พ่อหนุ่ม ชาวโปแลนด์ ” พลิกวิกฤต ” เป็น ” โอกาส ” ทำเป็นรถส่งวัคซีน ที่แท้ส่งยาบ้า 40 กก.

พ่อหนุ่ม ชาวโปแลนด์ ” พลิกวิกฤต ” เป็น ” โอกาส ” ทำเป็นรถส่งวัคซีน ที่แท้ส่งยาบ้า 40 กก. nrk สถานีโทรทัศน์แห่งชาตินอร์เวย์ เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้สกัดกั้นชายชาวโปแลนด์วัย 50 ปีรายนี้ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่เขาได้เดินทางมาจากเดนมาร์ก โดยเรือข้ามฟากได้ไม่นาน ซึ่งรถตู้ของเขานั้นได้นำสติ๊กเกอร์แม่เหล็กที่มีตราบริษัท ไบออนเทค บริษัทผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 ร่วมกับทางไฟเซอร์ ติดอยู่ที่ฝากระโปรงหน้ารถ และประตูข้างคนขับ หวังตบตาเจ้าหน้าที่ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเรียกรถขนดังกล่าว เพื่อตรวจสอบหลังสังเกตเห็นความผิดปกติ และเมื่อเข้าตรวจสอบรถคันดังกล่าวก็พบว่า ภายในรถนั้นมีแอมเฟตามีน หรือยาบ้า 40 กิโลกรัม ถูกซุกซ่อนอยู่บนหลังคาของรถ ทำให้เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าจับกุมชายคนดังกล่าวทันที ข่าวที่เกี่ยวข้อง ไม่รอช้า ! นายกฯ นิวซีแลนด์ ” ประกาศล็อกดาวน์ ระดับที่ 4 ทั่วประเทศ ” เหตุ เพราะพบผู้ติดเชื้อใหม่ 1 ราย ขอโทษทั้งน้ำตา ! แพทย์หญิง เปิดหมดเปลือกพาแม่ และพี่สาว ” ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ” ก้นขวดที่ทิ้งแล้ว ยืนยันว่า ” ไม่ได้แย่งด่านหน้า ”  หลังจากนั้นศาลนอร์เวย์ก็ได้มีคำสั่งจำคุกชายคนดังกล่าว เป็นเวลา 10 ปี 6 เดือน โดยศาลได้ระบุว่า ชายรายนี้เป็นขับรถบรรทุกในเยอรมนี และได้รับการเสนอเงินจำนวน 20,000 ยูโรหรือประมาณ 7.8 แสนบาท เพื่อลักลอบนำเข้าแอมเฟตามีนไปยังนอร์เวย์ โดยแรงจูงใจที่ทำให้เขาหันมาระทำผิดกฎหมายในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการว่างงานและขาดรายได้ ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เขาเช่ารถตู้ในเยอรมนี ก่อนจะขับรถไปยังอัมสเตอร์ดัม เพื่อรับยาจำนวนดังกล่าว และยังมีการอ้างว่าที่ ชายรายนี้ตัดสินใจรับงานก็เป็นเพราะว่า ผู้ว่าจ้างทราบว่าครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ที่ไหนในเยอรมนี ทำให้เกิดความกลัวว่าถ้าหากปฏิเสธ อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับครอบครัวของเขาได้ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวอ้างว่าชายคนนี้คิดว่าสินค้าที่อยู่ภายในเป็นเพียงกัญชาไม่ใช่ยาบ้า ซึ่งการโดนโทษจำคุกกว่า 10 ปีนั้นทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก ต่างจากที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก ว่าเขาอาจจะถูกจำคุกเพียงแค่ 3-4 ปี เนื่องจากเขานึกว่าสิ่งที่เขาขนนั้นเป็นเพียงกัญชาเท่านั้น อย่างไรนั้น ศาลก็ไม่เชื่อคำแก้ต่าง ๆ ดังกล่าว หลังจากที่พบรอยนิ้วมือและหลักฐานดีเอ็นเอที่พบในถุงปิดผนึกสูญญากาศที่บรรจุยาบ้า ซึ่งทำให้ศาลเชื่อว่ามีความเป็นไปได้มากกว่าร้อยละ 50 ว่าเขาลักลอบนำเข้ายาบ้า และถึงแม้ว่าเขาจะอธิบายว่ากระเป๋าใบหนึ่งตกลงมาจากช่องที่ซ่อนอยู่และกระแทกศีรษะระหว่างการเดินทาง ทำให้มีรอยนิ้วมือและดีเอ็นเอของเขาติดอยู่ก็ตาม ขอบคุณข้อมูลจาก :  nrk

ตำรวจไล่ล่า! จับยาไอซ์ 21 กก. มูลค่ากว่า 20 ล้าน

วันที่ 24 มีนาคม 2564  พล.ต.บุญสิน พาดกลาง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ พล.ต.ต.สรรธาน อินทรจักร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พ.อ.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 กกล.สุรศักดิ์มนตรี (ร.3) พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช ผบ.ฉก.ทพ.21 (ผบ.กรม ทพ. 22 ) พ.ท.ธัญวพิสิทธิ์ จิรากฤติภาสกุล กอ.รมน. จ.มุกดาหาร ร่วมกันแถลงจับกุมยาไอซ์จำนวน 21 ห่อ น้ำหนัก 21 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 20 ล้าน ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้านหลังท่าทรายชนันพร ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงได้ร่วมกันดักซุ่มในบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. (24 มี.ค.2564) ได้ตรวจพบเรือหางยาว ขับแล่นมาจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ได้ขับเลาะเลียบริมฝั่งแม่น้ำโขงเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว และคนขับเรือได้โยนกระสอบบรรจุสิ่งของบางอย่างขึ้นมาบนฝั่ง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง จับยาบ้าล็อตใหญ่ แก๊ง”อ้วน เซียงตึ๊ง” กว่า 4 ล้านเม็ด! “กุ๊ก ระยอง-กลุ่มชนเผ่า” พร้อมยาบ้ากว่า 7 ล้านเม็ด ยึดทรัพย์อีก 35 ล้านบาท เวลาประมาณ 22.10 น. วันที่ 23 มี.ค.64 เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งนิสสัน อัลเมร่า สีดำ ขับจะผ่านด่านตรวจ มุ่งหน้าไปยัง จ.อุดรธานี จึงได้เรียกให้หยุดรถ โดยมีนายนันทวัฒน์ เป็นคนขับ และนายอติเทพ นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับ เมื่อนายนันทวัฒน์จอดรถ เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจค้น จังหวะนั้นนายอติเทพ ได้เปิดประตูลงจากรถวิ่งหนี ด.ต.แดนชัย พรมมา และ ด.ต.นิรันดร์ ทุมรักษา ได้วิ่งติดตามอย่างกระชั้นชิดจนสามารถจับกุมตัวไว้ได้ ส่วนนายนันทวัฒน์ เจ้าหน้าที่จับตัวคาพวงมาลัย ตรวจค้นภายในรถพบกล่องกระดาษวางอยู่บริเวณที่พักเท้าด้านหลังคนขับ ภายในซุกซ่อนยาบ้า 10 ห่อ ประมาณ 56,000 เม็ดจากการสอบสวนทั้งสองคนให้การรับสารภาพ ว่า เคยนำยาบ้าไปส่งให้กับลูกค้าที่ต่างจังหวัดแล้ว 3 ครั้ง ได้เงินครั้งละ 15,000- 25,000 บาท ครั้งนี้เตรียมจะนำยาบ้าที่อยู่ในกล่องไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.หนองบัวลำภู โดยจะได้ค่าจ้าง 25,000 บาท ซึ่งก่อนออกเดินทางได้เสพยาบ้ากันคนละ 2 เม็ด  จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันนำยาไอซ์ทั้งหมด มาทำการตรวจสอบอีกครั้งที่ร้อยทหารพรานที่ 2110 ทำการตรวจยึดและบันทึกการจับ และส่งร้อยเวร สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการหาตัวผู้ร่วมกระบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขนยาบ้า-ไอซ์ล็อตใหญ่ ยิงสู้ตร.ก่อนจนมุม

คนร้ายขนยาบ้า-ไอซ์ ล็อตใหญ่ ถูกเจ้าหน้าที่ไล่ต้อนก่อนเปิดฉากยิงใส่ และเกิดการปะทะ จนรถของคนร้ายจนมุมข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมได้ทั้ง 2 คน วันที่ 14 ม.ค. พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชีมา ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2,000,000 เม็ด ยาไอซ์หนัก 438 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นายเพชรรัตน์ วิเศษสุทธิ์ อายุ 26 ปี และ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พร้อมรถกระบะ 1 คัน อาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก และกระสุน ซึ่ง นายเพชรรัตน์ ถูกกระสุนปืนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าที่หัวไหล่ 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุยิงปะทะกันขณะไล่ล่าจับกุมบนถนนสายบ้านวัด-โนนแดง อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา สืบเนื่องจากการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ครั้งนี้ เริ่มต้นจากตำรวจภูธร จ.อำนาจเจริญ ไล่ติดตามคนร้าย 2 คน ที่ขับรถกระบะ สีบรอนซ์ ทะเบียน ยข 5260 นครราชสีมา ขนยาบ้าและยาไอซ์มาจากแนวชายแดน เขต จ.มุกดาหาร มุ่งหน้า จ.กาฬสินธุ์ ก่อนไล่ติดตามเข้าเขต จ.มหาสารคาม จ.ขอนแก่น มุ่งหน้า ถ.มิตรภาพ เขต จ.นครราชสีมา ก่อนประสานตำรวจสืบสวนภูธรภาค 3 และตำรวจ สภ.โนนแดง จ.นครราชสีมา ช่วยสกัด กระทั่งคนร้ายขับรถเลี้ยวเข้าถนนหน้า สภ.โนนแดง จึงเรียกให้หยุดแต่คนร้ายเร่งเครื่องหลบหนี ก่อนเปิดฉากยิงใส่รถเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นัด เกิดการยิงปะทะกัน จนรถของคนร้ายจนมุมข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมได้ทั้ง 2 คน โดยนายเพชรรัตน์ ถูกกระสุนเข้าที่หัวไหล่ 1 นัด บาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อตรวจค้นภายในตู้บรรทุกพบของกลางยาบ้าและไอซ์จำนวนมาก ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ค่าจ้าง 1 แสนบาท ให้ขนลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่จาก จ.นครพนม ไปส่งลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่สุดท้ายไปไม่ถึงปลายทาง ถูกตำรวจไล่ล่าสกัดจับกุมเสียก่อน รวมระยะทางหลบหนีกว่า 400 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งขยายผลหาตัวผู้ร่วมขบวนการ ผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้สั่งการ มาดำเนินคดี เพราะเชื่อว่าเป็นขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ระดับประเทศ ที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบมหาศาล จนสามารถสั่งซื้อยาเสพติดล็อตมหึมามูลค่ากว่า 400 ล้านบาทได้  

เปิดทางหนี! กระบะขนยาบ้า ลั่นไกใส่ตำรวจ สุดท้ายจนมุม

กระบะขนยาบ้า2ล้านเม็ด ไอซ์400กิโล ลั่นไกใส่ตร.เปิดทางหนี สุดท้ายจนมุม เจ็บ1 เบื้องต้นพบขนมาจากนครพนม เตรียมส่งในพื้นที่ภาคกลาง เวลา 01.00 น. วันที่ 14 ม.ค. 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และชุดสืบสวนสอบสวน สภ.โนนแดง ได้สกัดจับ รถกระบะ อีซูซุ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ยข-5260 นครราชสีมา พบชายนั่งมาในรถ2 คน เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่คนร้ายทั้งสองคนไหวตัวทัน ไม่ยอมหยุดรถและยิงปืนใส่ตำรวจเพื่อเปิดทางหนี จนเกิดการปะทะยิงต่อสู้กัน จนทำให้คนร้ายถูกยิงบาดเจ็บหนึ่งราย จับกุมได้หนึ่งราย หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลโนนแดง เนื่องจากคนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ จากการตรวจสอบภายในรถกระบะของคนร้าย พบว่ายาบ้ากว่า 2 ล้านเม็ด ยาไอซ์บรรจุห่อสีเขียว ประมาณ 400 กิโลกรัม เบื้องต้นสืบทราบว่าลักลอบขนมาจาก จ.นครพนม กำลังจะนำไปส่งในพื้นที่ภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต.ท.ภานุวัฒน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 และ พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา จะเดินทางมาแถลงข่าว ที่ สภ.โนนแดง จ.นครราชสีมา    

ทหารและตำรวจ จับ2หนุ่มขนยาเข้าไทย

ตร.ตชด.กับทหาร สนธิกำลังร่วมสกัดจับ 2 หนุ่มลักลอบขนส่งยาไอซ์จำนวน 97 กิโลกรัมเข้าประเทศไทยในทางจ.หยองคาย ทางตำรวจและทหารสามารถสะกดรอยตาม จับได้ในตอนกำลังเทียบรถเพื่อถ่ายของ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 245 จ.หนองคาย พล.ต.ต.ยงเกียรติ มนปราณีต รอง ผบช.ตชด. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุภัทร ม่วงสมัย ผบก.ตชด.ภาค 2  พล.ต.บุญสิน พาดกลาง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ ผบก.ภ.จว.หนองคาย ร่วมกันแถลงจับกุมนายธนโชติ์ ไชยสัตย์ และนายสุภวัทน์ ทองอุ่น ทั้งสองเป็นชาว จ.กาฬสินธุ์ พร้อมของกลางไอซ์ 97 กก. รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีเทา ทะเบียน บร 5178 กาฬสินธุ์ และรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ทะเบียน บล 8148 กาฬสินธุ์ โดยจับกุมได้บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านบง ต.สีกาย อ.เมือง จ.หนองคาย เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.ต.ยงเกียรติ กล่าวว่า จากการปฏิบัติงานด้านการข่าวของ ฉก.ตชด.24 ทราบว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักรไทยบริเวณ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย จึงวางแผนจัดกำลังร่วมทหาร ตำรวจ ลงพื้นที่เฝ้าระวัง กระทั่งรับแจ้งจากสายลับว่ารถกระบะต้องสงสัยเข้ามาในเขต อ.โพนพิสัย ขับวนเวียนอยู่หลายรอบ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงสะกดรอยตาม  กระทั่งรถต้องสงสัยคันดังกล่าวมาจอดรออยู่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านปากสวย ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จากนั้นอีกประมาณ 20 นาที ต่อมารถกระบะอีกคันมาจอดเทียบขนาบข้าง จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้น แต่ทั้งสองขัดขืนพยายามเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามสกัดจับไว้ได้ ตรวจค้นพบของกลางไอซ์ดังกล่าว สอบสวนรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายคนหนึ่งให้มาขนยาเสพติดจาก จ.หนองคาย ส่วนจะไปส่งที่ไหนนั้นจะแจ้งอีกครั้ง โดยจะได้เงินค่าจ้างขนยาเสพติด คนละ 1 หมื่นบาท ตำรวจนำตัวไปดำเนินคดีข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

1 2