ฮ่องกงยึด “เฮโรอีน” ส่งจากไทย ซุกซองเครื่องปรุงเส้นหมี่กึ่งฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรฮ่องกงแถลงข่าวการยึดยาเสพติดที่ซุกซ่อนตามสินค้าอาหารนำเข้าที่ขนส่งมาทางเรือ มูลค่ารวมมากกว่า 230 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 7,579 ล้านบาท ถึง 3 ล็อต ในช่วงระหว่างวันที่ 12-24 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมจับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 4 คน และหญิง 1 คน ที่เกี่ยวข้องกับยาทั้ง 3 ล็อต ได้แก่ โคเคนที่ซุกซ่อนในสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพ เมทแอมเฟตามีนเหลวที่ซุกซ่อนในสินค้าขวดน้ำมันอโวคาโด และเฮโรอีนที่ซุกซ่อนในซองเครื่องปรุงรสเส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดย 1 ในนั้น การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา ศุลกากรตรวจสอบสินค้าที่สำแดงว่าเป็น “ขนมขบเคี้ยว” จากประเทศไทย ขนส่งมาทางเรือและขึ้นฝั่งที่สถานีคอนเทนเนอร์ไควชุง และพบเฮโรอีน 61 กิโลกรัม มูลค่าตลาดราว 65 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 275 ล้านบาท ซุกซ่อนในซองเครื่องปรุงรสของเส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูป พร้อมจับกุมชาย 2 คน และหญิง 1 คน ที่มีความเชื่อมโยงกับสินค้าดังกล่าว โดยผู้ต้องหาทั้งสามคนจะถูกนำตัวไปขึ้นศาลในวันนี้ (26 ก.ค.) ข้อมูล :South China Morning Pos ภาพ :Gov.HK ข่าวที่เกี่ยวข้อง บุกจับ…!! หนุ่มไต้หวัน เครือข่ายค้ายาข้ามชาติ เช่าบ้านพักแพ็คยาใส่กล่องสบู่ ยึดเคตามีนกว่า 30 โล บุกทลายเครือข่ายค้ายาเเพริมน้ำ – คนค้ากระโดดน้ำหนีก่อนหลบซ่อน ตำรวจหาวุ่น

รวบโจ๋ใจกล้า ขายยาเสพติด บนโลกออนไลน์ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย สุดท้ายไม่รอด

รวบโจ๋ใจกล้า ขายยาเสพติด บนโลกออนไลน์ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย สุดท้ายไม่รอด วันนี้ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.00 น. ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอบ้านดุง (ศป.ปส.อ.บ้านดุง)โดยการอำนวยการของ นายกองตรีณัชฐเดช มุลาลี นายอำเภอบ้านดุงและพ.ต.อ.จามร อันดี ผกก.สภ.บ้านดุง ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ฉัตรชัย ใจไวย์ สว.สส.สภ.บ้านดุง พร้อมชุดสืบสวน สภ.บ้านดุง และนายพลภัทร จันทร์ลุน ปลัดอำเภอ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านดุง ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา คือ นายเอ นามสมมุติ บ้านเทพเทวี หมู่ที่ 8 ตำบลถ่อนนาลับ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ข่าวที่เกี่ยวข้อง บุกจับ เนเน่โมเดลลิ่ง หลอกเด็กชายกระทำชำเรา ถ่ายรูปอนาจารส่งขายเว็บ จับโมเดลลิ่งหื่น! หลอกเด็กสาวนับสิบ ถ่ายคลิปลวนลาม ค้านประกันตัว พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาบ้า จำนวน 105 เม็ด 2.ขวดบรรจุปัสสาวะของผู้ต้องหาพร้อมรายงานผลตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ โดยกล่าวหาว่า “เสพและมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้าทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดุง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งในการจับกุมครั้งนี้ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ คือโพสข้อความ,คอมเม้นท์ ในสื่อโซเชี่ยลเฟสบุ๊ค โดยใช้ชื่อบัญชีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ “กร สายหลอนน” ได้โพสข้อความในเฟสบุ๊คและคอมเม้นในโพสต่างๆ โดยมีข้อความชักชวน และจำหน่ายยาเสพติด(ยาบ้า) และมีภาพใบหน้าปรากฏชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านดุงจึงได้ร่วมกันสืบสวนทราบตัวผู้ต้องหาจึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเเละสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด ขอบคุณที่มาของข่าว Udon News https://web.facebook.com/UdonNews.III/posts/4029906203796908?_rdc=1&_rdr

“กานต์” ยอมรับการตัดสินใจของศาล – ยังหวังเสกอาจไม่ติดคุก

จากกรณีศาลฎีกาไม่อนุญาตฎีกาคดีจำคุก ศิลปินร็อกเกอร์ชื่อดัง “เสก โลโซ” หรือเสกสรรค์ ศุขพิมาย เป็นเวลา 2 ปี 18 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีเสพยาและต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อปี 2560 ภายหลังฟังคำสั่ง นางวิภากานต์ ศุขพิมาย หรือกานต์ ภรรยาเสก โลโซ  เปิดเผยว่า เบื้องต้นขอให้เป็นไปตามความเห็นของศาล ตนเคารพคำตัดสินและยอมรับในดุลยพินิจของศาล ซึ่งคดีดังกล่าวถือว่ามีอัตราโทษไม่สูง เป็นเพียงการเสพยาเสพติดและไม่มีของกลาง ไม่มีความจำเป็นต้องควบคุมตัวภายในเรือนจำ ซึ่งตนอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการในส่วนของคดีอยู่ คาดว่าจะทราบผลในช่วงบ่ายวันนี้   นอกจากนี้กานต์ ยังบอกอีกว่า ตนยังมีความหวังว่าสามี อาจจะไม่ต้องถูกจำคุก ก่อนหน้านี้ตนกับสามีได้พูดคุยและเตรียมการไว้ในเบื้องต้นแล้ว เเละหลังจากที่ศาลมีสั่งแล้วได้พูดคุยกับสามี พบว่าเจ้าตัวยังมีน้ำเสียงปกติ เพราะก่อนหน้านี้ได้เตรียมตัวไว้แล้ว หากผลการตัดสินออกมาในรูปแบบนี้ เเละกานต์เองก็ได้บอกกับเสกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวก็เจอกัน ส่วนสรุปว่าคดีเป็นไปอย่างไรนั้น อาจจะมีการแถลงข่าวในช่วงเย็นวันนี้ ใกล้ๆบ้าน เมื่อผู้สื่อข่าวถามกานต์ว่า กังวลใจในการใช้ชีวิตภายในเรือนจำของเสกหรือไม่ ?  กานต์ตอบว่า ” ยังไม่ได้ถูกควบคุมตัวในเรือนจำเลย พูดจาไม่เป็นมงคล ยังไม่เสร็จกระบวนการ ” เเล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไป อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง….. “เสก โลโซ” โดนสั่งจำคุก คดีเสพยา ต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของตำรวจ  

รวบแล้ว “อั๋น กีวี่” ซัดทอดเอเย่นต์ค้า “เคนมผง”

เมื่อเวลา 19.00 น. ในวันที่ 17 มกราคม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 ได้สั่งการให้พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.กก.สส.บก.น.5 พ.ต.ต.ภัตธนสันต์ เก่งเขตรกิจ สว.กก.สส.บก.น.5 นำกำลังตำรวจ กก.สส.บก.น.5 จับกุม นายอมรเทพ หรือฉายา “อั๋น กีวี่” เฉลิมวัฒน์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาเครือข่ายค้า “ยาเคนมผง” โดยสามารถจับกุมได้ห้องพักไม่มีเลขที่ หมู่บ้านใหม่สุขเจริญ หมู่ 13 ตำบลวังพิกุลอำเภอบึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน สอบปากคำ “อั๋น กีวี่” เพิ่มเติม เพื่อหาความเชื่อมโยงในคดียาเคนมผงหลังถูกให้การซัดทอดเป็นเอเย่นต์รายใหญ่ ผสมสูตรยาขึ้นมาเอง ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาย้ำตนเองถูกกระทำ ความคืบหน้าการจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพยายามฆ่า และครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย คดีใช้อาวุธปืนยิง น.ส.นภิสา ห่องคำ แฟนสาว ได้รับบาดเจ็บสาหัส ในห้องพักซอยรัชดา 36 ก่อนจับกุมได้ที่ห้องพักใน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ พร้อมของกลางซองพลาสติกใส และเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล ก่อนคุมตัวสอบสวนที่ กก.สส.บก.น.5 จากการสอบสวน นาย อมรเทพ ให้การยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุยิง น.ส.นภิศา จริง ส่วนเรื่อง “ยาเคนมผง” นั้นไม่ได้ทำการผสมเอง แต่รับมาอีกทอด โดยตนได้ร่วมกับ นางสาว กุลนที หรือฝน เป็นผู้ขายยาเคนมผงให้ผู้ตายจริง ซึ่งการซื้อขายทุกครั้ง นางสาว กุลนที จะเป็นผู้ติดต่อ แล้วนำยาไปขายต่อให้ลูกค้า อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ เนื่องจากในแนวทางการสืบสวน เชื่อว่านาย อมรเทพ เป็นผู้ผสมสูตรยาเคมนมผงขึ้นมาเอง ทั้งนี้ต้องทำการขยายผลผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดให้ได้

รอชันสูตรศพที่7 “ยาเคนมผง” ถอดสูตรผสมมรณะ

  เมื่อวันที่ 12 ม.ค.64 พล.ต.ต.ธนิต จิรนันท์ธวัช นายแพทย์ (สบ.6) โรงพยาบาลตำรวจ. ได้กล่าวถึงการตรวจสอบสารเสพติดที่ตรวจยึดได้จากที่เกิดเหตุ พื้นที่ สน.วัดพระยาไกร พบว่ามีส่วนผสมแตกต่างกัน 2 สูตร มีสูตรไม่ตายตัวเกิดขึ้นกับผู้ผลิตว่าจะนำส่วนผสมมาทำอย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพตามต้องการ ซึ่งหากสารทุกตัวมีมากอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยสูตรแรกประกอบด้วยเคตามีน และ ยานอนหลับไดอะซีแพม ส่วนสูตรที่สองประกอบด้วย เคตามีน เฮโรอีน และยาอี โดยทั้ง 2 สูตรไม่พบส่วนผสมของไอซ์และนมผงตามชื่อสูตรยา เชื่อว่าแหล่งที่มาของสารมาจากคนละแหล่งคนละที่กัน ส่วนสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตเนื่องจากมีการเสริมฤทธิ์ของยาเสพติดรุนแรงหลายชนิดที่นำมาผสมกัน โดยยาเค มีฤทธิ์กดประสาท ทำให้เคลิบเคลิ้ม ความดันโลหิตสูง ลดอัตราการหายใจ และหากผสมยาอีที่มีฤทธิ์ต่อระบบหัวใจก็จะทวีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนยานอนหลับเชื่อว่านำมาผสมเนื่องจากผู้เสพมีภาวะดื้อยา เลยต้องผสมเพื่อให้เกิดตัวยาใหม่เพิ่มให้มีประสิทธิภาพที่แรงขึ้น   ทั้งนี้การผสมตัวยาหลายชนิดทำให้ไปกดผลข้างเคียงของยาชนิดอื่นทำให้ผู้เสพไม่รับรู้ถึงผลข้างเคียงและเสพเพิ่มขึ้น จนถึงขีดอันตราย พล.ต.ต.ธนิต ยอมรับว่า มีการตรวจพบสูตรยาค็อกเทลในลักษณะนี้มานานแล้ว โดยผสมมากสุด 3 ชนิด ซึ่งในเมืองนอกนิยมเสพยาค็อกเทลลักษณะนี้แต่การเสียชีวิตหมู่ 6 ศพ ถือว่าพบครั้งแรก ล่าสุดขณะนี้ สน.วัดพระยาไกร ได้ส่งผู้เสียชีวิต รายที่ 7 จากการเสพยาเคนมผงให้สถาบันนิติเวช รพ.ตร. ชันสูตรศพ คาดว่าจะทราบผลเร็วๆนี้