“กลุ่มแดรกควีน” โผล่กลางม็อบ! แสดงจุดยืนเรียกร้องความเท่าเทียม

“ไผ่ ดาวดิน” ประกาศช่วงเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน ร้องเพลงชาติชู 3 นิ้ว ตะโกนไล่ “บิ๊กตู่” ขณะกลุ่มแดรกควีน ร่วมม็อบ 25 ตุลา สร้างสีสันที่แยกราชประสงค์ ยัน ทุกคนมีค่าเท่าเทียมกัน ไม่ว่าเพศสภาพไหน เมื่อเวลา 16.47 น. วันที่ 25 ต.ค. 2563 นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน เข้ามายังแยกราชประสงค์ เพื่อแจ้งนัดหมายทำกิจกรรมกับมวลชนกลุ่มราษฎร ว่า ในเวลา 18.00 น. จะร่วมกันเคารพธงชาติและชู 3 นิ้ว พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนที่อยากพูดได้พูดผ่านโทรโข่ง ซึ่งจะกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ จากนั้นในเวลา 20.00 น. ตรง จะร่วมกันตะโกนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ออกไป 17.00 น. ผู้ชุมนุมขยับขึ้นปิดแยกราชประสงค์ใต้สกายวอล์ค นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมี LGBTQ ที่มาในนามกลุ่มแดรกควีน (Drag Queen) มาสร้างสีสันให้กับการชุมนุม และแสดงออกความเท่าเทียมทางเพศ ให้มีสิทธิต่างๆ มากขึ้น […]

ด่วน! ราชกิจจาฯ ประกาศ ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและข้อกำหนดต่างๆ

ด่วน! ราชกิจจาฯ ประกาศ ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในกทม. และข้อกำหนดต่างๆ วันที่ 22 ต.ค.63 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศประกาศเรื่องยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ประกาศ ข้อกำหนด และคำสั่งที่เกี่ยวข้องตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2563 และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่2) ลงวันที่ 16 ต.ค.63 เพื่อใช้มาตรการเร่งด่วน ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เข้าระงับยับยั้งการกระทำอันกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ควบคุมและแก้ไขความปั่นป่วนวุ่นวายซึ่งนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง จนถึงวันที่ 13 พ.ย.63 นั้น โดยที่ปรากฏว่า ปัจจุบันเหตุการณ์ร้ายแรงอันเป็นเหตุให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงได้คลี่คลายความรุนแรงและยุติลง โดยอยู่ในภาวะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการบังคับใช้มาตรการตามที่กำหนดในกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาได้ตามปกติแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคสาม และมาตรา 11 วรรคสาม แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 นายกรัฐมนตรีจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครลงวันที่ 15 ต.ค.63 และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ […]

ปารีณา ลั่นอย่ากินปูนร้อนท้อง โอดเป็นเหยื่อโซเชียล ขู่ฟ้องชาวเน็ต ปัดไม่สู้คน

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรีพรรค พปชร. พร้อม นายทวี ไกรคุปต์ อดีตรมช.คมนาคม บิดาให้สัมภาษณ์ชี้แจงถึงการกรณีไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยใช้คำพูดว่า “อีช่อ” จนทำให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า พาดพิงถึงไป น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ว่าคำว่า อีช่อ ไม่ได้ระบุถึงใคร แต่คำว่าอีช่อแถวบ้านของตน หมายถึง คนที่ไม่รักษากฎระเบียบ เป็นคนที่เรียกกันแถวบ้านเป็นเหมือนคำที่เรียกกันเล่นๆ เป็นคำเปรียบเปรยถึงคนที่รักษากฎระเบียบ เราก็จะเรียกกันอย่างนี้และก็เรียกกันมานานแล้ว ส่วนที่มีการพูดพาดพิงไปถึงพรรคสีส้ม เนื่องจาก ส.ส.ในพรรคสีส้ม ไม่เคารพกฎระเบียบในการประชุมสภาฯ ซึ่งในวันประชุมดังกล่าว ก็รู้สึกว่า น.ส.พรรณิการ์ ก็ไม่เคารพระเบียบการประชุม เมื่อเห็นไมโครโฟนก็เดินไปกดปุ่ม เพื่อจะพูดทั้งที่ประธานสภาฯ บอกให้นั่งลงก็ยังไม่นั่ง และยังไม่หยุดพูดจนเพื่อนสมาชิกยกมือประท้วงก็ยังไม่ฟัง ทำให้เสียเวลาในการประชุมสภาฯ ที่สำคัญคือ เรื่องที่ น.ส.พรรณิการ์ พูดไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระการประชุม แต่กลับมาพูดเรื่องประชาธิปไตย เรื่องเผด็จการเรื่องการเหยียดเพศต่างๆ นานา ซึ่งสภาฯ ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่หาเสียง ทั้งนี้ยืนยันว่า สิ่งที่ตนไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กไม่ได้หมายถึงน.ส.พรรณิการ์ แต่ถ้าเขาจะกินปูนร้อนท้องหรือรู้สึกแสบถึงทรวงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวผู้ใหญ่ในพรรคพปชร. ได้ไม่ให้คำแนะนำอะไรที่เกี่ยวกับการใช้โซเชียล น.ส.ปารีณากล่าวว่า การไลฟ์สดที่พูดพาดพิงถึงคำว่า อีช่อ ไม่ได้ถือว่าผิดพลาด เพราะเป็นการตั้งใจ และยืนยันจะเล่นโซเชียลมีเดียเหมือนเดิม เป็นตัวของตัวเอง และถ้าเราไม่เป็นคนไม่ดีอย่างที่เขาพูดจริงคงไม่ได้เป็น ส.ส. มา 4 สมัย และคงสอบตกซึ่งไม่เคยสอบตกแม้แต่สมัยเดียว โดยผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่กระแสโซเชียลมีเดียโจมตีอย่างหนัก น.ส.ปารีณา กล่าวว่า “วันนี้ดิฉันเป็นเหยื่อของโซเชียลมีเดียการที่คนเข้ามาต่อว่าด่าทอหยาบคายพาดพิงไปถึงคุณพ่อเรื่องยิงสุนัขตายรวมถึงที่ถูกกล่าวหาว่าค้าอาวุธสงครามพาดพิงถึงวัวที่ดิฉันเลี้ยงไม่ดีต่อว่าดิฉันแย่งวัวตัวเองกินหญ้าถึงฟันดิฉันว่าฟันไม่สวยแม้กระทั่งกล่าวหาว่าดิฉันเป็นกะ… ซึ่งก็คิดว่าจะเอาเรื่องเหล่านี้ไปแจ้งความด้วย” ส่วนกรณีที่มีการติดแฮชแท็กว่า ปารีณาค้าอาวุธ จนติดเทรนด์อันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ น.ส.ปารีณากล่าวว่า เรื่องปารีณาค้าอาวุธไม่เกี่ยวกับเรื่องอีช่อ เขาพยายามเบี่ยงประเด็นไปสู่ในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำถ้าค้าอาวุธก็คงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ต้องไปอยู่ในคุก เมื่อถามว่า กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าได้โพสต์ข้อความพาดพิงไปถึงอดีตนายกรัฐมนตรีที่หนีไปนครดูไบ น.ส.ปารีณากล่าวว่าตนได้พูดถึงนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวสามารถย้อนไปดูได้ซึ่งตนตั้งใจ และยินดีน้อมรับ แต่ต้องบินกลับมาดำเนินคดีกับตนเอง เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าว จะนำไปสู่การกระทบกระทั่งในที่ประชุมสภาฯ ที่อาจถึงขั้นใช้ความรุนแรงหรือไม่ น.ส.ปารีณากล่าวเสียงเรียบว่า “อย่าตบกันเลยอย่าตบกันไม่ดีถ้าตบดิฉันก็ไม่สู้วิ่งหนีอย่างเดียว”   ข้อมูลจากKhaosod

สส.ปารีณา พลังประชารัฐ เฉลยแล้วชื่อ อีช่อ

จากกรณีร้อนแรงทางการเมืองที่น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) จ.ราชบุรีพรรคพลังประชารัฐไลฟ์สดถึงพรรคสีส้มทั้งยังฝากไปถึงคนชื่อช่อโดยใช้คำหยาบคายว่าอีท้ามาเจอในไลฟ์สดจะขอสั่งสอนเรื่องมารยาทระในหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรซึ่งบุคคลได้ได้ยินชื่อนี้คาดว่าหมายถึงน.ส.พรรณิการ์วานิชส.ส. แบบบัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กว้างขวางโดยตอนหนึ่งน.ส.ปารีณาพูดว่า “เขารู้นะว่าพวกคุณเป็นใครเวลาไลฟ์สดเขาก็เชิญคนเข้ามาในกล้องได้ด้วยพวกนักเลงคีย์บอร์ดมันแจ๋วจริงๆเลยมาเจอกันในไลฟ์สดไหมฝากไปบอก“อีช่อ” ด้วยนะมาเจอกันในไลฟ์สดหน่อยไหมเดี๋ยวจะสอนเวลาประชุมสภาเขาต้องทำกันยังไงจะได้รู้ระเบียบข้อบังคับและมารยาท” ล่าสุดน.ส.ปารีณาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า“นักข่าวถามว่าอีช่อหมายถึงใครตอบว่าอีช่อเป็นคำเรียกแถวบ้านถึงคนไม่อยู่ในระเบียบกฏเกณฑ์”