ผลตรวจขนมจีบมรณะ พบเชื้อแบคทีเรีย Salmonella ออกหมายเรียกแม่ค้าเร่แต่หายเงียบ

ตำรวจบางเสาธงเรียกสอบคนทำขนมจีบ ด้านแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เผยผลตรวจตัวอย่างพบเชื้อแบคทีเรีย Salmonella ที่ทำให้ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ระบุในรายที่เสียน้ำมาก อาจช็อกจนเสียชีวิตได้ นางสุวรรณี รูปโลก คนทำขนมจีบเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ โดยอธิบายขั้นตอนการผลิต การเก็บวัตถุดิบ จนถึงขั้นตอนที่แม่ค้าเร่รับของไปขาย 15 กล่อง เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ชาวบ้าน ต.หนองปรือหลายคนกินแล้วเกิดท้องเสีย โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 1 คน ก่อนที่ตัวเองจะหยุดทำขนมจีบ ในวันที่ 7 – 8 พ.ค. นายประกิจ วงค์ประเสริฐ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า หลังส่งตัวอย่างขนมจีบไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลตรวจเบื้องต้นจากผู้ป่วยในจำนวนกว่า 10 คน บางส่วนพบว่ามีเชื้อแบคทีเรีย ชนิดซาลโมเนลลา (Salmonella) หากบริโภคไปแล้ว จะเกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ร่างกายอ่อนเพลีย ในรายที่เสียน้ำมาก อาจเกิดช็อกและเสียชีวิต เชื้อแบคทีเรียตัวนี้สามารถมาได้หลายทาง เพราะถือเป็นเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมาในอาหาร หรือเกิดจากการเก็บอาหารไว้นาน ส่วนจะเป็นเนื้อหมูหรือเนื้อไก่นั้น ต้องรอผลสรุปโดยรวมทั้งหมด เนื่องจากยังมีอีกกว่า 10 ตัวอย่าง ที่ผลการตรวจไม่แล้วเสร็จ ส่วนทางคดี พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ป่วย และ พยาน ไปแล้ว 7 คน ส่วนแม่ค้าเร่ ซึ่งออกหมายเรียกไปแล้วจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้

เผยผลตรวจ”ขนมจีบ” เร่งสืบแม่ค้าเร่รับจากร้านไหนแน่

เผยผลตรวจขนมจีบ “ผงะเจอไส้ผสมหมู” เร่งสืบแม่ค้าเร่รับจากร้านไหนแน่ จากกรณี มีชาวบ้านในพื้นที่ ต.หนองปรือ จ.สมุทรปราการ และใกล้เคียง กินขนมจีบ ที่ซื้อจากแม่ค้าเร่ขี่รถ จยย.มาขายเกือบ 20 ราย เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายแห่ง และมีหญิงสูงอายุ วัย 66 ปี ท้องเสียอย่างรุนแรงก่อนเสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ที่ จ.ฉะเชิงเทรา บ้านที่ผลิตขนมจีบ ของนางสุวรรณี ได้ปิดเงียบไม่มีการทำขนมจีบแต่อย่างใดหน้าบ้านล๊อคกุญแจแต่ นางสุววณนี ยังคงเก็บตัวอยู่ในบ้านงดให้สัมภาษณ์ โดยระบุว่าให้รอผลตรวจ ส่วนจุดที่มีการขายขนมจีบบริเวณตลาดสี่แยกปรากฏว่าไม่มีการตั้งร้านขายในวันนี้ โดยนางพรรณี ลาวัง อายุ39 ปี ลูกค้าในชุมนุมกล่าวว่าตนได้ซื้อขนมจีบทานมาโดยตลอดไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้และยืนยันว่าขนมจีบสะอาดจริง เมื่อเวลา15.30 น. นพ.กสิวัฒน์ ศรีประดิษฐ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกันสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ได้เก็บตัวอย่างตรวจสอบขนมจีบบ้านผู้ผลิตเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพร้อมทั้งประสานงานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการเบื้องต้น พบว่าขนมจีบมีส่วนผสมของไส้หมู แต่บ้านผู้ผลิตเป็นมุสลิม ไม่ทำไส้หมู และผู้ผลิตยืนยันว่า ขายให้แม่ค้าเร่ วันที่ 6 พ.ค. ส่วนวันที่ 7-8 พ.ค. หยุดเพราะไม่สบาย แต่มีชาวบ้านยืนยันว่า ซื้อขนมจีบจากแม่ค้าเร่วันที่ 7 พ.ค. ช่วงบ่าย หลังจากทานไปแล้วตกดึกเกิดอาการท้องเสีย เจ้าหน้าที่ต้องทำการตรวจสอบเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่มาของขนมจีบดังกล่าวตั้งข้อสงสัยไว้หลายประเด็นอาทิขนมจีบใช่เจ้าเดียวกับที่บ้านนางสุวรรณี หรือไม่คนขายใช่คนๆ เดียวกันหรือไม่หรือในชุมชนนั้นมีหลายเจ้าที่ขายขนมจีบจึงต้องรอผลจากแลปในการพิสูจน์ทราบต่อไปเพื่อยืนยันความชัดเจน เบื้องต้นมีความกังวลของกระแสข่าวเกี่ยวกับขนมจีบมรณะอยากฝากแจ้งพี่น้องประชาชนว่าสามารถรับประทานขนมจีบได้ตามปกติเพราะสาเหตุที่เกิดขึ้นมาจากเชื้อโรคต่างๆที่อยู่ในอาหารและยังไม่ทราบผลการตรวจว่ามาจากสาเหตุใดจริงๆจึงต้องรอผลตรวจที่ชัดเจนอีกครั้ง ในช่วงนี้เป็นฤดูร้อนอาหารมีการเน่าบุดเร็วและมีเชื้อโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารปะปนอยู่ในทุกที่จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังการรับประทานอาหารทุกอย่างด้วย   *************************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก ข่าวสด)

แม่ค้าขนมจีบมรณะเผยแค่รับมาขาย วอนตรวจให้ชัดอย่าเพิ่งตีตราเป็นจำเลยสังคม

สาวแว้นเร่ขายขนมจีบ วอนหน่วยงานเข้าตรวจสอบความชัดเจน ถึงสาเหตุสาวใหญ่ท้องร่วงตาย หลังตกเป็นจำเลยถูกสังคมตรีตรา โอดแค่เป็นคนรับมาขายไม่ได้สัมผัสตัวสินค้าโดยตรง วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 จากกรณีชาวบ้านจำนวนมาก ซื้อขนมจีบจากแม่ค้าเร่ แล้วเกิดอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรง ถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต จนเกิดกระแสเรียกร้องให้มีการตามหาตัวแม่ค้ารายนี้นั้น ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ธราเทพ ตูพานิช รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ได้นำตัวหญิงสาววัย 30 ปีเศษ แม่ค้าขายขนมจีบ ชาว อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เดินทางเข้ามาพูดคุยต่อสื่อมวลชน หลังแม่ค้าเร่รายนี้นำขนมจีบจากผู้ผลิตในเขตพื้นที่ ต.เกาะไร่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ไปเร่ขายถึงในเขต จ.สมุทรปราการ จนทำให้มีผู้ที่ซื้อไปบริโภคเกิดอาการท้องเสียนับสิบราย และเสียชีวิต 1 ราย โดยแม่ค้าขายขนมจีบ เปิดเผยว่า เป็นผู้ที่ตกอยู่ในกระแสข่าวจริง ที่รับขนมจีบมาจากผู้ผลิตรายหนึ่งในเขตพื้นที่ ต.เกาะไร่ ในช่วงเช้าวันละประมาณ 15 กล่อง ช่วงเวลาประมาณ 06.30 น. มาขายที่จุดขายประจำในบริเวณหน้าวัดเทพราช ใกล้กับบ้านพัก จากนั้นหากยังมีขนมจีบเหลือจากขายที่หน้าวัดอยู่ ก็จะนำออกไปเร่ขายตามบ้านคน และตามบ่อตกปลาต่างๆ ทั่วไป ทั้งในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ซึ่งเป็นบริเวณเขตแนวรอยต่อจังหวัดกัน ประมาณช่วงเที่ยงหรือบ่ายๆ ก็จะขายหมด โดยที่ตนเองจะไม่ได้เปิดกล่องสัมผัสกับเนื้อขนมจีบเลย เพราะทางร้านเขาจะแพ็คใส่กล่องมาอย่างดี รวมทั้งน้ำจิ้มด้วย จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน ว่าขนมจีบที่ตนนำไปขายนั้น เป็นต้นเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต หลังจากการบริโภคเข้าไปแล้วหรือไม่ เพราะตนรับขนมจีบจากผู้ผลิตรายนี้มาขายนานเป็นปีแล้ว นอกจากนี้เขายังส่งไปขายหลายแห่ง ทั้งตามโรงงาน และร้านค้าต่างๆ ทั่วไป ก็ยังไม่พบว่ามีผู้ที่บริโภคแล้วเกิดอาการท้องเสียดังกล่าว และหากขนมจีบที่ตนนำไปขายนั้น เป็นต้นเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นจริง ตนต้องขอโทษต่อคนในสังคม คนที่ต้องเข้านอนยังในโรงพยาบาล และครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตด้วย เพราะตนไม่ได้เป็นผู้ผลิตเอง และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ซึ่งตนเพิ่งทราบเรื่อง ขนมจีบที่ขายราคาเพียงชุดละ 30 บาท ในวันเกิดเหตุได้ไปรับขนมจีบมาขายตามปกติ 15 ชุด และเมื่อมีขนมจีบเหลือขายจากหน้าวัด จึงได้นำออกไปเร่ขายพร้อมกันกับสินค้าชนิดอื่นๆ เช่น สาคู และข้าวกล่องด้วย ทั้งยังเป็นการขายแบบวันต่อวันเพียงไม่กี่ ชม. ก็หมด ไม่ได้มีการเก็บไว้ขายข้ามคืนแต่อย่างใด เบื้องต้นทาง สำนักงานสาธารณสุข จ.ฉะเชิงเทรา ได้ประสานพูดคุยมาบ้างแล้ว และจะให้พาไปตรวจสอบยังแหล่งผลิตขนมจีบแห่งนี้ด้วย ในช่วงบ่ายของวันนี้ ส่วนทางร้านที่ตนรับขนมจีบมา ได้ทราบเรื่องแล้วและยังไม่พบว่ามีผู้ที่ซื้อขนมจีบและรับไปขายในวันเดียวกันกับตน มีอาการตามที่ตกเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ แม่ค้าขนมจีบผู้ที่ตกเป็นจำเลยสังคมเผย    

ญาติเล่าทั้งน้ำตา หลังกินขนมจีบมรณะ จนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่เผยผลชันสูตรเบื้องต้น

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ว่ามีชาวบ้านกินขนมจีบที่ซื้อจากแม่ค้าเร่ขี่รถจยย.มาขายเกือบ 20 ราย เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายแห่ง และมีหญิงสูงอายุ วัย 66 ปี ท้องเสียอย่างรุนแรงก่อนเสียชีวิต ญาติได้นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดหนองปรือ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบว่าญาติๆ กำลังประคองตัว นายประเสริฐ อ้นเจริญ อายุ 73 ปี ซึ่งขออนุญาตจากทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เดินทางมารดน้ำศพ นางธนู ช้างภู่พะงางาม อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นภรรยา ที่จากไปด้วยอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของลูกหลานและญาติที่เดินทางมาร่วมน้ำศพ นายประเสริฐ เล่าทั้งน้ำตาว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่ตนและภรรยาเดินทางไปเก็บผักที่แปลงผัก ได้มีแม่ค้าขี่รถจยย.เข้ามาขายขนมจีบ ซาลาเปา ก๋วยเตี๋ยวหลอด และของกินอื่นๆ ที่บรรจุอยู่ในถุงหูหิ้วแขวนข้างรถ ภรรยาตนซื้อขนมจีบเอามากินที่บ้าน โดยแบ่งให้ลูกหลานในบ้านกินกันหลายคน มีลูกสาวเพียงคนเดียวที่ไม่ได้กิน ซึ่งขณะกินไปในครั้งแรกทุกอย่างก็ยังเป็นปกติดีไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากที่เข้านอนจนถึงกลางดึกประมาณเที่ยงคืนเศษ ได้เกิดอาการถ่ายท้องอย่างรุนแรงเรียกว่าไหลเป็นน้ำเลย นอกจากตนแล้วคนอื่นๆ ทั้งลูกหลานและภรรยาของตนที่กินขนมจีบเข้าไปทุกคนเกิดอาการถ่ายท้องอย่างรุนแรง ส่วนหลานสาวมีอาการเวียนหัวและอาเจียนร่วมด้วย แต่ก็ต้องรอจนกระทั่งเช้าลูกสาวจึงได้พาไปหาหมอที่โรงพยาบาล หลังแพทย์ได้ตรวจรักษาและก็ให้ยาและให้กลับบ้าน ซึ่งตอนนั้นอาการก็ยังไม่ดีขึ้นเพียงแต่ทุเลาลงเท่านั้น แต่พอกลับมาบ้านก็ยังถ่ายท้องอยู่จนกระทั่งอีกวันหนึ่งอาการไม่ดีขึ้น ลูกสาวจึงพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลบางพลีอีกครั้ง แพทย์ได้ให้ยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในช่วงบ่ายของวานนี้ ลูกสาวโทรมาบอกว่าภรรยาตนเสียชีวิตแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช แต่ผลชันสูตรเบื้องต้นกลับระบุว่าหัวใจล้มเหลว ในวันนี้ตนจึงขออนุญาตหมอออกมาจากโรงพยาบาลชั่วคราวเพื่อมาดูหน้าภรรยาเป็นครั้งสุดท้าย ด.ญ.เอ (นามสมมติ ) อายุ 13 ปี หนึ่งในผู้ป่วยได้เล่าว่า ในวันนั้นตนรับประทานขนมจีบเข้าไปทั้งหมด 3 ลูก ในช่วงเย็น แต่พอตกกลางดึกมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและอาเจียน และมีอาการถ่ายท้อง แต่เนื่องเป็นช่วงกลางดึก ประกอบกับอยู่ในช่วงเคอร์ฟิวจึงไม่ได้ไปโรงพยาบาล ทนถ่ายท้องจนกระทั่งเช้าแม่จึงได้พาตนไปหาหมอ หลังแพทย์ดูอาการและตรวจรักษาได้ออกมาระบุว่าสาเหตุมาจากอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรง โดยแพทย์ได้ฉีดยาให้จนอาการเริ่มดีขึ้นจึงได้ให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน น.ส.อรุณี อ้นเจริญ ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า สาเหตุของการเสียชีวิตของแม่ในครั้งนี้มั่นใจว่ามาจากการที่แม่และคนในครอบครัวหลายคนได้ซื้อขนมจีบจากแม่ค้ารถเร่รายหนึ่งมารับประทาน เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของบ้านพักของตนมี พ่อ แม่ และหลาน ที่รับประทานขนมจีบเจ้านี้ ในช่วงบ่ายจากนั้นพอตกดึกทุกคนเริ่มมีอาการถ่ายเหลวตลอดเวลาโดยไม่มีอาการปวดหรือเกร็งท้องแต่อย่างใด แต่จะถ่ายตลอดเวลา จึงพาไปส่งโรงพยาบาลสิรินธร เมื่อไปถึงก็ยังไม่หยุดถ่าย แต่ทางโรงพยาบาลได้ฉีดยาและให้พักดูอาการประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะออกมาบอกว่าสาเหตุมาจากอาหารเป็นพิษ ให้คนไข้กลับมาพักที่บ้านและห้ามทานยาหยุดถ่ายใดๆ ให้ถ่ายออกไปให้หมดเชื้อจะได้หมด ซึ่งหลังจากพาแม่และพ่อกลับมาบ้านก็พบว่าอาการไม่ดีขึ้น จนกระทั่งรุ่งเช้าเห็นแม่ฟุบหมดสติขณะกำลังจะคลานไปขอความช่วยเหลือจากพ่อ จึงรีบแจ้งกู้ชีพให้มารับและพบว่าเสียชีวิตแล้ว ส่วนพ่อก็อาการยังน่าเป็นห่วง พบว่าแถวบ้านมีคนป่วยแบบนี้ 20 กว่ารายแล้ว และที่เขาขายมาตลอดทางจะมีใครเป็นอีกหรือไม่เราก็ไม่รู้ โดยมีญาติของผู้ป่วยรายหนึ่งที่หลานที่ยังเล็กอยู่กินน้ำจิ้มของขนมจีบเข้าไปและเกิดอาการชักและถ่ายท้องเช่นกัน ได้เก็บน้ำจิ้ม ไปให้หมอตรวจพบว่ามีสารอันตรายร้ายแรงผสมอยู่ ซึ่งเป็นสารอะไรตนก็ไม่ทราบเพราะไม่ได้ถามรายละเอียดมา ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตัวคนขายมาสอบถามหน่อย คือมันฆ่าชีวิตแม่ของเราไป ส่วนทางด้านน้องชายของผู้ตาย ได้ออกมาระบุว่า ในวันนั้นหลายคนที่มาซื้อของแม่ค้าคนนี้แต่ไม่เป็นอะไรเพราะซื้ออย่างอื่นไม่ได้ซื้อขนมจีบ แต่คนที่ซื้อขนมจีบไปกินเป็นลักษณะเดียวกันหมดเลย ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการใส่สารกันบูดหรือเปล่าหรือว่าช่วงนี้อากาศมันร้อนหรือมันอาจจะมีพิษ เพราะหลานที่บ้านกินแต่ขนมจีบเปล่าๆ ไม่ได้กินน้ำจิ้มก็เป็นเหมือนกันถ่ายท้องเหมือนกันหมดเลย ส่วนคนที่ตายอายุมากและภูมิต้านทานก็น้อยพอถ่ายมากๆ ทำให้เสียน้ำเยอะ และเราก็ไม่รู้ว่าเชื้อตัวนี้มันเข้าไปในกระแสเลือดหรือเปล่า แต่เวลาไปชันสูตรศพทางโรงพยาบาลเขาต้องบอกความจริงให้เรารู้ ไม่ใช่อะไรก็หัวใจล้มเหลวซึ่งมันไม่ใช่