นายกตุ้ย สุดเอือม ประกาศห้ามแล้วแต่ก็ยังมีคนมารวมตัวกินเหล้า พี้กัญชา ที่หาดวอนนภาและบางแสน

ทั้งที่อยู่ในช่วงโควิดระบาด แต่ก็จะมีพวกที่ชอบฝ่าฝืนกฎระเบียบ ออกมาทำผิดให้เห็นอยู่เป็นประจำ ที่หาดบางแสนนี่ยิ่งหนัก เมื่อนายกตุ้ย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ณรงค์ชัย (ตุ้ย) คุณปลื้ม โดยมีเรื่องอยู่ว่า “สภาพที่ไม่อยากเห็นก็ต้องเห็น จนเป็นภาพชินตาที่หาดวอนนภาและบางแสน นี่ขนาดช่วงนี้ที่ประกาศห้ามรวมกลุ่ม ดื่ม กิน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ซึ่งปกติ ห้ามสูบบุหรี่และ ห้ามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้วที่หาดสาธารณะ) และตลอดแนว มีเสียงตามสายประกาศเป็นช่วงๆ มี จนท. ทั้งเทศกิจ และ ตำรวจ มาเตือนบ้างเป็นบางเวลา แต่เหมือนจิตสำนึกคนกลุ่มนี้ก็ไม่เคยแคร์ใครนอกจากตัวเอง ดูสภาพคนเหล่านั้น ดูไม่ได้เลย เมาแอ๋ นอนสลบไสล บางคนถึงกับมาพี้กัญชา เอาไวน์(ชนิดถุงมาดื่ม) บนพื้นที่สาธารณะไม่เกรงใจคนอื่นๆเลย ช่วงนี้ ตำรวจมาจับไปโรงพักบ้างแล้ว อยากให้จับต่อเนื่องต่อไปครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ หลายๆคนถามว่าทำไมไม่บังคับใช้กฏหมาย? คำตอบคือ ทางปฏิบัติทำได้ยาก ต้องจับซึ่งหน้าต้องเป็น จนท. ตำรวจถึงมีอำนาจครบ ต้องพาไปโรงพัก ต้อง……ต้อง ต้อง เต็มไปหมด การที่จะลงโทษคนผิดทำไมต้องทำให้ยุ่งยากก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ ทั่วประเทศเราถึงมีแต่คนแบบนี้ เพราะทำอะไรได้ยากจริง” บุกจับ 20วัยรุ่นมั่วสุม ตั้งวงก๊งเหล้า ริมหาดบางแสน ไม่สนโควิด ไม่กลัวโควิด! ประชาชนจากทุกสารทิศ แห่ไปเที่ยวบางแสน แม้จะมีข่าวการระบาดของโควิด-19

ไม่ทำตามโดนตบน่วม! เด็ก 9 ขวบ ถูกแม่บังคับขอทานแลกเงินซื้อเหล้า

สลด!ด.ช.9ขวบ ถูกแม่บังคับเร่ขอทานแลกเงินซื้อเหล้า ไม่ทำเจอตบตี อ้างขอเงินไปรักษาแผลเรื้อรังของลูก พ่อเคยมารับไปอยู่ด้วย แต่แม่ก็ไปขอตัวมาอยู่ด้วยอีก เมื่อวันที่ 27 ม.ค.64 นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ ลงพื้นที่บ้านท้องฝาย ต.ริมเหนือ อ.แม่ริม เพื่อให้ความช่วยเหลือด.ช.บอย (นามสมมุติ) อายุ 9 ขวบ หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ต้องใช้ชีวิตด้วยความลำบาก เพราะถูกแม่แท้ๆที่ติดเหล้าอย่างหนัก พาไปเร่ขอเงินตามสถานที่ต่างๆ ทั่วทั้งอำเภอ ในสภาพเนื้อตัวเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผล จนชาวบ้านที่พบเห็นสลดใจและเกิดความสงสาร จึงเข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม อ.แม่ริม ให้เข้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือ   เมื่อเดินทางไปถึงพบนางแสงแก้ว (ขอสงวนนามสกุล) แม่ของด.ช.บอย อยู่ในอาการเมาสุรา เจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปพูดคุยเกลี้ยกล่อมให้เข้ารับบำบัดอาการติดสุราเรื้อรังที่โรงพยาบาล แต่ก็ไม่เป็นผล สอบถามพ่อกับแม่ของนางแสงแก้ว เล่าว่า ลูกสาวเลิกรากับสามีตั้งแต่ด.ช.บอย อายุ 3 ขวบ หลังจากนั้นด.ช.บอยก็อาศัยอยู่กับแม่มาโดยตลอด โดยแยกอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งในบริเวณเดียวกัน ที่ผ่านมาลูกสาวดูแลลูกตามปกติ ไม่มีการทำร้ายหรือพาไปเร่หาเงิน ส่วนบาดแผลตามร่างกายเป็น เพราะด.ช.บอยแพ้ยาฆ่าหญ้า ต่อมา เจ้าหน้าที่ไปสอบถามกับด.ช.บอยที่โรงเรียน เด็กชายบอยบอกว่ามักจะถูกแม่ทำร้ายร่างกายเป็นประจำ โดยบางครั้งถูกไม้ตีตามร่างกายจนเป็นแผลฟกช้ำ บางวันยังถูกบังคับให้เดินเร่ออกขอเงินตามห้างร้านต่างๆ โดยอ้างว่าเพื่อจะขอเงินจะนำไปรักษาลูกชายของตน ที่มีแผลเรื้อรังตามร่างกาย หลังจากนั้นแม่ก็จะนำเงินที่ได้ไปซื้อเหล้ากิน เงินบางส่วนจะแบ่งให้ลูกไปโรงเรียน ด้านเจ้าหน้าที่อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่เลี้ยงดูลูกชายนางแสงแก้วจะขอเงินจากพ่อของด.ช.บอยเพื่อนำเงินมาเลี้ยงดูลูก แต่มักจะแอบนำเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายส่วนตัว เมื่อเงินหมดก็จะนำลูกชายออกเดินเร่ขอเงิน บางครั้งไม่ได้เงินก็จะดุด่าลูกชาย จนบางครั้งลูกชายหนีออกจากบ้านหลายครั้ง ล่าสุดด.ช.บอยต้องหนีออกจากบ้านไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนจะมีชาวบ้านตามหาตัวพาส่งกลับบ้าน หลังตรวจสอบข้อเท็จจริง นายบุญญฤทธิ์ติดต่อไปยังพ่อของด.ช.บอย ที่อยู่อำเภอใกล้เคียงเพื่อมารับตัวลูกชายไปดูแล เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็ก ก่อนจะหาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป ด้านครูประจำชั้น เปิดเผยว่า หากดูผิวเผินด.ช.บอยดูเรียบร้อย เรียนได้ตามเกณฑ์ปกติ แต่หลายครั้งแอบขู่เอาเงินจากเพื่อน เพราะบางวันไม่ได้เงินมาเรียน เท่าที่สังเกตเชื่อว่าเด็กอาจมีภาวะเก็บกดจากสภาพแวดล้อมใกล้ตัว หากครูไม่ถาม ก็จะไม่เล่าเรื่องที่บ้านให้ฟัง โดยที่ผ่านมาเคยขอให้ครูไปส่งหาพ่อและบอกว่าแม่ติดเหล้าและทุบตี แต่เมื่อสอบถามแม่ ก็จะบอกว่าด.ช.บอยตีแม่ด้วย ทำให้ไม่รู้จะเชื่อใคร แต่เท่าที่ทางโรงเรียนทราบคือ เด็กมีปัญหาครอบครัวมาตั้งแต่ป.1 แม่ไม่ยอมให้ไปอยู่กับพ่อ เพราะต้องการเรียกเอาค่าใช้จ่ายจากพ่อ ก่อนหน้านี้ตอนป.2 พ่อเคยพาย้ายโรงเรียน แต่แม่ก็ไปพาตัวกลับมาและกลับมาเรียนที่เดิม

แฉแหลก! อดีตเด็กเอน ที่เคยไปทำงาน 1G1 ในเมียนมา หลังเพื่อนขายฝัน ทำงานไม่กี่วันได้ 8 หมื่น

ถามตอบกับอดีตเด็กเอน ที่เคยทำงานใน 1G1 ที่เที่ยวสุดฮิตและกำลังดังในเมียนมา เพื่อนโวไปทำงานแค่ไม่กี่วัน รับเงิน 7-8 หมื่น แต่ตอนนี้กลายเป็นสถานที่แพร่เชื้อโควิด-19 อันดับต้นๆ รายการ “ถามสุดซอย Weekend” ดำเนินรายการโดย “ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล” ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “เอ” (นามสมมติ) สาวไทยที่เคยไปทำงานที่ 1G1 ซึ่งเป็นโรงแรมดังฝั่งพม่า และเป็นจุดที่ทำให้โควิด 19 ระบาดในเมืองไทย น้องเอเคยทำงานที่พม่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จุดเริ่มต้นที่ไป? “เพื่อนแนะนำว่าถ้าเราไปทำงานที่นี่จะได้เงินค่อนข้างเยอะ เลยเป็นแรงจูงใจทำให้เรารู้สึกว่าน่าสนใจ น่าไป เลยลองยื่นสมัครดู” ได้เงินเท่าไหร่? “ตอนเพื่อนไปเขาบอกว่าไป 10-15 วัน ได้มา 7-8 หมื่น เราก็คิดว่าเฮ้ย มันก็ดีกว่าไทยนะ ตอนอยู่ไทยเราก็เคยชงเหล้าบ้าง รับงานทั่วไป ขายของก๊อกแก๊ก ไม่ได้ทำอะไร” เรียกว่าเด็กเอนได้ไหม? “ก็ถือว่าเป็นเด็กเอนได้ค่ะ ก็แล้วแต่ลูกค้า ถ้าเขารุ่มร่ามกับเราเกินก็สามารถปฏิเสธได้ เอไม่ได้รับงานไปต่อ ส่วนใหญ่คุยที่ร้าน ชงเหล้าแค่นั้น เลิกงานก็แยกจากกัน” 10 วัน ได้ 7-8 หมื่น ไปทีกี่วัน? “เขากำหนดให้เลย 1 แท็ก 10 วัน ใครจะต่อแท็กเพิ่มก็ค่อยบอกเขาอีกที ขึ้นอยู่กับเรา เพราะเขาจะมีกำหนดไว้ว่า 1 แท็กรับได้ประมาณกี่คน” เดินทางไปยังไง? “หนูนั่งเครื่องไปลงเชียงราย แล้วต่อแท็กซี่ไปแม่สาย มันง่ายมากค่ะ พอไปแม่สายก็ทำเรื่องข้ามแดนไป จบเลย เราไปทำเป็นท่องเที่ยว มีคนดูแลของเขามารับอีกที กินต้องดูแลตัวเอง แต่การอยู่อาศัยตอนหนูไป เขาให้ไปโรงแรม 1G1 จะขึ้นไปโซนชั้นบน ชั้น 4-5 เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว พอไปถึงที่พักเขาก็จะกำหนดเลยว่าน้องคนนี้ชื่อนี้จะอยู่ห้องพักหมายเลขอะไร เบอร์อะไร หนูก็เข้าไป และมีเพื่อนร่วมห้องอยู่ 5-6 คน” ไปคนเดียว? “ใช่ค่ะ ตอนนั้นนัดกับเพื่อนไว้คนหนึ่ง แต่เพื่อนเท เราก็ซื้อตั๋วเครื่องบินไป-กลับแล้ว อยากได้ตังค์ และลงทุนซื้อเสื้อผ้าเราแล้วด้วย ก็อดทนและไปต่อ” ตอนเข้าไปโรงแรม บรรยากาศเป็นไง? “กลางวันก็เหมือนโรงแรมทั่วไป แต่ค่อนข้างเงียบ เราไปถึงเพื่อนร่วมห้องก็นอนกันอยู่ ลักษณะห้องนอนก็มีเตียงอยู่เตียงหนึ่ง มีคนนอนบนเตียง 2-3 คน ตรงพื้นก็เป็นฟูกวางเรียง เราก็นอนฟูกว่างๆ เริ่มงานคืนนั้นเลย เข้างานประมาณ 3 ทุ่มค่ะ” วันแรกที่ไปตื่นเต้นมั้ย? “ตื่นเต้นค่ะ ไปวันแรกก็ไม่มีเพื่อนเลย มึนมาก ก็คิดซะว่าหาเงินกลับบ้าน การทำงานเราก็เตรียมใจไว้แล้วเราทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น เอาที่เราสบายใจ” เขาให้ทำอะไร? “ชงเหล้า คุยกับลูกค้า เอนเตอร์เทนปกติ เล่นเกมไปค่ะ” การเตรียมตัวต้องเตรียมเองไหม? “เราเตรียมเองค่ะ แต่เขาจะกำหนด ขอไม่ให้เป็นชุดไม่สวยงาม ต้องเป็นเดรส เดรสสั้น เดรสยาว สายเดี่ยว เขากำหนดให้ชัดเจน” โรงแรมใหญ่ไหม? “ประมาณ 6 ชั้น เป็นตึกธรรมดาค่ะ” ผู้หญิงมาทำงานประมาณกี่คน? “ตอนนั้นที่หนูไปน่าจะ 60 คนได้ แต่ตอนนี้น่าจะเป็นร้อย” เขาแบ่งโซนกันยังไง เวลาทำงาน? “สมมติ 3 ทุ่มเข้างาน เราก็ลงมาอยู่ในเลาจน์สำหรับคนเตรียมตัวทำงาน รอมาม่าซังมาเรียก ต้องการเด็กไปเอนเตอร์เทนลูกค้าห้องวีไอพีจุดๆๆ แล้วระหว่างเรียกเขาก็จะถามว่าใครรับงานอะไรได้บ้าง ความแรง บางคนมีงานซั่ม งานวีไอพี เขาก็มาระบุให้เรารู้ก่อนว่าความต้องการลูกค้า เขาอยากได้ความแรงขนาดไหน หรืออยากได้คนไปชงเหล้าธรรมดา หรืออยากได้ความปาร์ตี้เพิ่มเติม เขามีการระบุให้เรารู้ก่อน ใครที่สามารถไปได้ก็เดินเป็นขบวนให้เขาเลือก ยืนแผ่ๆ ให้ลูกค้าเลือกว่าอยากได้น้องคนไหนบ้าง” ไปได้ 2 วันแล้วถอนตัวเลย เพราะอะไร? “โดยส่วนตัวแต่ละคนรับงานไม่เหมือนกัน หนูไปเพราะคาดหวังว่าจะได้เงินค่อนข้างเยอะในระยะเวลาค่อนข้างสั้น คิดว่าเหมือนที่เราเคยทำที่กรุงเทพฯ แต่พอไปปุ๊บสิ่งไม่ประทับใจคือ ที่อยู่อาศัยแออัดเกินไป ห้องหนึ่งอยู่กัน 5-6 คน […]

สามีบอกว่าขอกินเหล้าครั้งสุดท้าย เมียคิดว่าคงจะเพราะเข้าพรรษา สุดท้ายเจอเป็นศพอยู่ในรถ

วันที่ 6 ก.ค. ร.ต.อ.เดชา ดินแดน รองสว.(สอบสวน) สภ.ดอนหัวฬ่อ ชลบุรี ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตในรถกระบะบริเวณลานจอดรถของหอพักแห่งหนึ่ง เลขที่ 28 หมู่ 12 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.ชลบุรี และกู้ภัยไตรคุณธรรม พบศพนายชวลิต สุขขัง อายุ 35 ปี อยู่หมู่ 3 ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ นอนเสียชีวิตบนที่นั่งคนขับภายในกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ผม 5339 ชลบุรี ซึ่งจอดโดยไม่ได้ติดเครื่องยนต์ กระจกด้านข้างคนขับเปิดลงครึ่งหนึ่ง ตรวจสอบไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย สอบถาม น.ส.ลัดดาวัลย์ แดงบุตร อายุ 22 ปี อยู่หมู่ 1 ต.บ้านบาก ต.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ภรรยาผู้ตายเผยว่า หลังเลิกงานมาช่วงเย็น สามีบอกว่าขอกินเหล้าครั้งสุดท้าย ตนก็ไม่ว่าอะไรเดินขึ้นชั้น 2 ห้องพัก เวลาประมาณ 1 ทุ่ม ตนก็ลงมาบอกว่าขึ้นนอนได้แล้ว สามีก็ไม่ขึ้นห้องนอน นั่งเล่นโทรศัพท์บนรถ ตื่นเช้ามาก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว ไม่ได้ทะเลาะกันเลย สามีบอกว่าขอกินเหล้าครั้งสุดท้ายก็คิดว่าขอกินครั้งสุดท้ายเพื่อเข้าพรรษา ไม่คิดว่าจะเป็นขอกินเป็นลางลาตาย โดยตำรวจได้ให้กู้ภัยฯ นำศพไปผ่าพิสูจน์ที่ รพ.ชลบุรี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งเพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขอเมาหลังปลดล็อก ยอดคนไทยทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบส่วนใหญ่มาจากการชุมนุมมั่วสุมกินเหล้า

หลังจากรัฐบาลคลายล็อกมาตรการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในเฟสแรก เพื่อประเมินผลในการคลายล็อกเพิ่มเติมในเฟสสอง หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ลดลง แต่สถานการณ์ผู้ฝ่าฝืนข้อปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการฝ่าฝืนเคอร์ฟิวกลับยังเป็นปัญหาเสี่ยง ทำให้กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้ทุกจังหวัดพิจารณามาตรการที่เข้มงวดเช่นเดิม โดยเฉพาะตามสถานบริการ และร้านต่างๆ ล่าสุด น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยสถิติ การกระทำความผิดของวันที่ 6 พ.ค.2563 ว่า พบการชุมนุมมั่วสุม 104 ราย เพิ่มขึ้น 6 ราย ออกนอกเคหสถาน 699 ราย เพิ่มขึ้น 32 ราย อันดับหนึ่งของการชุมนุมมั่วสุม คือ การดื่มสุรา 45% รองลงมาคือ เล่นพนัน 20% และอื่นๆ 18% คือการดื่มสุรายังเป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ พอยิ่งเปิดให้ขายสุราได้ ท่านก็เอาโอกาสนี้มาทำให้เกิดการชุมนุมมั่วสุม และผิดกฎหมาย ส่วนมาตรการตรวจของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ประจำวันที่ 5 พ.ค.จากการตรวจจำนวน 12,996 กิจกรรมกิจการ พบว่า ปฏิบัติตามมาตรการ 12,547 กิจกรรมกิจการ และไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 449 กิจกรรมกิจการ ถือว่าคนที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการมีจำนวนลดลง เมื่อแยกตามกิจกรรมและกิจการ พบว่า ร้านอาหารเครื่องดื่มให้ความร่วมมือดีมาก ตรวจ 4,559 กิจการ ปฏิบัติตามมาตรการ 4,403 กิจการ และไม่ปฏิบัติตามมาตรการเพียง 156 กิจการ ด้านซูเปอร์มาร์เก็ต สินค้าจำเป็น ในห้างสรรพสินค้า ตรวจ 541 กิจการ ปฏิบัติตามมาตรการ 526 กิจการ และไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 15 กิจการ มีการกระทำความผิดเพิ่ม 1% จึงอยากจะให้ช่วยกันทำให้ดี เพื่อให้เรามีความปลอดภัย และควบคุมโรคได้ในที่สุด

1 2 3