ผัวสุดชั่ว จะพาเมียน้อยเข้าบ้าน แต่เมียหลวงไม่ยอม ถึงขั้นหย่าแล้วมาพังบ้านเมียหลวงอีก

กลายเป็นคลิปที่โลกออนไลน์แชร์ส่งต่อกับเรื่องราวของผู้ใช้งาน tiktok บัญชี hihi9_9 ที่เธอออกมาเผยแพร่เรื่องราวชีวิตคู่ของพี่สาว หลังต้องพังเพราะมือที่ 3 แต่นั้นยังไม่เจ็บปวดใจเท่าก่อนหน้าสามีมาขอพี่สาวเธอพาเมียน้อยเข้ามาอยู่ในบ้านจัดห้องนอนให้เสร็จ โดยไม่แคร์ความรู้สึกเมียหลวงจนต้องหย่าจากสามี ซึ่งสามีโมโหมากหลังจากหย่ากลับมาบ้านพังข้าวของเสียหาย จนน้องสาวทนไม่ไหวต้องถ่ายคลิปลง tiktok เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้พี่สาวเธอ โดยเธอได้เล่าเรื่องของพี่สาวเอาไว้ว่า…”ผลงานของพ่อที่บอกว่ารักลูกรักเมียแต่กลับมาทำลายบ้านของลูกของเมีย เพื่อที่จะเอาเมียน้อยเข้ามาอยู่ให้ได้ สุดยอดจริงๆ#เมียน้อยอายุ27มีลูกติด3คน ” “15 ปี แพ้ 3เดือน ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้เลยสงสารพี่สาว หลง…จนเสียสติ#ทิ้งได้ไหมกระทั่งลูกเมีย #เป็นกำลังใจให้เสมอ” ด้านชาวเน็ตที่เข้ามาเห็นต่างส่งกำลังใจให้พี่สาวเธอกันอย่างล้นหลาม พร้อมแนะนำให้แจ้งความคดีทำทรัพย์ที่พังบ้านด้วย ซึ่งเธอก็ได้มาตอบกลับว่าตอนนี้ได้แจ้งความเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวตลอดในตอนนี้ ทีมเมียหลวง ขึ้นศาลฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเมียน้อย 3 แสนบาท  

สุดสงสาร “ลูกสาว” หลังพ่อหนีไปแต่งงาน กับคนอื่น!!!

ชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจ ภรรยาหลวงใจเด็ด บุกโชว์ ทะเบียนสมรส กลางงานแต่งสามีตัวเอง กับผู้หญิงอื่น นับว่าเป็นเหตุการณ์ทำร้ายหัวใจลูกผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้วอย่างสุดๆ และคงไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องเช่นนี้กับตัวเอง!!   และมีหลายคอมเม้น ที่บอกว่า สงสารภรรยาหลวงและ ลูกสาวมาก  

ลั่นคำขอโทษ วอนให้โอกาส หลังแอบเล่นชู้หักหลังครอบครัว!!

สหพันธ์ว่ายน้ำญี่ปุ่น ได้มีคำสั่งลงโทษแบน ไดยะ เซโตะ  นักว่ายน้ำทีมชาติญี่ปุ่น ห้ามลงแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ที่ทางสหพันธ์รับรองทุกรายการภายในปี 2020 ฐานก่อเรื่องฉาวด้วยการแอบพาหญิงสาวรายหนึ่งเข้าโรงแรมก่อนมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว อย่างไรก็ตามทางสหพันธ์ได้ตัดสินใจที่จะไม่เพิกถอนสิทธิ์ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2021 ที่กรุงโตเกียว ของ นักว่ายน้ำวัย 26 ปี ที่ถูกเลื่อนออกไปทำการแข่งขันในช่วงกลางปีหน้าแทน โดยเรื่องดังกล่าวถูกตีพิมพ์เป็นข่าวใหญ่ในนิตยสารซุบซิบแเดนปลาดิบหลังเมื่อเดือนกันยายนที่่ผ่านมาว่า ฉลามหนุ่มวัย 26 ปี ได้แอบพาหญิงสาวรายหนึ่งเข้าโรงแรม ก่อนที่จะไปรับลูกสาวจากสถานรับเลี้ยงเด็กในภายหลัง ซึ่งเรื่องดังกล่าวทำให้สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยในเวลาต่อมาเจ้าตัวรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเองก่อนรับผิดชอบด้วยการขอลาออกจากตำแหน่งกัปตันทีมว่ายน้ำโอลิมปิกของญี่ปุ่น พร้อมทั้งออกแถลงการขอโทษเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา “ผมจะขอโทษอย่างไร? ผมครุ่นคิดและถามตัวเองอยู่นานว่าจะผมสามารถทำมันได้หรือไม่” “แต่ผมคิดว่าการออกมาขอโทษคือหนทางเดียวที่จะทำให้ผมยังอยู่ในวงการว่ายน้ำ ผมอยากเรียกคืนความไว้วางใจจากครอบครัวของผม ผมทำให้ทุกคนต้องเจ็บปวดกับพฤติกรรมที่ขาดความรับผิดชอบของฉัน” “ผมจริงจัง และมุ่งมั่นกับการว่ายน้ำมากๆ ผมอยากจะเริ่มต้นใหม่เพื่อให้ครอบครัวของผม และทุกคนจดจำผมในฐานะนักกีฬาว่ายน้ำอีกครั้ง ผมต้องขอโทษจริงๆ กับการกระทำที่ผ่านมา” สำหรับ ไดยะ เซโตะ แต่งงานกับ ยูกะ มาบุชิ ภรรยาสาวนักกระโดดน้ำทีมชาติ เมื่อปี 2560 ก่อนมีลูกด้วยกันแล้ว 2 คน ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นคนดังในวงการกีฬาแดนปลาดิบ โดยเคยก้าวถึงตำแหน่งแชมป์โลกรายการเดี่ยวผสม 400 เมตรชาย เมื่อปี 2013 และ 2015 มาแล้ว ทำให้พฤติกรรมดังกล่าวโดนกระแสสังคมถามหาถึงเรื่องจริยธรรม      

โลกโซเชียล แฉสัมพันธ์ครูสาวที่มีแฟนอยู่แล้ว แต่มาคบซ้อนกับเด็กหนุ่ม ม.5

ชาวเน็ตมีการแชร์ต่อและวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของครูสาวรายหนึ่งกับลูกศิษย์หนุ่มม.ปลาย โดยเพจเฟซบุ๊กดังเพจหนึ่ง มีการระบุว่า ครูมีแฟนที่คบกันมา 3 ปี แต่มาคบซ้อนกับเด็กหนุ่มม.5 ที่โรงเรียนที่ตนเองสอนอยู่ เพจดังกล่าว ยังได้นำภาพแช็ตพูดคุยกันระหว่างครูและลูกศิษย์หนุ่มมาเผยแพร่ ซึ่งมีข้อความพูดคุยหยอกล้อกันเหมือนคู่หนุ่มสาวทั่วไป  นอกจากนี้ยังมีการระบุอีกว่า แฟนหนุ่มของครูสาวจับได้และออกมาร้องเรียนและแฉข้อมูล ทั้งนี้พบว่าฝ่ายของหนุ่มม.ปลาย ที่ถูกระบุ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เรื่องของผมกับครูจบไป 1-2ปีแล้ว ผมก็ไม่เข้าใจแฟนเค้าที่ทำแบบนี้เพื่ออะไร ทันทีที่ผมรู้ว่าเค้ามีแฟน ผมก็เดินออกมาและเลิกยุ่งเกี่ยวติดต่อกับครู แต่เป็นเค้าเองที่ไม่จบ ส่งข้อมูลทุกอย่างไปที่ฝ่ายปกครอง ทำให้ครูมีปัญหา และตลอดเวลาปีกว่าที่ผมเลิกติดต่อครู แฟนครูเองที่ปลอมเฟซมาติดต่อพ่อแม่ผม พยายามจะขอนัดเจอ ผมรู้สึกกลัวมาก เหมือนโดนคุกคาม จนตอนนี้ยังเอาเรื่องไปเล่าให้เพจ Honeycris ฟังอีก ผมผิดผมรู้ตัวและแก้ไขแล้ว ครูผิดเค้าได้รับการลงโทษแล้ว แต่ที่เค้าเอาเรื่องเก่า เรื่องที่จบไปแล้ว2ปี ขุดมาแชร์อีก ผมไม่ต้องเดินหนีมีชีวิตปกติเลยใช่มั้ย

สาวโร่แจ้งความ มีคนลักลูกวัย 2 เดือนจากอ้อมอก ระดมหากันจ้าละหวั่น สุดท้ายเจอชายหนุ่มอุ้มเด็ก สุดพีครู้ความจริงสะเทือนใจกว่าที่คิด

วันที่ 19 ต.ค. 61 ที่หมู่บ้านดุสิตบัญชา ม.5 ต.ขุนกระทิง จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีคนลักพาเด็กหนีออกจากบ้าน ทำให้ต้องค้นหากันจ้าละหวั่น แต่พอพบก็กลายเป็นเรื่องโอละพ่อ เมื่อคนที่ถูกแจ้งลักพาเด็กกลับเป็นพ่อแท้ๆ ที่อุ้มลูกหนีออกจากบ้านเพราะทนพฤติกรรมภรรยาที่ดอดเอาชู้มานอนในห้องไม่ไหว  โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการเปิดเผยจาก ร.ต.ต.ชูชีพ กรดกางกั้น รอง สว.(ป.)สภ.เมืองชุมพร ในตำแหน่งหัวหน้าป้อมสายตรวจตำบลขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร ว่า เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 19 ต.ค. 61 ได้รับแจ้งเหตุมีชายอายุประมาณ 22-26 ปี สูงประมาณ 160 ซม.รูปร่างผอมได้ก่อเหตุลักพาเด็กวัย 2 เดือน จากอ้อมอกมารดาไป คาดผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปทางใต้ จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์บุคคลต้องสงสัยตามแจ้ง ในเวลาต่อมาพบบุคคลต้องสงสัยคนดังกล่าว ทราบชื่อภายหลังคือนายปกาศิต ปิดพยันต์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.9 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งจากชายที่ถูกแจ้งลักพาเด็ก กลับกลายเป็นพ่อของเด็ก กำลังเดินเท้ามาบนถนนสายเอเชีย 41 กม.2 ม. 8 ต.ขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร สภาพเดินถอดเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีกากี มือทั้งสองข้างอุ้มเด็กอายุ 2 เดือนเศษอย่างทะนุถนอม โดยมีเสื้อยืดสีแดงของตนเองมาห่อปิดบังแดด จึงได้นำตัวมาที่ป้อมสายตรวจ จากการสอบสวนนายปกาศิต เบื้องต้นทราบว่า สาเหตุที่ตนเองได้อุ้มลูกหนีออกจากบ้านภรรยา เป็นเพราะว่า เมื่อวานนางสาวบังอร เสาศิริ อายุ 28 ปี ผู้เป็นภรรยาได้ทิ้งลูกไว้ให้นายปกาศิต เลี้ยงเพียงลำพัง ส่วนนางสาวบังอร บอกว่าไปธุระ แต่นายปกาศิต รู้ระแคะระคายมาว่า ภรรยาไปติดพันชายคนหนึ่งที่รู้จักกันดี และทำงานอยู่ร้านค้าวัสดุแห่งหนึ่งใกล้ๆ กับบ้าน นายปกาศิต ก็ได้ขับรถไปที่บ้านชายคนดังกล่าวก็พบตามที่คาดไว้ นายปกาศิต จึงได้พาตัวกลับมาบ้านแล้วเกิดทะเลาะกันแต่ไม่รุนแรงมาก จนเมื่อเช้าที่ผ่านมา หลังนายปกาศิต ตื่นขึ้นตอนตี 5 ก็พบว่าตนนอนอยู่กับลูกเพียงลำพัง ส่วนภรรยาหายไป รอจนสว่างจึงโทรศัพท์ให้กลับมา ซึ่งภรรยาก็ได้กลับมา และมาถึงจุดแตกหัก ก่อนเกิดเหตุตอนที่นายปกาศิต ได้พายายไปหาหมอที่โรงพยาบาลชุมพร ซึ่งวันนี้หมอได้ตรวจเสร็จเร็วและกลับมาเร็ว แต่พอมาถึงบ้านเปิดห้อง ก็พบชายชู้นอนถอดเสื้ออยู่บนที่นอน ส่วนภรรยาถอดเสื้อนั่งให้นมลูกอยู่ข้างๆ นายปกาศิต โกรธมาก จึงได้คว้าลูกชาย วัย 2 เดือน อุ้มหนีออกมาจากบ้าน โดยไม่เอาภรรยาคนนี้แล้วและตั้งใจจะพากลับบ้านเพื่อให้แม่ช่วยเลี้ยงดูไปก่อน แต่ระหว่างที่นำตัวลูกชายออกมา ทางเมียก็ได้แจ้งว่ามีคนลักพาลูกชายไป จึงกลายเป็นเหตุโอละพ่อ ทั้งนี้ขณะที่เจ้าหน้าที่สอบถาม นายปกาศิต ไม่ยอมวางลูกชายวัยทารก แม้กระทั่งนางสาวบังอร ภรรยา ซึ่งตามมาภายหลัง ก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ต้องพาตัวนายปกาศิต และ นางสาวบังอร พร้อมลูกชาย ไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินการไกล่เกลี่ยปัญหาต่อไป