ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ แจงอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม “หมวดยิ้ม”ตร.กู้ข้อมูลจากกล้อง ผกก.โจ้จมน้ำดับ ยันไม่มีตำรวจชื่อนี้ในสังกัด  พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับรายงานจากตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ว่าได้ตรวจสอบแล้ว พบว่า เป็นข่าวปลอม ข่าวที่เกี่ยวข้อง ดารานักแสดงอย่าง “แพท ณปภา” และดีเจ “ต้นหอม ศกุนตลา” สื่อเกี่ยวกับปมคดีโจ้ถุงดำว่า..! ผบ.เรือนจำพิษณุโลก โต้ “อดีตผู้กำกับโจ้” นอนห้องแอร์ ยันแยกขังห้องพัดลม เหมือนกับผู้ต้องขังรายอื่น เพจเฟซบุ๊ก ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ รายงานว่า ตามที่มีข่าวปลอมปรากฏตามสื่อออนไลน์ต่างๆ า “ร่วมส่งฮีโร่ ขึ้นสวรรค์ หมวดยิ้ม นายทศพร แก้วเกิด” สายตรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งเป็นผู้กู้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด ผกก.โจ้ จมน้ำเสียชีวิตนั้น ได้ตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่า ไม่มีข้าราชการตำรวจชื่อ หมวดยิ้ม หรือ นายทศพร แก้วเกิด อยู่ในสังกัด สภ.เมืองนครสวรรค์ และ ภ.จว.นครสวรรค์ โดย สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้วตามคดีอาญาที่ 1171/2564 รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กป้อม กำชับ ตร.ดำเนินคดี เฟคนิวส์ ให้ถึงที่สุด

วันที่ 5 ส.ค.2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส เข้าร่วมประชุม ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ข่าวที่เกี่ยวข้อง “บิ๊กป้อม” ต่อสายตรงหา “น้องเทนนิส” หลังคว้าเหรียญทองโอลิมปิกให้คนไทย ด่วน ! คนเดินเอกสารห้องทำงาน “บิ๊กป้อม” ติดโควิด ไอซ์ ศรัณยู ฝากคำพูดนี้ถึง บิ๊กป้อม ถ้าคิดทำบุญจริง ขอสิ่งนี้แทน…? สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2564 พล.อ.ประวิตร ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการปฏิบัติงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม จึงได้มีการติดตามการดำเนินงาน ต่อมาได้มีการจัดตั้ง ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำกระทรวงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น โดยให้มีการประสานงานการตรวจสอบข้อเท็จจริง การชี้แจง การโต้ตอบข่าวปลอม ให้รวดเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังได้มีการพิจารณากำหนดให้มีศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระดับจังหวัดด้วย เพื่อให้ครอบคลุมการดำเนินงานทุกภาคส่วน ขณะเดียวกันหากเกิดความเสียหายจากข่าวปลอมนั้น ๆ จะต้องมีการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้รับทราบผลการดำเนินงาน ซึ่งมีความคืบหน้าในภาพรวมอย่างน่าพอใจ และในการประชุมครั้งนี้ ยังได้เห็นชอบให้มีคณะทำงาน เพื่อตรวจสอบข้อมูลข่าวปลอมที่ชัดเจน พร้อมทั้งสามารถยืนยันตัวบุคคลที่เป็นต้นตอของการกระทำผิด และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดและให้รวดเร็วต่อไป ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับ กระทรวงดีอีเอส, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของทุกกระทรวง ให้เร่งรัดขับเคลื่อนการทำงานให้ทันต่อสถานการณ์ และบังคับใช้กฎหมายจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ป้องกันประชาชนสับสน สามารถหยุดยั้งข่าวปลอม และมิให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี พล.อ.ประวิตร ยังได้กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทุกคน รวมถึงให้มีมาตรการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้/เข้าใจ อีกทั้ง สนับสนุนให้มีส่วนร่วมกับภาครัฐ ร่วมมือต่อต้าน เฟคนิวส์ เพื่อการได้บริโภคข่าวสารที่มีคุณภาพอย่างถูกต้องต่อไป

ข่าวปลอม !! อย่าแชร์หรือส่งต่อ 11 โรงพยาบาลที่ให้บริการ “ฉีดโควิดฟรี”

? ข่าวปลอม อย่าแชร์ ❌ กรณีที่สังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อความดังนี้ 11 โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของซิโนแวค (sinovac) ฟรี! ตั้งแต่วันนี้ – 24 กรกฎาคม 2564 ( ตามรายชื่อโรงพยาบาลที่ทางกรุงเทพมหานคร กำหนดรายชื่อไว้ ดังนี้ กำหนดรายชื่อไว้ ดังนี้ 1. โรงพยาบาลกลาง โทร 0-2220-8000 2. โรงพยาบาลตากสิน โทร 02-437-0123 3. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โทร 02-289-7000 4. โรงพยาบาลล าดกระบัง กรุงเทพมหานคร โทร 0-2326-9995, 02-326-7711 5. โรงพยาบาลร าชพิพัฒน์ 0-2421-2222, 0-2444-0163 6. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ โทร 0-2988-4100-1 7. โรงพยาบาลคลองสามวา โทร 02-150-1300 8. โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน โทร 02-405-0901-4 9. โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร โทร 021800201-3 10. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ซุตินธโร อุทิศ โทร 0-2429-3577-81 11. โรงพยาบาลสิรินธร โทร 02-328-6901-19 ประธาน อสส กทม.ขอแจ้งข่าว ให้ พี่น้อง อสส.กทม./และ อสม.ต่างจังหวัดทราบค่ะใครมีญาติที่มาพำนักย้ายทะเบียนราษฎร์ภูมิลำเนามาอยู่กรุงเทพฯก็ช่วยกันประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะแนะนำให้มาฉีควัคซีน “ชิโนแวค”ป้องกันโควิดด้วยค่ะ ✔ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร พบว่าประเด็นดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ และชี้แจงว่า ปัจจุบันการฉีดวัคซีนในกรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างการฉีดให้ 2 กลุ่ม ดังนี้ – กลุ่มเป้าหมายแรก ได้แก่ แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ป่วย – กลุ่มเป้าหมายที่สอง ได้แก่ 1.ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง 2.โรคหัวใจและหลอดเลือด 3.โรคหลอดเลือดสมอง 4.โรคไตเรื้อรัง 5.โรคมะเร็งทุกชนิด 6.โรคเบาหวาน 7.โรคอ้วน ซึ่งอยู่ในกลุ่มอายุระหว่าง 50-59 ปี 10 เดือน ในส่วนพื้นที่เสี่ยง 6 เขตติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ประกอบด้วย เขตจอมทอง เขตบางขุนเทียน เขตบางแค เขตบางบอน เขตภาษีเจริญ และเขตหนองแขม จำนวนทั้งสิ้น 19,935 ราย ระหว่างวันที่ 15 -31 มี.ค. 64 ณ โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครและโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 16 แห่ง ในพื้นที่ 6 เขตดังกล่าว ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร www.bangkok.go.th หรือโทร call center 0-2221-2141-69 ที่มา Facebook : ศูนย์ข้อมูล COVID-19     ข่าวที่เกี่ยวข้อง อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม!! ศบค. แจกเงินเยียวยาเราไม่ทิ้งกัน 5,000 บาท ต่ออีก 1 เดือน ตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเตือนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม ว่ามีคนตายเพราะพิษฝุ่นละออง “นาดาว บางกอก” ประกาศอัปเดตสถานการณ์ COVID-19 งามไส้! ปาร์ตี้ที่ภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อ​ covid-19 รายใหม่ 8 ราย ในปาร์ตี้มีดาราคนดังไปร่วมมากมาย “โอ๊ต ปราโมทย์” กักตัวด่วน […]

อ่านซะก่อนจะเข้าใจผิด! รองโฆษกรัฐบาล ออกมาชี้แจงชัดแล้วเรื่อง โครงการคนละครึ่งในเฟส 2

อย่าเชื่อข่าวลือ หลังมีกระแสข่าว คนละครึ่งเฟส 2 จะได้คนละ 4500 บ้าง หรือคนเก่าได้ใหม่อีกรอบถึง 3500 รองโฆษกรัฐบาลออกมาชี้แจงแล้ว โครงการคนละครึ่ง เรียกว่าผลตอบรับดีเกินคาด ประชาชนให้ความสนใจกันอย่างมากมาย และกำลังจะมีเฟส 2 เร็วๆนี้ แต่ก็มีข่าวลือข่าวลวงออกมาแชรืกันอย่างมากมายว่า เตรียมลุ้นที่จะได้รับเงินคนละ4,500บาท หรือคนเก่าที่ใช้หมดไปแล้วอาจจะได้เพิ่มใหม่อีก 3500 สรุปเเล้วไม่เป็นความจริง ซึ่งที่ประชุมศบศ. มีมติยืนยันว่า สำหรับคนที่ลงทะเบียนเข้าโครงการคนละครึ่งในเฟส1แล้ว จำนวน 10 ล้านคน จะได้เพิ่มอีกคนละ 500 บาท และขยายการใช้จ่ายไปจนถึงมี.ค. 2564 (ไม่จำเป็นต้องใช้ให้ครบ หมด3000 บาทในเดือนธันวาคมนี้) ส่วนผู้ที่จะลงทะเบียนใหม่ในเฟสที่2 รับเพิ่มอีก 5 ล้านคน จะได้ยอดเงินใช้จ่ายรายละ 3,500 บาท เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดเริ่มลงทะเบียนวันที่ 16 ธ.ค. 63 รองโฆษกรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงเรื่องนี้ทางโซเชียล ให้ทราบโดยทั่วกันถึงรายละเอียดของโครงการคนละครึ่งในเฟส 2 เพื่อที่หลายคนจะได้ไม่เข้าใจผิดและไปหลงเชื่อข่าวปลอม ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับสิทธิจากโครงการคนละครึ่งเฟส1เเล้วนั้น จะมีการให้กดยืนยันต่อสิทธิ์อัตโนมัติ ทางรัฐบาลจะมีการเพิ่มปุ่มหรือส่งข้อความ ให้ผู้ลงทะเบียนเฟส 1 ยืนยันว่า จะเข้าร่วมมาตรการต่อในระยะที่สองหรือไม่ คนที่ได้สิทธิเฟสเเรก ไม่จำเป็นต้องรีบใช้ให้หมดภายในสิ้นปีนี้  

ตำรวจตามจับจนได้ คนกุข่าวอุ้ม 3 แกนนำเยาวชนเข้าค่าย ตชด.เจ้าพระยาจักรี

วันนี้ (13 ส.ค.63)  ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายเวหา หรืออาร์ท แสนชนชนะศึก อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 20 หมู่ 3 ต.บ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก แอดมินเพจเฟซบุ๊กชื่อ “พิษณุโลกคนกล้าไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ” ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 183/2563 ลงวันที่ 13 ส.ค.2563 ซึ่งกระทำความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” พล.ต.ต.นัยวัฒน์ เปิดเผยว่า ดังที่ปรากฏทางสื่อมวลชนว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2563 เพจเฟซบุ๊ก “พิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ” โพสต์ข้อความสรุปได้ว่า มีเหตุการณ์แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมถูกกลุ่มบุคคลซึ่งเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ นำตัวไปจากบริเวณลานจอดรถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อมิให้เกิดการชุมนุมขึ้น ในวันที่ 9 ส.ค.2563 โดยระบุว่ามีการนำตัวแกนนำไปในค่าย ตชด.เจ้าพระยาจักรี (กก.ตชด.31) เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชน ต่อมาผลการตรวจสอบ ปรากฏว่า มิได้มีเหตุกาณ์ดังโพสต์ดังกล่าวข้างต้นแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จนทราบตัวผู้กระทำผิด และศาลได้อนุมัติหมายจับ นายเวหา หรืออาร์ท แสนชนชนะศึก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามจับกุมตัวนายเวหา จากการสอบสวนของตำรวจ เบื้องต้นนายเวหา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และจากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิด พบว่า นายเวหา ยังเคยถูกดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฉ้อโกงประชาชน (กรณีเนินมะปรางมาราธอน) ท้องที่ สภ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก คคีอาญาที่ 149/2560 ศาลจังหวัดพิษณุโลก พิพากษา จำคุก 2 ปี ปรับ 25,000 บาท โทษจำรอลงอาญา 2 ปี ลงคำพิพากษาวันที่ 3 ก.ค. 2561 โดยนายเวหาขอใช้สิทธิ์ไม่แสดงตนในการแถลงข่าวครั้งนี้ ตำรวจชุดจับกุมจึงควบคุมตัวนำส่ง พ.ต.ท.เอกชัย  พรมทอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

1 2 3 4