สั่งอย่างมีสติ! ร้านบุฟเฟ่ต์ติดป้ายเตือนผู้มาใช้บริการ สั่งมาเยอะแล้วกินไม่หมดมีหน้าชา

ช่วงนี้ข่าวเกี่ยวกับร้านบุฟเฟ่ต์กำลังมาแรงเลย จะเห็นกันหลายข่าวที่ออกมาตามโลกโซเชียล และนี่ก็เป็นอีกร้านนึงที่กำลังเป็นที่พูดถึงกันมาก เมื่อตามร้านบุฟเฟ่ต์มักจะมีกฎระเบียบในการเข้าใช้บริการอยู่แล้ว ซึ่งจะบอกชัดเจน ว่าใช้เวลาเท่าไหร่ในการรับประทาน กินไม่หมดโดนปรับยังไงราคาเท่าไหร่ ซึ่งเป็นการป้องกันคนที่ไม่รู้จักความพอดีกินทิ้งกินขว้าง แต่ร้านบุฟเฟ่ต์ร้านนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะมีป้ายเตือนที่มีข้อความอยู่ว่า สั่งอาหารอย่างมีสติ ร้านเราให้เยอะ ไม่เป็นจิ๋มมดเหมือนร้านอื่น ทานไม่หมด ตรวจพบ ตบแล้วเชิญออก หรือจะเลือกโทษปรับขั้นต่ำ 50 บาทต่ท่าน งานนี้ถ้าใครจะกินแบบละโมบแล้วละก็คิดดีๆ ก่อนตักอาหารด้วยนะจ้ะ ไม่งั้นอาจมีอาการหน้าชาเลยทีเดียว

ทนายดังออกมาชี้แจง หลังมีข่าวร้านบุฟเฟ่ต์ปรับเงินลูกค้า ตามข้อกฎหมายทำได้หรือไม่

งานนี้รับรองว่าเป็นข่าวมีประโยชน์กับสายบุฟเฟ่ต์แน่นอน สืบเนื่องจากกรณีข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ที่มีสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่ง โพสต์ภาพและข้อความว่า โดนปรับค่าน้ำจิ้มซีฟู้ดเป็นราคาถึง 600 บาท หลังจากมาทานบุฟเฟ่ต์กับเพื่อน 4 คน แต่ทางร้านเอาน้ำจิ้มมาเทรวมกันและปรับขีดละ 100 บาท ทว่าหากย้อนดูข่าวเก่าๆ ก็จะพบว่า มีหลายเหตุการณ์ที่ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์โพสต์ข้อความโดนปรับเงินจากการเข้าไปรับประทานอาหารในร้านบุฟเฟ่ต์และกินอาหารเหลือ ซึ่งตามกฎหมายแล้วทางร้านอาหารสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ไปอ่านกัน ทนายวิรัช หวังปิติพาณิชย์ ที่ปรึกษากฎหมาย และทนายความอิสระ ระบุว่า ร้านอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์ สามารถกำหนดค่าปรับลูกค้าที่เข้าไปรับประทานอาหารภายในร้านได้หากลูกค้าตักอาหารมามากกว่าที่จะสามารถรับประทานหมด ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 379 ซึ่งระบุไว้ว่า ถ้าลูกหนี้สัญญาแก่เจ้าหนี้ว่าจะใช้เงินจำนวนหนึ่ง เป็นเบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ก็ดี หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร ก็ดี เมื่อลูกหนี้ผิดนัดก็ให้ริบเบี้ยปรับ ถ้าการชำระหนี้อันจะพึงทำนั้น ได้แก่งดเว้นการอันใดอันหนึ่ง หากทำการอันนั้นฝ่าฝืนมูลหนี้เมื่อใด ก็ให้ริบเบี้ยปรับเมื่อนั้น ทนายวิรัช อธิบายเพิ่มเติมว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 379 ไม่ได้กำหนดอัตราค่าปรับสูงสุดไว้ แต่สิ่งที่ผู้บริโภคสามารถทำได้คือ การเข้าไปรับประทานอาหารในร้านอาหาร ประเภทร้านบุฟเฟ่ต์ ต้องดูป้ายราคา และป้ายประกาศที่ระบุข้อตกลงให้ชัดเจน เช่น “ถ้ากินเหลือ ปรับเท่านั้นเท่านี้บาท” หากเห็นว่าทางร้านคิดค่าปรับในการกินอาหารเหลือแพงเกินไป ลูกค้าสามารถเดินออกจากร้านตั้งแต่แรกได้ ทนายวิรัช […]