศ จริงๆ มาตรการมีอยู่ แต่ไม่มีใครปฏิบัติ เพราะหากเงยหน้าดูหุ้นส่วนแต่ละคนก็หนาวไส้แล้ว ตอนนี้หากจะให้ดี นั่งกินเหล้าที่บ้านฉลองสงกรานต์เอาก็แล้วกัน แล้วให้เมียเต้นโคโยตี้ให้ดูแทน เงินทองไม่รั่วไหล โควิดไม่ติดไปถึงลูกหลาน   ทั้งนี้ ยังได้มีการแนบคลิปวีดิโอบรรยากาศภายในสถานบันเทิงที่มีการแสดงบนเวทีแต่มีคนยืนดูโดยที่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย รวมถึง นายชูวิทย์ ยังได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมใต้โพสต์นั้นอีกด้วยว่า   “ก็รัฐมนตรีดันไปดูดปากกับดาวเด่น แล้วเว้นวรรคไทม์ไลน์บางวัน อย่างงี้มันจะไม่ติดได้ยังไง อาซ้อที่บ้านไม่เอาขันบิ๊กป้อมฟาดหัวก็บุญแล้วล่ะครับ” “ติดคนรวย แต่ซวยคนจน”  

ผู้ว่าฯ รับ สระเเก้วติดโควิด-19 กว่า 20 ราย ล่าสุดเกี่ยวโยงสถานบันเทิง กทม.

วันนี้ 6 เมษายน เมื่อเวลา 13.00 น. นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว แถลงรายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 7 และราย 8 รวม 2 ราย ใจจังหวัดสระเเก้ว เเละรวมทั้งหมดเเล้ว มีกว่า 20 ราย นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ป่วยรายที่ 7 เป็นชายไทย อายุ 44 ปี อาชีพผู้จัดการร้านโบว์ลิ่งผับ เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 6 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อมีความเชื่อมโยงกับสถานบันเทิงใน กทม. กรณีคริสตัลคลับ ทองหล่อ กรุงเทพฯ ส่วนรายที่ 8 เป็นหญิงไทย อายุ 35 ปี ภรรยาของผู้ป่วยรายที่ 7 อาชีพแม่บ้าน ทั้งคู่พักอาศัยอยู่ที่บ้านในเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว ต.สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว โดยช่วงชาววันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้ป่วยรายที่ 7 พาบิดาไปหาหมอที่โรงพยาบาลโรคทรวงอก กรุงเทพมหานคร และกลับมาที่ จ.สระแก้ว จากนั้นเวลา 22.00 น. ไปนั่งกินที่ร้านฅนหัวมุม ถนนเทศบาล 20 ร่วมกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 6 มีเพื่อนร่วมโต๊ะ 5-6 คน และช่วงเที่ยงคืนย้ายไปกินต่อที่ร้านข้าวต้มเป๋เคราทอง หน้าไปรษณีย์สระแก้ว ส่วนผู้ป่วยรายที่ 8 ซึ่งเป็นภรรยา อยู่บ้านกับลูกชาย 2 คน ไม่ได้ออกไปไหน นายเกียรติศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากได้รับรายงานกรณีผู้ป่วยโควิดในสระแก้วนับ 10 ราย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กยอมรับว่าติดโควิด จนมีการแชร์ในโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก ทีมสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว ทีมสอบสวนโรคอำเภอเมืองสระแก้วและโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ได้ลงไปสอบสวนโรค เพื่อค้นหาผู้สัมผัสกลุ่มเสี่ยงเบื้องต้นจำนวน 123 คน โดยจำแนกเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 23 ราย ได้แก่ ผู้สัมผัสร่วมบ้าน ลูกชาย, บิดา, มารดา ของผู้ป่วยรายที่ 7, ผู้บริหาร พนักงานร้านโบว์ลิ่งผับ และเพื่อนร่วมกินข้าว รวม 23 คน ซึ่งทั้งหมดได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจไปแล้วเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 64 ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 100 คน ทีมสอบสวนโรคได้ให้คำแนะนำและให้คุมไว้ ทั้งนี้ นายเกียรติศักดิ์ ยอมรับว่าตอนนี้มีผู้ป่วยติดโควิด-19 จริง กว่า 20 ราย อยู่ระหว่างการซักประวัติเพื่อทำไทม์ไลน์ โดยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว ซึ่งทั้งหมดไม่แสดงอาการ พร้อมกันนั้นได้สั่งการเตรียมความพร้อมเรื่องโรงพยาบาลสนามที่ศูนย์แพทย์แผนไทยไว้รองรับ เผื่อสถานการณ์อาจจะบานปลายขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงหรือสงสัยเข้ารับการตรวจโควิดได้ตามโรงพยาบาลทุกอำเภอ สำหรับผู้ที่เดินทางไปในสถานที่และวันเวลาดังกล่าว หรือไม่แน่ใจว่าตนเองเสี่ยงต่อการรับเชื้อหรือไม่ ให้เดินทางไปรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทันทีได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งในจังหวัดสระแก้ว โดยขอให้โทรสายด่วนของแต่ละโรงพยาบาลก่อนล่วงหน้า ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว โทร. 081-982-4747, โรงพยาบาลคลองหาด โทร. 086-836-3826, โรงพยาบาลตาพระยา โทร. 096-915-1922, โรงพยาบาลวังน้ำเย็น โทร. 082-970-3122, โรงพยาบาลวัฒนานคร โทร. 084-362-9988, โรงพยาบาลอรัญประเทศ โทร. 066-114-2876, โรงพยาบาลเขาฉกรรจ์ โทร. 092-279-9878, โรงพยาบาลโคกสูง โทร. 098-958-9463 และโรงพยาบาลวังสมบูรณ์ โทร. 080-633-5490