คดีพลิกอีกรอบ ! ดราม่าบุฟเฟ่ต์ คูปอง 8 ใบ แทนสินน้ำใจที่ลบเมนต์

ล่าสุด งานนี้เรื่องนี้ส่อพลิกอีกรอบ เมื่อแอดมินน้ำหวาน หนึ่งในคนที่เป็นแอดมินกลุ่มคนรักบุฟเฟ่ต์ ได้ออกมาชี้แจงถึงที่มาที่ไปถึงคูปอง 8 ใบที่ทางแอดมินได้มา เพื่อแสดงเจตนาว่า ทางแอดมินไม่ได้ไปร้องขอ แต่ทางร้านให้มาเอง ทว่า นั่นกลับยิ่งเป็นการฝังกลบแอดมินกลุ่มนี้เข้าไปอีก เพราะคนมองว่า ทางแอดมินรับสินบนจากร้าน ไล่ลบคอมเมนต์ที่ไม่ดีที่ร้านร้องขอมา ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ชื่อดังออกมาชี้แจงดราม่ากับนักรีวิวแล้ว สรุปดราม่ากลางดึก แอดมินขอกินบุฟเฟ่ต์ฟรี ขู่ไม่งั้นจะแบนจากกลุ่มดัง ก่อนหน้านี้ ทางร้านบุฟเฟ่ต์ Wisdom ได้ออกมาชี้แจงว่า ร้านต้องการพื้นที่โฆษณา และให้คุณค่ากับสมาชิกในกลุ่มคนรักบุฟเฟ่ต์ ที่เป็นลูกค้าและคนรักการทานบุฟเฟ่ต์จริง ๆ การที่หนึ่งในแอดมินกลุ่มมาขู่ว่า จะแบนร้าน-ห้ามเอ่ยชื่อร้านในกลุ่ม เป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ ทางร้านได้ส่งคูปองให้กับทางแอดมินกลุ่มจริงทั้งหมด 8 ใบ เป็นร้านอื่นในเครือ 4 ใบ และร้านของ Wisdom 4 ใบ ซึ่งเป็นมูลค่าที่ใช้ทานแพ็กเกจตัวบนสุดของร้าน เพื่อ “แสดงความขอบคุณ” ที่แอดมินสร้างกลุ่มนี้ขึ้นมา ทำให้ทางร้านได้รู้ถึงความคิดเห็นของคนที่มาทานจริง ๆ ทั้งในแง่บวกและลบ เพื่อนำไปปรับปรุงร้านต่อไป ต่อมา ทางแอดมินน้ำหวาน หนึ่งในแอดมินกลุ่มคนรักบุฟเฟ่ต์ ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมถึงที่มาคูปอง 8 ใบ ที่ได้รับ ย้อนกลับไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 – มิถุนายน 2564 ที่บ่อยครั้ง ทางร้านจะติดต่อมาให้ทางแอดมินเพจ เพื่อ “ไล่ลบ-ไล่ปิดคอมเมนต์” รีวิวบางอย่างที่ไม่ดีของทางร้านออกไป เช่น – ลูกค้าเจอหนอนในอาหาร (ลบโพสต์ ทางร้านแจงว่าคุยกับลูกค้าแล้ว แก้ไขปัญหาแล้ว) – ปลามีก้าง (ไม่ลบโพสต์ แต่ปิดคอมเมนต์ ร้านอ้างว่าให้เชฟตรวจสอบแล้ว และให้ส่วนลดกับลูกค้า และเข้มงวดกับการนำก้างปลาออก) – ลูกค้าบอกว่า ลาขาดร้านนี้ (ลบโพสต์-แนะไปทักถามลูกค้าว่าติดขัดอะไรไหม) – ลูกค้าคอมเพลนร้านโดยไม่มีหลักฐาน ไม่มีใบเสร็จร้าน ใบรับรองแพทย์ (ปิดคอมเมนต์ก่อน แต่ทางร้านต้องการให้ลบโพสต์ แต่แอดมินบอกว่า จะลบให้ก็ได้ แต่คุณต้องไปคุยกับลูกค้าก่อน ซึ่งทางร้านก็ไปคุยและเคลียร์กับลูกค้า ลูกค้าส่งใบเสร็จกับใบรับรองแพทย์กลับมาให้ร้านตรวจสอบเพื่อรับผิดชอบ) พบแมลง (ลบโพสต์ให้เพราะคุยกับลูกค้าและรับผิดชอบแล้ว) สุดท้าย ทางร้านรู้สึกว่ารบกวนทางแอดมินบ่อย ๆ เลยต้องการส่งคูปองไปให้ 8 ใบ ซึ่งทางแอดมินน้ำหวานบอกว่า ตอนนี้คูปองยังอยู่ที่ตน 6 ใบ ไม่ได้เอาไปใช้งาน ไม่ได้เอาไปขายต่อ ไม่ได้เอาไปแจก ยกเว้นว่าทางร้านจะอนุมัติ และที่ผ่านมา ทางแอดมินไม่เคยติดต่อใครเพื่อขอคูปอง หรือขอเข้าไปกินฟรี ยกเว้นเป็นการขอรับบางส่วนเพื่อเป็นสินน้ำใจในการช่วยจัดกิจกรรมแจกคูปองให้สมาชิก และเมื่อได้ชื่อผู้โชคดี ก็จะส่งรายชื่อให้ร้านเพื่อให้ร้าน ส่งคูปองไปให้ผู้โชคดีโดยตรง งานนี้ดูเหมือนคอมเมนต์เองก็ดูไม่พอใจกับถ้อยแถลงของแอดมินน้ำหวานเช่นกัน ว่าการกระทำแบบนี้ คือการรับสินบน มีนอกมีในกับทางเพจ การตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมา สุดท้ายแล้วก็ได้รับประโยชน์และอานิสงค์เพื่อเอาไว้ใช้ต่อรองกับผู้ประกอบการ ไม่ได้มีกลุ่มไว้เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ต่อตัวผู้บริโภคจริง ๆ แอดมินทำตัวงอแงและไม่จบเรื่อง ทั้งที่ฝั่งร้านก็พยายามรอมชอมและหาทางออกด้วยกันทุกฝ่าย นี่คือร้านเดียวยังได้คูปองมา 8 ใบ แล้วร้านอื่นอีกล่ะจะให้คูปองเท่าไร ไม่แปลกใจเลยที่แอดมิน ดร. ของกลุ่ม จะเอาเรื่องนี้ไปเบ่งหน้าร้าน เพราะรู้ว่าร้านแคร์เสียงคนในกลุ่มมากขนาดไหน จนถึงขั้นไปข่มขู่จะกินฟรี การชี้แจงแบบนี้ จากแอดมิน ดร. ที่โดนสังคมถล่มคนเดียว กลายเป็นถล่มแอดมินน้ำหวานไปคู่ด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีคนบอกว่า เวลาเคสมีปัญหา ร้านถูกคอมเพลน แต่ทางร้านเคลียร์กับลูกค้าแล้วขอให้ลบโพสต์ เพราะเรื่องจบไปแล้ว เป็นมาตรการปกติ ที่ร้านส่งคูปองให้เพื่อตอบแทนแอดมิน ซึ่งจริง ๆ จะไม่ให้ก็ได้ แต่ก็ยังมีคนเข้ามาบอกว่า จริง ๆ ไม่ต้องลบโพสต์ก็ได้ แต่จำเป็นต้องชี้แจงเพิ่มเติมในโพสต์นั้น เพื่อแสดงถึงความเข้าใจที่ถูกต้องต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โปรดิวเซอร์ แฉวีรกรรม เอ๋ มิรา แถมพาดพิง ประจักษ์ชัย

หลังจากที่โปรดิวเซอร์คนหนึ่งออกมาแฉวีรกรรมของสาว “เอ๋ มิรา” ว่าอย่าหลงกระแสให้มาก ระวังกระเด็นออกนอกวงการ และยังมีอีกคนหนึ่งออกมาโพสต์พาดพิงถึง นายห้างดัง อย่าง “ประจักษ์ชัย ไหทองคำ” ว่าชอบแย่งของของคนอื่น พร้อมบอกว่าจะเปิดเผยความลับของเจ้าตัว ต่อมาหนุ่ม “ป๊อป นพรัตน์” โปรดิวเซอร์คนดังกล่าวและหนุ่ม “บาร์เบิ้ล” ที่ออกมาแฉเรื่องราวของ สาวเอ๋ และอ.ประจักษ์ชัย ก็ได้ออกมาโพสต์ขอโทษทั้งสองคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยให้เหตุผลว่าที่ทำลงไปเพราะความน้อยใจว่า ข่าวที่เกี่ยวข้อง ดราม่าวิพากษ์วิจารณ์! “เอ๋ มิรา” ตัดพ้อวันแม่หลังไม่สามารถติดต่อลูกได้ หัวใจแทบสลาย! “เอ๋ มิรา” ลั่นเจ็บปวด นึกถึงวันที่ต้องห่างกัน รับอยากกอด-บอกรักลูก กราบขอโทษ ทางอาจารย์ด้วย ที่ผม ไปพาดพิง ถึง อาจารย์ ในทางที่ไม่ดี ด้วยความน้อยใจของผมเอง เลยโพสไปแบบไม่ทันได้คิด ถ้าสิ่งที่ผมโพส และทำให้ ทาง อาจารย์ และให้น้องมีผลเสีย ผมยินดีที่จะขอโทษ อาจารย์ กับ น้อง ตรงนี้ อีกครั้งครับผม #ผมขอโทษนะครับ น้องทำงานดี เรียนรู้ไว เล่นดีด้วยครับ แต่บางทีผมอาจคิดมากไปเอง ผมลืมว่าน้องยังใหม่ ในบางเรื่อง ยังไงผมกราบขออภัย ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ กับน้อง และกับ อาจารย์ ผมยังยินดีร่วมงานกับน้องและ อาจารย์ เหมือนเดิมครับ ส่วน อาจารย์ ผมยังเคารพ อาจารย์ ผมแค่เด็กหัดเดินเทียบกับอาจารย์ไม่ได้เลยสักนิด กราบขออภัยและ กราบขอโทษอีกครั้งครับ ด้วยความเคารพ..ป๊อป นพรัตน์. ด้าน อ.ประจักษ์ชัย เปิดเผยถึงเรื่องนี้กับอมรินทร์ทีวีว่า ตอนนี้เคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว สำหรับทั้ง 2 คนที่มีการพาดพิงตนและ เอ๋ มิรา ผ่านทางเฟซบุ๊ก แต่ตอนนี้ก็ยังได้รับผลกระทบค่อนข้างเยอะ เพราะคนเข้าใจผิดไปแล้ว สำหรับเรื่องลิงก์เพลงที่ทาง ป๊อป คอมเมนต์มาแล้วอ้างว่า เอ๋ ลบคอมเมนต์ ตนก็ขอยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจเลยว่า เขาไม่ได้ลบ ส่วนที่อีกฝ่ายบอกว่าจ้าง เอ๋ ไปเล่น MV ในราคาที่แพงกว่าดาราดังๆแต่เล่นได้ไม่มืออาชีพ ตนก็อยากจะบอกว่า เอ๋ ทำงานกับตนติดต่อกันหลายวัน แล้วพอไปกองของ ป๊อป ก็อาจจะมีอิดโรยบ้าง ช่วงเวลาพักกองอาจจะหลับบ้าง หรือมีดมยาดมบ้าง เพราะเขาเองก็มีเรื่องเครียด จากการที่คู่กรณีจะฟ้องร้อง ทั้งหมดทั้งมวลมันเลยชวนให้ตนคิดว่า การที่ ป๊อป ออกมาพาดพิงแบบนี้ ต้องการจะใช้จังหวะเวลานี้ในการสร้างตัวตน ด้วยการมีประเด็นดราม่ากับตนและเอ๋ เพื่อให้สื่อมาโฟกัส ซึ่งหากเขาตั้งใจทำแบบนี้ตนมองเลยว่ามันไม่แมน เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมเลย ทั้งนี้ อ.ประจักษ์ชัย บอกอีกว่า ประโยคที่ตนรับไม่ได้เลยคือที่ ป๊อป พาดพิง เอ๋ ว่ายังไม่ทันดังเลยสงสัยจะดับก่อน มันทำให้ เอ๋ จมดิ่งไปเลย แทนที่คนจะสงสารและเห็นใจ ก็กลายเป็นโดนถล่มไม่เชื่อในตัว เอ๋ ซึ่งหากไม่ใช่ตน ทั้งสองคนที่พาดพิงคงโดนฟ้องไปแล้ว แต่ตนและเอ๋ ก็ให้อภัยและไม่ได้ติดใจอะไรแล้ว ส่วนตัวไม่เคยร่วมงานกับป๊อป แต่อาจจะถูกไซโคจากคนที่เสียประโยชน์จากผมไป ถ้าคนที่จิตใจโหดเหี้ยมกว่าผม เห็นแก่ค่าชดใช้ค่าเสียหายต่อชื่อเสียง โดนไปแล้ว ผมรับปากอภัยให้น้องก็ไม่ติดใจ ขณะที่ เอ๋ มิรา ก็ได้โพสต์คำขอโทษของป๊อป พร้อมบอกด้วยว่า เอ๋ก็ขอโทษด้วยนะคะ ที่ทำให้พี่ป๊อปเข้าใจหนูผิดค่ะ หวังว่าอนาคตจะได้ร่วมงานกันอีกนะคะหนูจะพัฒนาการแสดงให้ดีขึ้นนะคะพี่ป๊อป ขอบคุณโอกาสจากพี่ค่ะ

หนุ่มเจ้าของร้านโกนผมรับผิดชอบ หลังลูกค้าร้อง “พบเส้นผมในทาโกะยากิ” สุดท้ายคดีพลิก!!

เรื่องราวของ “เรียวตะ ชิมาดะ” นักมวยปล้ำหนุ่ม เจ้าของร้านทาโกะยากิ “takoyakitakoba”  ที่ตั้งอยู่ในโอซาก้า ตอนนี้ถูกพูดถึงกันไปทั่วโลกโซเชียล หลังจากเกิดเหตุการณ์ลูกค้าร้องเรียนว่า มีเส้นผมอยู่ในทาโกะยากิ เเต่สุดท้ายคดีกลับพลิก เพราะลูกค้าร้องเรียนผิดร้าน โดยเรื่องมีอยู่ว่า ชิมาดะได้รับข้อความร้องเรียนจากลูกค้าว่า “พบเส้นผมในทาโกะยากิที่ซื้อไป” เรียวตะ รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เเต่ด้วยความที่เรียวตะเป็นคนจริงจัง เเละให้ความสำคัญกับลูกค้ามาก เรียวตะจึงตัดสินใจเเสดงความรับผิดชอบด้วยการโกนผมทิ้ง เพราะเขาคิดว่าทาโกะยากินั้นเขาเป็นคนทำมันเอง เขาต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิด พร้อมทั้งเดินทางไปขอโทษลูกค้าถึงที่บ้าน เเต่เมื่อเรียวตะเดินทางไปถึงบ้านของลูกค้า เขากลับพบความจริงสุดช็อก เพราะได้เห็นกล่องทาโกะยากิที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นของร้านอื่นไม่ใช่ร้าน “takoyakitakoba” ทำเอาเหว๋อกันทั้งลูกค้าเเละพ่อค้า สุดท้ายกลายเป็นลูกค้าเองที่ต้องขอโทษเรียวตะ เพราะจำร้านผิดไป หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สงสารนะแต่ก็อดหัวเราะไม่ได้ พร้อมกล่าวติดตลกว่า ยังดีที่เขาเลือกโกนผมแทนการคว้านท้องเหมือนกับคนญี่ปุ่นในสมัยก่อน  เเละหลายๆคนยังแวะเวียนไปอุดหนุนทาโกะยากิที่ร้านของเรียวตะ เพื่อให้กำลังใจอีกด้วย   คดีพลิก ! ญาติไลฟ์สาวคลอดได้แฝด คนหนึ่งตาย คนหนึ่งหายปริศนา คดีพลิก เคสที่อุดร อ้างแพ้วัคซีน ซิโนแวค ล่าสุดชาวเน็ตสังเกตุภาพมีความผิดปกติ รพ.ย้ำเอาผิดดำเนินคดีคนโพสต์แน่นอน

ตำรวจเข้าจับกุมสามีชาวจีน หลังเมียสาวท้อง 3 เดือน ให้การใหม่ ถูกสามีจัดฉากหวังผลักตกผาแต้ม หวังฮุบสมบัติร้อยล้าน

จากเหตุนักท่องเที่ยวชาวจีนพลัดตกจากหน้าผาอเล็กซานเดอร์มหาราช ภายในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ทำให้นางหวัง หนาน ชาวจีน วัย 32 ปี ที่กำลังตั้งครรภ์ 3 เดือนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่อาการปลอดภัยแล้ว โดยเบื้องต้น ตำรวจสงสัยสามีของผู้บาดเจ็บว่าเป็นผู้ผลักภรรยาลงมาหรือไม่ เนื่องจากพบพิรุธหลายอย่างของสามีในขณะเกิดเหตุนั้น ล่าสุดวันที่ 18 มิถุนายน2562 มีรายงานว่า พ.ต.อ. ชาญชัย อินนรา ผู้กำกับการ สภ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่าหลังจากอาการดีขึ้นนางหวังหนานขอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใหม่อีกรอบระบุว่า ที่ตกจากหน้าผาไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่นายยูเสี่ยวตงสามีเป็นคนผลักตกลงมาที่ตอนแรกไม่กล้าบอกตำรวจเพราะสามีเฝ้าคุมตัวอยู่ตลอดเวลาและขู่ห้ามบอกความจริงกับใครไม่งั้นจะฆ่าให้ตาย จนตัวเองมีจังหวะอยู่คนเดียวจึงบอกแพทย์ที่รักษาให้ทราบ ก่อนจะบอกให้สามีมาเยี่ยมเป็นเวลา หลังจากสอบสวนอย่างละเอียด ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานขอหมายจับนายยูเสี่ยวตง ข้อหาพยายามฆ่าและจับกุมตัวได้ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี ขณะมาเยี่ยมภรรยาจากนั้นจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดอุบลราชธานี ในวันนี้ (18 มิถุนายน2562) พร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยคาดว่า สาเหตุที่สามีผลักนางหวังตกหน้าผานั้นน่าจะมาจากภรรยามีฐานะมีสมบัติและทรัพย์สินร่วมร้อยล้านบาทและสามีไม่ได้ทำอาชีพอะไรไม่มีเงินและทางบ้านมีหนี้สินจำนวนมาก ก่อนหน้านี้สามีขอให้นางหวังช่วยใช้หนี้ให้แต่ก็ช่วยเพียงครึ่งเดียวจึงคิดโลภอยากได้ทรัพย์สินของภรรยาทั้งหมดจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สามีตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว

1 2