ให้เวลา 7 วัน!! ส.ส.พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี เร่งรัดคดี บอส อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาลรัฐบาล นายธีรัจชัย พันธุมาศ และพันตำรวจตรีชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อขอให้เปิดเผยข้อมูลของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชนที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งขึ้น เพื่อให้ นายวิชา มหาคุณ ประธานกรรมการชุดดังกล่าว และคณะกรรมการให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีอาญาที่พนักงาน อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 นายธีรัจชัย กล่าวว่า ตนขอใช้สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตามพระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เพื่อขอให้มีการเปิดเผยเอกสารการตรวจสอบ ของคณะกรรมชุด นายวิชา โดยขอคัดลอกถ่ายเอกสารสำเนารายงานผล การตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ของคณะกรรมการชุดนายวิชา ฉบับเต็ม และเอกสารรายงานผลความคืบหน้าของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ซึ่งมีผลการตรวจสอบของหน่อยงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , สภาทนายความ , อัยการสูงสุด , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ที่อยู่ในคณะกรรมการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้เมื่อครบเวลา 7 วันแล้ว ตนจะมาติดตามเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง

คณะกรรมการตรวจสอบได้ส่งผลสรุป ตำรวจ 20 นายบกพร่องในคดี บอส อยู่วิทยา จ่อดำเนินการทางวินัย

วันที่ 20 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวเปิดเผยว่า คณะกรรมการพิจารณาข้อบกพร่องเจ้าหน้าที่ตำรวจในสำนวนคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ซึ่งทางคณะกรรมการตรวจสอบได้ส่งผลสรุปความเห็นการตรวจสอบถึงมือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แล้ว หลังจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะเป็นพิจารณาใน 2 ประเด็นคือ ประเด็นแรกเรื่องของการดำเนินคดีกับนายวรยุทธ เพิ่มเติม และการดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 20 นาย ซึ่งบางรายยังรับราชการอยู่ในราชการ และที่เกษียณไปแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาเร็วที่สุด

คณะแพทย์เผยผลการชันสูตรพลิกศพครั้งที่ 2 ของพยานปากเอก คดีทายาทกระทิงแดง ที่ตายกระทันหัน

พล.ต.ท. ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณะบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ พญ.กานดา เมฆใจดี หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ ร่วมแถลงผลการชันสูตรพลิกศพครั้งที่ 2 ของ นายจารุชาติ มาดทอง พยานปากเอกคดี บอส อยู่วิทยา ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แต่มีข้อกังขาจากสังคม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดศพและให้ผ่าชันสูตรอีกครั้ง โดยแพทย์ระบุว่า จากการชันสูตรครั้งที่ 2 ยังคงพบบาดแผลหลักบริเวณศีรษะด้านซ้ายและบ่าซ้าย ซึ่งจากการผ่าตรวจภายในพบเลือดออกที่ฐานสมองค่อนข้างมาก เนื่องจากบริเวณสมองนั้นมีก้านสมองอยู่ด้วย ซึ่งเป็นอวัยวะที่ควบคุมการทำงานของหัวใจและการหายใจ การมีเลือดออกบริเวณนั้นทำให้เสียชีวิตได้ค่อนข้างเร็ว นอกจากนี้พบกระดูกซี่โครงด้านหลังซ้ายหัก 1 ซี่ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นก่อนเสียชีวิตและมีกระดูกซี่โครง 2 ซี่ด้านหน้าหัก ซึ่งเกิดขึ้นหลังเสียชีวิต เข้าได้กับการปั๊มหัวใจช่วยชีวิต มีเลือดออกในช่องท้องประมาณ 500 มิลลิลิตร และไขมันพอกตับ ม้ามแตก 2 ข้าง โดยการชันสูตรครั้งนี้ตรวจบริเวณลำคอด้วย ซึ่งครั้งแรกไม่ได้ตรวจ เนื่องจากเป็นกรณีอุบัติเหตุและจากการตรวจครั้งนี้ไม่พบร่องรอยการบีบคอหรือมีเลือดออกในคอ โดยยังเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั้งร่าง ไม่พบร่องรอยหรือโลหะใด ๆ ที่ต้องสงสัยจะเป็นกระสุน โดยสรุปแล้วสาเหตุการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาจากการที่มีเลือดออกบริเวณฐานสมอง จากการที่บริเวณศีรษะและบ่าไถลไปกับวัตถุที่ไม่มีคมและมีการสะบัดเกิดขึ้น ทำให้เกิดการปริของเส้นเลือดที่บริเวณฐานสมองทำให้เลือดออกและเสียชีวิต สอดคล้องกับลักษณะเหตุที่เกิด สรุปผลการชันสูตรเหมือนเดิม ขณะเดียวกันผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในเลือด นายจารุชาติ นั้น วัดได้ 218 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ พบว่าตลอดเส้นทางที่ นายจารุชาติ และนายสมชาย คู่กรณีขี่รถมาด้วยกันนั้น นายจารุชาติ เป็นฝ่ายขี่ตามเกือบตลอดทาง และไม่ปรากฏว่า มีรถยนต์ขับนำหรือขับตามมาตลอดทางเช่นกัน ขณะที่การสอบปากคำพยาน ที่ร้านคาราโอเกะย่านแม่เหี๊ยะ ที่ทั้งคู่ไปนั่งดื่มกินก่อนเกิดเหตุ ยืนยันทั้งคู่ไม่ได้ไปด้วยกัน แต่พูดคุยกันในช่วงปิดร้านและชักชวนกันไปเที่ยวต่อ สำหรับผลการชันสูตรศพ นายจารุชาติ จะนำประกอบในสำนวน และจะมีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์และรอบคอบที่สุดก่อนที่จะมีการสรุปสำนวน