ไม่รอด! ทอมร่างยักษ์ ขโมยสลากจากผู้พิการทางสายตา โดนตำรวจตามจับได้แล้ว

จากกรณี นายเทวา ปะนาเส อายุ 40 ปี คนขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นผู้พิการทางสายตา เข้าติดตามความคืบหน้าหลังแจ้งความกรณีถูกสาวทอมขโมยลอตเตอรี่ 450 ใบ มูลค่า 45,000 บาท เหตุเกิดที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สุทธิสาร เมื่อวันที่ 25 พ.ย. รวมถึงบริเวณพื้นที่แบกบางนาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 6 พ.ค. 2564 พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.ท.พชรชัย ปาณะดิษ พ.ต.ท.กิจฐิพงศ์ ชูเมือง, พ.ต.ท.ทองเปลว หาญไพบูลย์ รอง ผกก.สส.บก.น.5 สั่งการให้ พ.ต.ต.บุรินทร์ กะปิตถา สว.ชป.1 พ.ต.ต.วิสูตร เต็งเฉี้ยง สว.ชป.4 ร.ต.อ.สุทธิพงษ์ แป้นจันทร์ รองสว.สส.บก.น.5 นำกำลังชุดสืบสวนบก.น.5 จับกุม น.ส.สุมาลี (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี พร้อมของเสื้อยืดคลุมสีดำ กางเกงสามส่วนสีครีม รองเท้าเทวินทร์ ที่สวมใส่วันเกิดเหตุ ตามหมายจับ ศาลแขวงพระนครเหนือที่ จ.264/2564 ลงวันที่ 29 เม.ย. 2564 ได้ที่อพาร์ทเม้น ในพื้นที่ ม. 9 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนบก.น.5 สืบสวนและรับแจ้งจากสายลับว่า น.ส.สุมาลี พักอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ แห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 9 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงไปตรวจสอบตามที่สายลับแจ้ง ที่บริเวณหน้าอพาร์ทเม้นท์ ดังกล่าวพบน.ส.สุมาลี จึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากการสอบสวนเจ้าตัวรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับดำเนินคดีตามหมายจับดังกล่าวมาก่อน สาเหตุที่ทำต้องการเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเอาหวยมาลุ้นรางวัลเท่านั้น ไม่ได้ทำงานเป็นหลักแหล่ง แต่มีลูกชายทำงานเป็นช่างเลี้ยงดูตนเองหลังเลิกกับแฟนไปนานแล้ว ส่วนจุดที่ทำแค่ที่แยกบางนา กับ รถไฟฟ้าใต้ดินห้วยขวาง เท่านั้น ที่อื่นตนไม่ทราบ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าเคยก่อเหตุทั้งหมดในพื้นที่สน.สุทธิสาร วันที่ 25-27 พ.ค.2563 บริเวณเอ็มอาร์ที ห้วยขวาง สน.พญาไท วันที่ 10 ธ.ค.2563 บริเวณอนุสาวรีย์ชัย สน.ลุมพินี วันที่ 14 ธ.ค.2563 บริเวณแยกอโศก และพื้นที่สน.บางนา วันที่ 26 เม.ย.2564 บริเวณแยกบางนา รวมแล้วได้สลากกินแบ่งรัฐบาลไปประมาณ 400- 500 ใบ โดยทำที่พื้นที่สน.สุทธิสาร ที่เดียว 100 ใบ ก่อนนำไปขายตัดราคาใบละ 60-70 บาท เบื้องต้นควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมแจ้งสน.ที่เกี่ยวข้องมาอายัดตัวต่อไป สุดสงสาร!!! ลุงตาบอดร่ำไห้ น้อยใจพิการอยู่แล้ว ยังถูกโจรแสบขโมยหวย-เงินไปอีก จับได้แล้ว !! สาวผู้ใช้เงินปลอมหลอกซื้อลอตเตอรี่คนพิการ ทำมาแล้ว 7 ครั้ง เน้นเหยื่อ ‘ผู้สูงอายุ-พิการ’

น่ากังวล! สะท้อนภาพการใช้ชีวิตประจำวันของคนตาบอดช่วงโควิด

มื่อวันที่ 27 เม.ย. 2564 เจ้าของเฟสบุ๊คชื่อ Wipa Pinkaew ได้ระบุข้อความว่า “คนตาบอดในภาพ​ไม่ใช่คนที่ติดเชื้อโควิดนะคะ​ แต่เป็นเคสในสกู๊ปข่าว​ เพื่อสะท้อนให้คนดูเห็นภาพการใช้ชีวิตประจำวันของคนตาบอดค่ะ​ ข่าวที่เกี่ยวข้อง เจ้าของบ้านป่วยโควิด ห่วงน้องหมาในบ้าน ฝาก จนท. ให้ข้าวน้องหมาทุกวัน อยุธยาฯ พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 14 ราย มาจากคนในครอบครัว-เพื่อนร่วมงาน คนตาบอด เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะติดเชื้อโควิด-19 จากการสัมผัสวัตถุต่างๆในการดำรงชีวิต การจับข้อศอกของผู้นำทางตามสถานที่ต่างๆ การเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีกลุ่มคนจำนวนมาก รวมทั้งหากติดเชื้อโควิดแล้ว การเข้าไปอยู่ในระบบการรักษา เช่น โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม ฮอสพิเทล เป็นไปได้ยาก มีอุปสรรคหลายอย่าง ซึ่งขณะนี้มีคนตาบอดติดโควิดแล้ว 1 คน นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย บอกว่า ผู้ติดเชื้อคนนี้ ติดเชื้อจากการขายสลาก เพราะพบเจอคนจำนวนมาก โดยผู้ติดเชื้อคนนี้ไม่แสดงอาการ แพทย์จึงให้กักตัวที่บ้าน และจะคอยโทรสอบถามอาการทุกวัน แต่การกักตัวที่บ้าน นายกสมาคมคนตาบอดฯ มองว่า หากคนตาบอดที่ติดเชื้ออยู่บ้านก็จะมีความเสี่ยงแพร่เชื้อให้คนอื่น หรือ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ก็อาจจะแจ้งผู้เกี่ยวข้องได้ล่าช้า จึงเสนอให้ภาครัฐจัดหาพื้นที่รักษาให้สำหรับคนพิการโดยเฉพาะ รวมไปถึงการจัดหาวัคซีนให้กับกลุ่มคนตาบอด และคนพิการประเภทอื่นๆเป็นอันดับต้นๆรองจากกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์” โดยหลังจากที่โพสท์นี้ลงโซเชี่ยล ก็มี ชาวเน็ต มาคอมเม้นต์เห็นด้วยกันเป็นจำนวนมาก

คลิปลุงแปลงร่าง จากคนขับรถฟอร์จูนเนอร์ กลายเป็นขอทานตาบอดไปซะงั้น

สมาชิกเฟซบุ๊ก “Chaluta Joy” ได้โพสต์คลิปแอบถ่าย ขณะไปเจอขอทานคนหนึ่งที่ทำเอาถึงกับตะลึง เพราะเพิ่งลงจากรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ก่อนขนอุปกรณ์เดินไปขอทาน พร้อมระบุข้อความว่า “ลุงทำอะไรคะ เข็ดกับการให้ทานคน #ตลาดบ้านบัวทองก็ไปนะลุง #ปิดเสียงก่อนเปิดนะจ๊ะ ขอโทษนะลุง ทนเห็นต่อไปไม่ได้” คลิปจาก : ข่าวร้อนตอนนี้ โดยในคลิปลุงคนหนึ่งขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีดำมาจอด จากนั้นก็เดินลงมาจากรถ ด้วยสภาพเสื้อผ้าที่ทรุดโทรม ก่อนเปิดประตูหยิบอุปรณ์ทั้งไม้นำทางสำหรับคนตาบอด ตู้ลำโพง แล้วเดินเข้าไปในวัด รวมทั้งไปยังตลาดและแหล่งชุมชนด้วย หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทั้งยังบอกว่า ลุงไม่ได้ไปปล้นใครก็ไม่เห็นเป็นไร บางคนก็บอกว่าลุงอาจจะเป็นสายลับมาทำงานสืบราชการลับอยู่ก็ได้ ทำให้สาวต้นโพสต์ได้ลบคลิปออกไป นอกจากนี้ยังมีคนไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว เพราะเป็นการหลอกชาวบ้านที่สงสารและให้เงินกับขอทาน ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พบกับนายอนุศักดิ์ พัววรานุเคราะห์ อายุ 60 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและกรรมการวัดแห่งนี้ กล่าวว่า เพิ่งทราบข่าวเมื่อคืนนี้ เกี่ยวกับเรื่องที่มีคนขับรถเก๋งมาปลอมตัวแต่งกายเป็นคนตาบอดเจ้าไปขอทานในวัด ตนจึงเดินทางมาตรวจสอบในฐานะคณะกรรมการประจำวัด ซึ่งขอยืนยันว่า ไม่เคยพบเห็นชายสูงอายุที่ปรากฏในคลิปมาก่อน หากพบตนก็จะเข้าไปถามว่า เขามีเจตนาอะไร ทำไมต้องทำเช่นนี้ เป็นการหลอกลวงใช่หรือไม่ และถ้าพบว่าเป็นเจตนาที่ไม่ดี ตนจะไม่อนุญาตให้เข้ามาวัดอีก และหากไม่เชื่อฟังกันก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มานำตัวไปสอบสวนหาความจริง ทางด้าน พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง ผกก.สภ.บางใหญ่ กล่าวว่าจากการตรวจสอบคลิปที่ปรากฏดังกล่าวแล้ว จะได้เร่งติดตามตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินการสอบสวนต่อไป เพราะไม่ใช่สายลับในท้องที่แน่นอน หากพบว่ามีเจตนาไม่ดี และเข้าข่ายการกระทำผิดตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร หากฝ่าฝืนมาตรา 16 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ก็จะถูกดำเนินคดีทันที

ชีวิตน่ารันทด หนุ่มตาบอด ไร้คนเหลียวแล หาความช่วยเหลือก็ไม่ได้ โชคยังดีเจอคนใจบุญผ่านมา

สมาชิกเฟซบุ๊ก “Nink Doxxahouse” ได้โพสต์เล่าเรื่องราวหลังไปเจอหนุ่มพิการสายตายืนเก้ๆ กังๆ อยู่ริมถนน โดยระบุว่า ไปเจอหนุ่มตาบอดครั้งแรกเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เห็นยืนเก้ๆ กังๆ ริมถนนอยู่นาน จึงถามว่ายืนรออะไร ก็ได้รับคำตอบว่า ยืนรอรถสองแถวจะไปท่ารถเมล์แต่ไม่มีใครจอดรับ ผู้โพสต์จึงช่วยโบกรถให้ กระทั่งเห็นหนุ่มคนเดิมยืนบนฟุตปาธ ห่างจากจุดเดิมประมาณ 1 กิโลเมตร ที่สำคัญเห็นตอนสะดุดกองหินล้มคว่ำลงข้างถนนพอดี เจ้าตังจึงช่วยพาไปส่งที่ท่ารถ ก่อนจะพูดคุยกันจนทราบว่า วันนี้ต้องเดินไกลเพราะไม่มีใครโบกรถให้ โดยจะนั่งรถเมล์จากไทรน้อยไปต่อรถไฟฟ้าจะไปหาญาติที่บางรัก เพื่อไปขอยืมชุดลำโพงกับไมโครโฟน เอาไปร้องเพลงริมถนนแถวนั้น พอร้องเสร็จก็เอาไปคืนแล้วกลับบ้าน บางวันไม่มีเครื่องเสียงก็ร้องปากเปล่าแลกเงิน มีรายได้วันละ 100-200 บาท อาศัยเงินนี้เลี้ยงชีพไปวันๆ จากนั้นผู้โพสต์ก็ได้ยัดเงินใส่กระเป๋ากางเกงไปให้จำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นค่าข้าวกับค่าเดินทาง นอกจากนี้ยังระบุว่าเสื้อผ้าที่เปื้อนไม่ใช่เพราะสกปรก แต่เกิดจากการสะดุดล้มนั่นเอง และยังบอกอีกว่า ถ้าครั้งหน้ามีโอกาสได้เจออีกก็จะขอช่วยให้ได้มากกว่านี้