สุดอึ้ง!! เบื้องหลังแม่ค้าคนเก่ง ถ่ายภาพลงขายออนไลน์ สวยงามแทบไม่น่าเชื่อ

ยุคขายของออนไลน์ มีพ่อค้าแม่ค้ามากมาย ได้ช่องทางทำมาหากิน  และทุกวันนี้คุณจะพบสินค้าดีๆมากมายที่ขายทางออนไลน์และหลาย ๆ ชิ้นก็มีรูปถ่ายที่สวยงามที่ทำให้คุณอยากซื้อสินค้านั้นอย่างแท้จริง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังอาจมีผู้ขายดิ้นรนเพื่อถ่ายภาพมากน้อยแค่ไหน เธอคนนี้ก็เช่นกัน ซึ่งทุกวันนี้ มีสินค้าที่เห็นทั้งรูปภาพและวิดิโอ ใ่หลูกค้าได้เลือตามใช้ชอบ แต่บางครั้งภาพที่ออกมาไม่สวยงาม ไม่ตรงปกบ้างละเธอเห็นว่าเมื่อขายสินค้าโดยเฉพาะทางออนไลน์ที่ผู้ซื้อที่คาดหวังของคุณไม่สามารถอ่านสินค้าได้ดีสิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ารูปถ่ายของคุณดูเรียบร้อย ยิ่งรูปภาพดีเท่าไหร่โอกาสที่ลูกค้าในอนาคตจะซื้อสินค้าก็มีมากขึ้นเท่านั้น ข่าวอื่นเพิ่มเติม สุดอึ้ง!! หนุ่มแก้ผ้าเปลือยหน้าบ้านสาว จนกว่าผู้หญิงจะยอมแต่งงานด้วย สุดอึ้ง! หนุ่มลูกดก มีลูก 151 คน เมีย 16 คน เผยเตรียมแต่งเมียคนที่ 17ต่อ Donna Donna เป็นผู้ขายออนไลน์ที่เป็นเจ้าของ D&D Collection PH ซึ่งเป็นร้าน ukaw ออนไลน์ที่ตั้งอยู่ใน Sasmuan, Pampanga เธอขายมาตั้งแต่ปี 2016 และได้เรียนรู้ศิลปะในการถ่ายภาพที่ดีที่สุดจากมุมที่ดีที่สุดด้วยอุปกรณ์ประกอบฉากที่ดีที่สุดเพื่อขายสินค้าของเธอให้ดีที่สุดมาชมภาพของเธอกัน ที่ถ่ายด้วยมือถือธรรมดา ๆ แต่ภาพออกมาสวยงามองค์ประกอบลงตัว เห็นแล้วน่าซื้อใช้ ต้องช้อปกระจายกันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ต่างบอกว่า “อึ้ง แบบนี้สุดยอดไปเลยยย พึ่งรู้ว่ามันทำกันแบบนี้ ล้ำ แม่ค้าน่าเอาไปทำตาม” บ้างก็บอกว่า “ภายใต้เบื้องหลัง น่าสนใจมาก ตลกก็ตลก เจ๋งความคิดเริศ” กลายเป็นประเด็นที่คนกำลังแชร์กันเป็นจำนวนมากขณะนี้

ยังลอยนวล!!! เตือนภัยโจรแสบ โกงยันค่า “ทุเรียน” “ผู้เสียหาย” หลงเชื่ออีกเป็นสิบ

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 เวลาประมาณ 13.00 น. นางสาวสิริรัตน์ สีเหลือง อายุ 25 ปี ได้เข้าร้องเรียนและแจ้งความฉ้อโกงทรัพย์ นางสาวจิรภัทร เฉลียวไว อายุ 22 ปี ที่ สภ.สารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พ.ต.ต. ภัณฑารักษ์ เครือรงค์ พนักงานสอบสวนประจำ สภ. สารภี จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับเรื่องไว้ โดย นางสาวสิริรัตน์ สีเหลือง ระบุว่า   เตือนภัย!! พนักงานร้านสะดวกซื้อ หลอกคิดเงินเกินราคา ทำได้ลงคอ มิจฉาชีพใช้แบงค์ปลอมมาซื้อลอตเตอรี่คนพิการ (มีคลิป) สุดแสบ! ผัวเมียมิจฉาชีพ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของการไฟฟ้า สามารถฝากเข้าทำงานได้ แต่ต้องใช้เงินหลายแสน   เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2564 นางสาวจิรภัทร เฉลียวไว ได้โพสต์ขายทุเรียนลงในกลุ่ม “ซื้อขายทุเรียน จันทบุรี” นางสาวสิริรัตน์ จึงได้ทักไปสอบถามเพื่อสั่งซื้อทุเรียน จำนวน 200 กิโลกรัม ในราคา 18,000 บาท เพื่อนำมาขายต่อที่จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวจิรภัทรจึงได้บอกให้นางสาวสิริรัตน์โอนเงินค่ามัดจำจำนวน 8,000 บาท และจะจัดส่งให้ฟรี หากแต่ เมื่อถึงเวลาที่ต้องส่งทุเรียนให้นางสาวสิริรัตน์ กลับไม่มีทุเรียนมาส่ง เธอจึงได้ทักสอบถามไปแต่ถูกนางสาวจิรภัทรบ่ายเบี่ยงเรื่อยมาและหายไปในที่สุด นางสาวสิริรัตน์เอะใจว่าจะโดนโกงจึงได้ค้นหาข้อมูลของนางสาวจิรภัทร และพบว่า นางสาวจิรภัทรนั้นเป็นมิจฉาชีพจริง ซึ่งตอนนี้มีผู้เสียหายที่โดนฉ้อโกงทรัพย์โดยนางสาวจิรภัทรจำนวนมาก และเหยื่อหลายรายมีประวัติถูกฉ้อโกงมาตั้งแต่ปี 2561 แต่มิจฉาชีพยังคงลอยนวลอยู่ โดยวิธีการฉ้อโกงนั้น นางสาวจิรภัทรจะปลอมตัวเป็นแม่ค้าและโพสต์ขายสินค้าต่างๆ ลงในกลุ่มซื้อขายสินค้า เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ ทักมาสั่งซื้อสินค้าก็จะให้เหยื่อโอนเงินค่าสินค้าให้เท่านั้น หากเหยื่อขอชำระเงินปลายทางก็จะปฏิเสธการขายโดยทันที       ซึ่งตอนนี้ นางสาวจิรภัทร เฉลียวไว ยังเป็นมิจฉาชีพที่ลอยนวลอยู่ ผู้เสียหายกว่าสิบรายจึงร้อนใจต้องการตามตัวมาดำเนินคดี และฝากเตือนภัยถึงประชาชนหลายๆ ท่านให้ช่วยเป็นหูเป็นตา และอย่าหลงเชื่อจนกลายเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพคนนี้อีกราย    

งานเข้าอีก! กรมสรรพากร​ จะเข้าตรวจสอบ​ ภาษีเงินได้จากการทำธุรกิจออนไลน์ของ พิมรี่พาย

กรณี ‘พิมรี่พาย’ หรือ น.ส.พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ ‘เน็ตไอดอล’ และยูทูบเบอร์ชื่อดัง เจ้าของแฟนเพจพิมรี่พาย เครื่องสำอาง และความเฮง ลงคลิป ‘สุขสันต์วันเด็ก’ ด้วยการนำอุปกรณ์ไปช่วยอำนวยความสะดวกให้เด็กที่หมู่บ้านแม่เกิบ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ โดยหมู่บ้านดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงทุ่มเงินกว่า 5 แสนบาทเพื่อนำแผงโซลาร์เซลล์เข้าไปติดตั้ง พร้อมด้วยอุปกรณ์อื่น ๆ อย่างไรก็ดีมีบางฝ่ายมองว่า ‘พิมรี่พาย’ อาจแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ ‘ฉาบฉวย’ และไม่ยั่งยืน ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนเจ้าตัวออกโรงปกป้องเช่นกันว่า ถ้าไม่มีคนทำหรือช่วยเหลือก่อน คงไม่มีหน่วยงานรัฐที่ไหนเหลียวแล เป็นต้น ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2564 พบว่า น.ส.พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ในธุรกิจเสริมความงามอย่างน้อย 2 แห่ง ได้แก่ 1.บริษัท พิมรี่พาย สกินแคร์ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2562 ทุนปัจจุบัน 1 ล้านบาท แจ้งประกอบธุรกิจกิจกรรมคลินิกโรคเฉพาะทาง ตั้งอยู่ที่ 345/1 ซ.งามวงศ์วาน 47 แยก 42 (ชินเขต 2/40) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. ปรากฏชื่อ น.ส.พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ และนายสานิต สนองเกียรติ เป็นกรรมการ รายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2562 น.ส.พิมรดาภรณ์ ถือใหญ่สุด 6,000 หุ้น (60%) นายสานิต ถือ 3,500 หุ้น (35%) และนายธนิศ นภาดล ถือ 500 หุ้น (5%) ยังมิได้แจ้งงบการเงิน 2.บริษัท พิมรี่พาย คอสเมติก จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2562 ทุนปัจจุบัน 1 ล้านบาท แจ้งประกอบธุรกิจ การขายส่งเครื่องสำอาง ตั้งอยู่ที่เดียวกับบริษัท พิมรี่พาย สกินแคร์ จำกัด ปรากฏชื่อ น.ส.พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ และนายสานิต สนองเกียรติ เป็นกรรมการ รายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2562 น.ส.พิมรดาภรณ์ ถือใหญ่สุด 6,000 หุ้น (60%) นายสานิต ถือ 3,500 หุ้น (35%) และนายธนิศ นภาดล ถือ 500 หุ้น (5%) ยังมิได้แจ้งงบการเงิน ขณะที่นายสานิต ปรากฏชื่อเป็นกรรมการบริษัทอีกอย่างน้อย 1 แห่ง ได้แก่ บริษัท พิมรี่พาย แอนด์ เฟรนด์ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2563 ทุนปัจจุบัน 1 ล้านบาท แจ้งประกอบธุรกิจร้านขายปลีกเครื่องสำอาง ตั้งอยู่ที่เดียวกับบริษัท พิมรี่พาย สกินแคร์ จำกัด ปรากฏชื่อ นายสานิต สนองเกียรติ นายธนิศ นภาดล และนายทัตพล ชัยชนะเมธี เป็นกรรมการ รายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2563 นายสานิต ถือหุ้นใหญ่สุด 6,000 หุ้น (60%) นายธนิศ นภาดล ถือ 3,000 หุ้น (30%) และนายทัศพล ชัยชนะเมธี ถือ 1,000 หุ้น […]

สาวตัวแสบ 7 เดือนเข้าคุก 3 รอบ

ตำรวจสืบภาค 7 ตามรวบสาวแสบ ตุ๋นขายที่นอนยางพารารอบที่ 3 ในรอบ 7 เดือน แฉยังมีหมายจับติดตัวอีก 6 คดี ทั่วประเทศ     เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.ภ.7 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.7 นำกำลังตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.7 สนธิกำลังฝ่ายสืบสวน สภ.โพหัก จ.ราชบุรี เข้าจับกุม น.ส.ชนิสรา หรือนก แสงบุญ อายุ 37 ปี ชาว จ.อ่างทอง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ที่ จ.127/2563 ลงวันที่ 20 ก.ค.63 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อิ่นหรือประชาชน โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณห้างสรรพสินค้าอยุธยาซิตี้ปาร์ค ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา   การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.7 ได้รับร้องเรียนจากประชาชนหลายราย ที่หลงเชื่อโอนเงินค่าสินค้าชุดเครื่องนอนยางพารา ทางเพจเฟซบุ๊ก “Perfect room” และ “Best slumber ที่นอนในฝัน” สร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท จึงทำการสืบสวนเฝ้าติดตามจนทราบตัวผู้ต้องหาคือ น.ส.ชนิสรา เปิดเพจขายสินค้า เมื่อมีลูกค้าสนใจสั่งซื้อสินค้าและโอนเงินให้ น.ส.ชนิสรา กลับไม่ยอมส่งสินค้าให้ตามวันและเวลาที่กำหนดแล้วหลบหนีไป ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.โพหัก จ.ราชบุรี รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับ ชุดจับกุมจึงทำการสืบสวนลงพื้นที่ติดตามตัว จนกระทั่งเมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา สามารถจับกุม น.ส.ชนิสรา ได้ที่บริเวณห้างสรรพสินค้าอยุธยาซิตี้ปาร์ค เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า เป็นบุคคลตามหมายจับจริง และอ้างว่าไม่เคยถูกจับในคดีเดียวกันมาก่อน     ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า น.ส.นริสรา เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่อื่นๆ จับกุมตัวในข้อหาลักษณะเดียวกันมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เมื่อช่วงเดือน ก.ค.63 ถูกตำรวจ สภ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา ดำเนินคดี ส่วนครั้งที่ 2 ถูกตำรวจ กก.ดส.บช.น.จับกุมตัวส่ง สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนี้ในปัจจุบันเจ้าตัวยังหลบหนีหมายจับอีก 6 หมาย ของ สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ,สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีษะเกษ ,สภ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ,สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ และ สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี หลังมีพฤติกรรมฉ้อโกงลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ เกือบทั่วประเทศ เบื้องต้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพหัก ดำเนินคดีต่อไป  

จับ ” ผัวเมีย “คารพ.หลอกขายสินค้าออนไลน์

     ตำรวจ 191 จับกุมตัว 2 ผัวเมียขณะพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาล ตามหมายจับศาลฐานร่วมกันฉ้อโกง แฉพฤติกรรม เข้าไปเป็นสมาชิกกลุ่มซื้อขายสินค้าออนไลน์ทางเฟซบุ๊ก ก่อนหลอกขายของให้ผู้เสียหาย พอได้เงินแล้วกลับเบี้ยวส่งของ     เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รอง ผบช.น.รรท.ผบก.สปพ. สั่งการให้ ร.ต.อ.กฤตพร แสงสุระ รอง สว.งานสายตรวจ 2 ร.ต.อ.ชลอ เพชรทอง รอง สว.(ป.) งานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ.พร้อมพวก ร่วมกันจับกุมตัวสองสามีภรรยาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่หลอกลวงประชาชนมีผู้เสียหายจำนวนมาก  ประกอบด้วย นายนฤชิต วงศ์ฟูเฟื่องขจร อายุ 40 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ฐานยักยอกทรัพย์ และ น.ส.ธัญญลักษณ์ วงศ์ฟูเฟื่องขจร อายุ 28 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดหล่มสัก ฐานร่วมกันฉ้อโกง จับกุมได้ขณะทั้งคู่พาลูกชายวัยขวบเศษไปรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ      สำหรับพฤติการณ์ของสองสามีภรรยาคู่นี้คือ จะเข้าไปเป็นสมาชิกในเฟซบุ๊กกลุ่มซื้อขายสินค้าออนไลน์ต่างๆ หลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มซื้อขายพระเครื่อง กลุ่มนาฬิกา กลุ่มสะสมสุราเก่า กลุ่มสินค้าแม่และเด็ก รวมถึงกลุ่มขายอาหารในช่วงล็อกดาวน์โควิด-19 ที่ผ่านมาด้วย จากนั้นทั้งคู่จะร่วมกันแสดงตัวเองเป็นพ่อค้าแม่ค้า มีสินค้ามาจำหน่าย ซึ่งมีราคาถูกกว่าสินค้าทั่วไป โดยใช้วิธีหว่านล้อมหลอกล่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ผู้เสียหายจึงโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารชื่อของ น.ส.ธัญญลักษณ์ ผู้เป็นภรรยา โดยหวังว่าจะได้รับสินค้าตามที่ตกลง แต่พอถึงเวลานัดหมาย กลับไม่มีการส่งสินค้าให้ พอผู้เสียหายสอบถามก็จะบ่ายเบี่ยง ออกอุบายหาเหตุผลต่างๆ นานา เพื่อให้ยังเชื่อว่ามีสินค้าอยู่จริง แต่ติดปัญหาบางประการจึงยังส่งไม่ได้  หรือจะโอนเงินคืนให้ จนเวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ ผู้เสียหายถึงรู้ว่าถูกหลอกจริงๆ ซึ่งทำให้สองสามีภรรยานักต้มตุ๋นมีเวลาหนีไปตามจังหวัดต่างๆ ย้ายถิ่นที่อยู่ไปเรื่อยๆ พอเรื่องเงียบ ก็จะสมัครบัญชีเฟซบุ๊กใหม่ กลับมาหลอกลวงเหยื่อใหม่ๆ อีกรอบ        สำหรับผู้เสียหายจากการฉ้อโกงของสองสามีภรรยามีเป็นจำนวนมาก ทั้งกลุ่มซื้อขายนาฬิกา บางคนถูกหลอกไปหลายแสนบาท ส่วนกลุ่มสะสมสุราเก่าก็มีผู้ถูกหลอกหลายคน รวมแล้วยอดนับแสน แม้แต่กลุ่มสินค้าแม่และเด็ก และกลุ่มขายอาหารในช่วงล็อกดาวน์โควิด-19 ที่มีพ่อค้าแม่ค้ารวมกลุ่มกันซื้อขายในละแวกบ้านใกล้เคียง สองผัวเมียก็ยังเข้าไปหลอกขายกับข้าวราคาไม่กี่สิบบาท แล้วไม่ส่งของให้ สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว ทำให้มีหมายจับติดตัวคนละ 3-4 หมาย ซึ่งสองสามีภรรยาคู่นี้ไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน ทำให้ย่ามใจกล้าก่อเหตุมาตลอด สุดท้ายหนีไม่รอด ต้องมาจนมุมตำรวจ 191 ในที่สุด

1 2