ครั้งเดียวพอ! สาวเดินตลาดนัด แวะร้านข้าวแกง ซื้อแกงไก่กับข้าวเปล่า แต่พอเจอราคาถึงกับอึ้ง

อีกหนึ่งเรื่องราวที่เรียกได้ว่ามีคนเข้ามาแสดงความเห็นกันจำนวนมาก จากกรณีเมื่อสาวผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพพร้อมเหตุการณ์ขณะไปเดินตลาดนัดกับแฟนหนุ่มใน จ.ภูเก็ต ก่อนจะเห็นร้านขายข้าวแกงจึงได้ตัดสินใจสั่งแบบใส่ถุงกลับบ้าน (แกงไก่ + ข้าว) อย่างละ 1 ถุง ก่อนมารู้ราคาจากแม่ค้าถึงกับรับไม่ได้ เนื่องจากปริมาณอาหารที่ได้มีเพียงไก่แค่ 5-6 ชิ้นเท่านั้น ผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความระบุว่า สอบถามหน่อยคะ แกงไก่+ข้าว 1ถุง 100 บาท ไก่ 5-6 ชิ้น แพงมั้ยคะ พอดีเมื่อวานไปเดินตลาดนัดเห็นร้านข้าวแกงก็เลยเข้าไปซื้อตอนแรกสั่งแบบราดข้าวเลยบอกแม่ค้าไปว่า.พี่ไม่ต้องราดข้าวได้มั้ยคะเพราะจะไม่กินก่อนเขาก็โอเคทุกอย่าง แฟนก็เลยถามว่าเท่าไหร่เขาบอก100 เรายืนอยู่ข้างๆ นึกในใจสงสัยเราฟังผิด แฟนก็ถามซ้ำเท่าไหร่นะครับ 100 บาทค่ะ คือ ตกใจอ่ะค่ะ อยากทราบว่า ราคานี้ปกติมั้ยคะ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกโพสต์ลงในโลกออนไลน์ ได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นพูดถึงร้านขายข้าวแกงดังกล่าว ที่คิดค่าอาหารเพียงแค่ 1 อย่างกับ ข้าวเปล่าอีก 1 ถุง ในราคาค่อนข้างแพงถึง 100 บาท ด้วยกัน

ชาวเน็ตโพสต์เตือน ร้านตามสั่งตายายโหด เจอกระเพราหมูกรอบจานละ 75 บ้าน

กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “นายเบิกบานหวานชื่น” โพสต์เฟซบุ๊กเตือนภัยตามสั่งตา-ยายโหด เป็นร้านอาหารตามสั่งธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา สั่งคะน้าหมูกรอบ 3 จาน กะเพราหมูกรอบ 1 จาน ข้าวผัด 1 กล่อง เพราะเต็มที่ก็คงไม่เกินจานละ 50 บาท ที่ไหนได้กินเสร็จเกือบ 400 บาท เจ้าของโพสต์ยัง ระบุว่า “เพิ่งจะเคยกินคะน้าหมูกรอบธรรมดา 75 บาท กะเพราธรรมดา 75 บาท ข้าวผัด 65 บาท โชคดีที่ไม่สั่งพิเศษ 85 บาท จึงฝากถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยดูแลเรื่องราคาด้วย” ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านอาหารตามดังกล่าว ตั้งอยู่เลขที่ 6/2 หมู่ 13 บ้านเทื่อม ริมถนนอุดรธานี-บ้านผือ ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นห้องเช่าปูนชั้นเดียว พบนายศักดิ์ชัย เชี่ยวขจร อายุ 71 ปี และนางแดง จันทร์พิรักษ์ อายุ 66 ปี สามีภรรยาเจ้าของร้าน โดยจากการสังเกตบริเวณหน้าร้านมีตู้กระจกใส่วัตถุดิบทำอาหาร และติดสติกเกอร์สีแดงและเหลือง ตัดเป็นข้อความ “ตามสั่งรสเด็ด ข้าวผัดคะน้าหมูกรอบ กระเพราทะเล” นายศักดิ์ชัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนกับภรรยาขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด แต่มาเปิดร้านขายอาหารตามสั่งตรงนี้ 7-8 ปีแล้ว โดยเช่าร้าน 2,000 บาท จะเขียนราคาอาหาร และน้ำดื่ม ติดไว้ฝาผนังร้าน ซึ่งสามารถขายได้วันละ 10-20 จาน แต่มาทุกวันนี้ขายได้ 3-5 จาน นายศักดิ์ชัย กล่าวต่อไปว่า เมื่อบ่ายวานนี้มีลูกค้าขาจร เป็นผู้ชายมาสั่งอาหารใส่กล่อง 5 กล่อง คะน้าหมูกรอบ 3 กล่อง ๆ ละ 75 บาท กระเพราหมูกรอบ 1 กล่อง ๆ ละ 75 บาท ข้าวผัด 1 กล่อง 65 บาท ลูกค้านั่งรอที่โต๊ะเสร็จแล้วตนคิดเงิน 385 บาท ลูกค้าจึงโวยวายต่อว่าตนขายแพง ตนก็อธิบายว่าราคาไม่แพง เพราะต้นทุนมาแพง แต่อธิบายเท่าไรก็ไม่ยอมรับโกรธและด่าตนเสีย ๆ หาย ๆ ว่า ขายวันเดียวก็รวยแล้ว ตนอยากจะบอกบอกไปว่า ถ้าเช่นนั้นก็ให้ลูกหลานคุณมาขาย ถ้า 1 วันขายแล้วรวย ตนติดราคาไว้ทำไมไม่ดู ทำไมไม่ถามราคา ถ้าคิดว่าราคาแพงก็ไม่ต้องกิน ไม่ต้องซื้อ พร้อมกับเดินไปชี้สติกเกอร์ราคาอาหารที่ติดอยู่ฝาผนังร้านให้ผู้สื่อข่าวดู “เมื่อเช้านี้ มีตำรวจมา 2 คน ถามว่าทราบไหมมีคนไปโพสต์เฟซบุ๊ก ว่าผมขายอาหารแพง ผมก็บอกว่าตอนโต้แย้งกัน ผมก็อธิบายว่ายังไง เขาก็ไม่ยอมรับราคา ผมก็ติดให้ดู สมมติว่าคนตาบอดจะไปซื้อน้ำปลาซักขวด แล้วมาบอกว่าตาบอด มองไม่เห็น ผมถามว่าคนซื้อกับคนขายต้องถามราคากัน ถ้าไม่ถามจะซื้อกันได้อย่างไร” นายศักดิ์ชัย กล่าว นายศักดิ์ชัย เผยต่ออีกว่า จะไม่ปรับราคาขาย จะขายในราคาเดิม เพราะปรับไม่ได้ ทุกวันนี้ของแพงขึ้นมาเรื่อย ๆ จะให้ขายอยู่ในราคาเดิมได้อย่างไร ขายไม่ได้กำไร ตนลงทุนมากแต่ขายได้น้อยก็เจ๊ง อยู่ไม่ได้ ต้องปรับราคาตามต้นทุน ทุกวันนี้ก็ขายอาหารไม่ได้เงินอยู่แล้ว ขาดทุน ได้แค่ค่าเช่า บางวันก็ได้แค่ค่ากิน ตนขายราคา 75 บาทมานานแล้ว อาหารตนอร่อยได้เยอะไม่มีใครเทียบได้ ร้านตนดังอยู่แล้ว เคยมีคนมาเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง 20-30 เจ้าแล้วก็เจ๊งหมด เขาคงคิดว่าขายอาหารตามบ้านนอกต้องราคา 20-30 บาท แต่เขาไม่คิดว่าต้นทุนแพง ตนเลยต้องขายแพง ทั้งที่ตนไม่ได้คิดค่าแรงด้วยซ้ำไป ซึ่งตนกำลังสั่งทำป้ายใหม่ด้วย

นายพิตตินันท์ รักเอียด คนสนิทของ ร.อ.ธรรมนัส ออกมาโต้ข่าวเรื่องหน้ากากพร้อมแจ้งความเอาผิดแล้ว

นายพิตตินันท์ รักเอียด คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) ชี้แจงว่า ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายศรสุวีร์ ภู่รวีร์รัศวัชรี ที่สถานีตำรวจภูธรท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ใน 2 ข้อหา คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และการกักตุนสินค้า รวมทั้งมอบให้ทนายความดำเนินการในกรณีที่มีการแอบอ้างชื่อ เพื่อดำเนินการให้เต็มที่ เนื่องจากทำให้เกิดความเสื่อมเสียทั้งตนและร.อ.ธรรมนัส ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับผู้ที่กักตุนหน้ากากอนามัย ไม่รู้เรื่อง และไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ได้พบกันเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นการตลาดของผู้ที่โพสต์เฟซบุ๊กที่ต้องการทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ ส่วนที่นายศรสุวีร์ โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณในฐานะพี่ชาย ที่ทำให้เข้าใจกันได้ว่าสนิทสนมนั้น ความจริงคือไม่มีความสนิทสนม เคยพบกันเพียงครั้งเดียว และไม่เคยเจรจาหรือพูดคุยในเรื่องหน้ากากอนามัย จึงต้องว่ากันไปตามกระบวนการกฎหมาย

ประชาชนร้องเรียน มีการขายหน้ากากอนามัยแพงเกินราคา จนท.เลยล่อซื้อจับตัวแม่ค้า

วานนี้ (28 ก.พ.63) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นายประทีป เจริญกัลป์ เลขานุการกรม สคบ นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผอ.ส่วนกฎหมาย สคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และ ดต.ธเนตร เฮ้าจัตุรัส ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปคบ. ร่วมกันออกตรวจร้านค้าต่างๆ บริเวณชั้น 1 หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีร้านค้าบางร้านจำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด จากการตรวจสอบและล่อซื้อ พบร้านค้าจำหน่ายกระดาษทิชชูและสินค้าอื่นๆ มีการนำหน้ากากอนามัยแบ่งใส่ถุงแพ็คละ 5 อัน จำหน่ายราคาแพ็คละ 100 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุม น.ส.มณีรัตน์  (สงวนนามสกุล) คนขาย โดยเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำความผิดตามมาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการใดๆ โดยจงใจที่จะทำให้ราคาต่ำเกินสมควรหรือสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้าหรือบริการใด ตามทพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนอีกร้านที่จำหน่ายหน้ากากอนามัยเช่นเดียวกัน ได้รีบเปลี่ยนราคาเป็นอันละ 10 บาททันที  เจ้าหน้าที่ สคบ. จึงว่ากล่าวตักเตือนไม่ให้จำหน่ายแพงอีก มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย น.ส.มณีรัตน์ ยอมรับว่า ราคาที่ขายตามป้ายปิดเอสไว้จริง 5 อัน 100 บาท เพราะรับมาต้นทุนสูง เมื่อช่วงก่อนจะขายแค่อันละ 10 บาท ตอนนั้นต้นทุนมาต่ำเราก็จำหน่ายต่ำ แต่เมื่อสินค้าไม่มี ขาดตลาด เราหาซื้อมาได้ราคาสูงก็ต้องจำหน่ายราคาสูงตาม เป็นไปตามกลไกตลาด ไม่คิดที่จะฉวยโอกาสแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. และ เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในแจ้งข้อหาขายสินค้าราคาแพงเกินควร ก่อนจะควบคุมตัวไปส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นายพิฆเนศ กล่าวว่า มีประชาชนได้พบเห็นและร้องเรียนไปยัง สคบ. ว่าที่ร้านค้าเปิดบูทขายที่อาคารบี ชั้น 1 จำหน่ายหน้ากากอนามัยสูงเกินปกติไปมาก สคบ. จึงประสานไปยังกรมการค้าภายในและ ตำรวจ บก.ปคบ.ร่วมดำเนินการ พบร้านที่หนึ่งจำหน้าสูงเกินไปเล็กน้อยจึงแนะนำให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยราคากลางของสินค้าและบริการ ส่วนอีกร้านพบว่าติดป้ายประกาศว่าเป็นหน้ากากอนามัยหนา 3 ชั้น (แบบเดียวกับที่แพทย์ใช้ บรรจุ 50 แผ่น 1,000 บาท เฉลี่ยแผ่นละ 20 บาท มาตรฐานอเมริกา ซึ่งเสนอขายในราคาที่สูงเกินกฎหมายกำหนด กรมการค้าภายในจึงมาดำเนินการตามกฎหมาย สคบ.จะแจ้งประสานให้ กรมการค้าภายในที่อยู่ทั่วประเทศดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามที่ประชาชนร้องเรียนแจ้งเบาะแสเข้ามาต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ร้านขายยาองค์การเภสัชกรรม ที่อยู่ชั้นหนึ่ง บริเวณเดียวกันได้เปิดจำหน่ายหน้ากากอนามัยแกประชาชนทุกวัน จ.-ศ. เวลาประมาณ 10.00 น. โดยกำหนดวันละ 100 คิว คนหนึ่งซื้อได้ไม่เกิน 10 อันๆ ละ 1 บาท ซึ่งมีประชาชนต่อคิวเข้าแถวเต็มทุกวัน ไม่เพียงพอต่อความต้องการ  

เจอราคานี้ไปอึ้งเลย! สาวสั่งข้าวผัดหมู จากร้านรถเข็นริมทางที่บางแสน กล่องละ 150 บาท

กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกตั้งคำถามในโลกโซเชียลว่าแพงไปไหม หลังจากที่หญิงสาวท่านหนึ่งโพสต์เรื่องราวดังกล่าวหลังเธอไปซื้อข้าวผัดหมู พิเศษ แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายตังค์ ทำเอาเธอสตั๊นไปชั่วครู่ เมื่อราคาข้าวผัดที่เธอสั่งมีราคาอยู่ที่ 150 บาท โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา หญิงสาวท่านนี้ได้ไปสั่งข้าวผัดหมูที่ร้านค้าแห่งหนึ่งซึ่งเป็นรถเข็น หน้าโรงเรียนโสต หาดวอนนภา บางแสน อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อถึงเวลาคิดเงินแม่ค้าบอกว่าราคา 150 บาท เธอตกใจมาก ๆ เหมือนสั่งข้าวผัดทะเล พร้อมตั้งคำถามว่าราคานี้แพงไปไหม? โดยเจ้าตัวระบุเพิ่มเติมว่าอยู่ที่นี่มา 6 ปี ยังไม่เคยเจอข้าวผัดหมูราคานี้มาก่อนเลย ซึ่งเธอได้เล่าเหตุการณ์วันนั้นว่า เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา เวลาประมาณตี 1 ถึง ตี 2 ตนไปซื้อข้าวผัดหมูที่ร้านดังกล่าว ซึ่งพิกัดจะอยู่ตรงแถวๆ โรงเรียนโสต หาดวอนนภา โดยถัดมาจะเป็นห้องน้ำร้านที่ขายอยุ่หน้าห้องน้ำ และข้างห้องน้ำเป็นร้านเหล้าบาร์ปาขวด เป็นร้านรถเข็นเล็กๆ ไม่ทันได้สังเกตมีชื่อร้านไหม แต่เจ้าของร้านเป็นแม่กับลูก และไม่แน่ใจว่ากลางวันเขาขายหรือเปล่า ตอนนั้นตนก็สั่งข้าวผัดหมู พิเศษ เขาบอกราคามา ตอนนั้นแม่ค้าคือลงมือผัดแล้ว ตอนแรกคิดว่าฟังผิดเลยถามย้ำตอนรับข้าวมาว่าเท่าไหร่ เขาย้ำว่า 150 บาท เลยตกใจว่าทำไมราคาขนาดนี้ ตนมาซื้อร้านนี้เป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่ามีคนเคยซื้อร้านนี้แล้วโดนราคานี้เหมือนกันไหม ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวที่โพสต์ไปคือ ถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพง เป็นอุทาหรณ์ฝากให้เพื่อนๆ ให้ระวังไว้ และอยากฝากให้ทางเทศบาลเข้าไปตรวจสอบ รู้สึกเข็ดกับร้านนี้มาก ๆ ตอนนี้จะกินอะไรแถวหาดวอนนภา ก็รู้สึกคิดหนักมากทุกครั้ง ทั้งๆ ที่อยู่แถวนี้มาแล้วกว่า 6 ปี พอมาเจอแบบนี้ครั้งแรกก็รู้สึกอึ้งๆ อยู่เหมือนกัน

1 2 3 4