เทรนด์ทวิตเตอร์… เกิดอะไรขึ้น ตามไปอ่านกัน จะนิ่งดูดายไม่ได้นะครับบบ!!

จากสื่อไทยช่องหนึ่งออกมาประกาศข่าวแล้ว แต่บางท่านยังไม่รู้ข่าวกันเท่าไร เมื่อมีเทรนด์ทวิตเตอร์ขึ้นอันดับแรกๆตอนนี้ที่ชาวเน็ตไทยช่วยกันดันอยู่นั้น มันมีเหตุการณ์ที่ผิดปกติมากที่ไม่สามารถเอ่ยบอกประกาศอะไรแจ้งให้ประชาชนรับทราบกันเลยหรอครับ? ข่าวที่เกี่ยวข้อง นายกฯญี่ปุ่นเตือนเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก หวนนึกถึงภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ระทึกกลางเมือง ตึกสูงระฟ้า สั่นไหวเอียงไปมา ผู้คนวิ่งหนีตายกันสุดชีวิต ผมเข้าไปอ่านก็ตกใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ยังไงก็ลองเข้าไปอ่านกันอีกที ใน #การก่อการร้ายแบบพลีชีพ ขอบคุณเจ้าของภาพในเทรนด์ทวิตเตอร์จากทวิตเตอร์ทุกภาพเลยนะครับ

โทนี่ซัดเดือด ! หลังคนปล่อยข่าวดีล “ธรรมนัส” 2 พันล้าน ลั่นคนอย่างผมใช้เงินไม่โง่

เวลา 20.00 น. วันที่ 14 ก.ย. 2564 โทนี่ วู้ดซัม (Tony Woodsome) หรือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมพูดคุยในหัวข้อ CareTalk x CareClubHouse : ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม บึ้ม! “ประยุทธ์” “ทักษิณ” ถามข้ามประเทศ ทำไม…จัง!? ทักษิณงงหนัก ! วัคซีนไฟเซอร์ ทั่วโลกมีไว้ฉีด ที่ไทยมีไว้อม ? อดีต ปัจจุบัน อนาคต ของการเมืองไทย – แล้วอนาคตของเยาวชนไทยจะเป็นอย่างไร กล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่เสียใจที่สุดและเสียหายที่สุดจากการปฏิวัติปี 2549 คือรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดถูกฉีกไปเพราะรัฐธรรมนูญปี 2540 ให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนไทย มองคนไทยเป็นคน ทำให้คนเป็นผู้นำต้องดูแลประชาชน ทำให้ระบบการเมืองไม่มีการต่อรอง โทนี่ กล่าวว่า การเมืองที่ปฏิรูปจริงๆ คือรัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่มีพรรคเล็กพรรคน้อยมาต่อรอง ทำให้นายกรัฐมนตรีมีภาวะผู้นำ แก้ไขปัญหาประเทศชาติได้อย่างเต็มที่ และรัฐธรรมนูญปี 2560 ถือว่าเร็วร้ายที่สุดทำให้การเมืองอ่อนแอ ได้รัฐบาลจับฉ่าย “มีคนปล่อยข่าวว่าผมให้ 2,000 ล้านบาท กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐเพื่อล้มรัฐบาล แต่ไม่สำเร็จ คนอย่างผมใช้เงินไม่โง่ ครั้งนั้น คุณประยุทธ์ชนะ 28 เสียง ถ้าหายไป 28 เสียง คือหลุด ถ้า 2,000 ล้าน ก็หมายถึงหัวละ 70 ล้าน แต่นี่ 5 ล้านก็วิ่งกันห่างชี้แล้ว” “ผมไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้ เพราะผมเกลียด ไม่ชอบเรื่องพวกนี้ ผมอาสามาทำงานการเมืองเพราะรัฐธรรมนูญปี 40 เพราะระบบรัฐธรรมนูญมันดี แต่ทุกคนเห็นว่าผมมีตังค์ หาว่าผมจะซื้อเสียง การปล่อยข่าวต้องเช็คให้ดี ปล่อยข่าวแบบนี้คือควายเท่านั้น ท่านเป็นคนอย่าให้ควายจูง ท่านจะให้ควายจูงไม่ได้ มาถามผมเลยเดี๋ยวผมจะบอก คนอย่างผมไม่โกหก แต่ถ้าผมคิดว่าสิ่งนั้นไม่ควรพูดผมจะไม่พูด” โทนี่ ยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งปลด ร.อ.ธรรมนัส พ้นรมช.เกษตรฯว่า ที่เป็นวันนี้ได้เพราะนายกฯโกรธ จึงสั่งปลด ร.อ.ธรรมนัส และ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ พ้นรมช.แรงงานซึ่งเป็นกล่องดวงใจของพี่ป้อม(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ “ไปทุบกล่องดวงใจเขา เขาก็โกรธ เขาแก่กว่า แต่เขาก็เลยสุขุมกว่า เขาเลยไม่ยอมลาออกจากหัวหน้าพรรค ร.อ.ธรรมนัสก็ไม่ยอมออกจากเลขาธิการพรรค วันนี้พรรคที่สนับสนุนรัฐบาลจริงๆคือพรรคพลังประชารัฐ นายกฯ ตัดขาตัวเองตีนลอย ดังนั้น การเมืองต่อจากนี้ราคาแพง” อดีตนายกฯ ระบุว่า “ถ้าท่านมั่นใจ คิดว่าบริหารดี คนชอบ กู้เงินมาแจก มั่นใจตรงนี้ ก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่เลย ไม่ต้องแจกกล้วยเป็นเครือ” โทนี่ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยทำนายว่าจะมีการเลือกตั้งประมาณเดือน ก.พ.ถึง มี.ค.ปีหน้า แต่ตอนนี้คิดว่าจะเร็วกว่านั้นการเมืองที่มันเน่า เพราะไม่ปฏิรูป แต่คิดที่จะสืบทอดอำนาจอย่างเดียว มันเป็นกรรมของประเทศ ถ้าไม่คิดแก่รัฐธรรมนูญที่เหมาะสมบ้านเมืองจะแย่ โทนี่ กล่าวด้วยว่า “วันนี้ผมอยากจะขอร้องรัฐบาลว่าการใช้ความรุนแรง มันไม่ช่วยอะไร ยอมเสียสละไปนั่งคุยกับเด็กมันหน่อยเถอะ ผมว่าเด็กมีความคิดดี อย่าไปคิดว่าเสียฟอร์ม ขอให้ไปคุยเถอะ เพราะบางทีการที่เด็กพูดก็ทำให้เราได้คิดเยอะ แทนที่จะไปนั่งด่า เด็กขับรถ คฝ.ชนเด็ก วันนี้ คฝ.กำลังทำลายภาพพจน์ของตำรวจทั้งหมดทั้งระบบที่สร้างชื่อเสียงมานาน ท่านนายกฯจะไปฟังเด็กก็ย่อมดีกว่า การเอาลูกปืนไปแจก เอาแก๊สน้ำตาแจก เพราะถ้าเขารวมตัวกันไปฟ้องศาลโลก นายกฯก็อาจต้องขึ้นศาลโลก”

นายกฯ เจอหน้า “ประวิตร” ทักกันแบบนี้ ?! หลังมีข่าวขัดใจกัน วอนสื่อเลิกถามปมขัดแย้งระหว่างกัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ 2 / 2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่าง 3 ป. จากกรณีปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ข่าวที่เกี่ยวข้อง “ประวิตร”ยืนยัน พปชร. จบศึก ไร้ปัญหา เผย “ธรรมนัส” ยังแจ่มใส พล.อ.ประวิตร ลั่น ! เสียงแข็ง ปัญหาในพรรคไม่มี ” นายกฯไปผมก็ไป “ ทั้งนี้ ก่อนเริ่มประชุม นายกรัฐมนตรี ได้ยกมือขึ้นไหว้และเดินปรี่มาเข้ามาทักทาย พล.อ.ประวิตร และพูดคุยกันและหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่จะเดินมานั่งเป็นประธานการประชุม นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุม ว่าเรื่องการจัดที่ดินทำกินตามหลักการใหม่ให้ประชาชนเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้วซึ่งได้มีการแก้ไขปัญหามาเป็นระยะที่ได้ทำตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านี้จนสำเร็จ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความทับซ้อนในเรื่องที่ดินของรัฐกับของประชาชน ทั้งนี้ หลังเลิกประชุม นายกรัฐมนตรี ได้เดินออกมาส่ง พล.อ.ประวิตร ขึ้นรถที่จอดรออยู่หน้าตึกภักดีบดินทร์ ซึ่งเป็นที่สังเกตว่าก่อนหน้านี้การประชุมในทุกรอบที่มี พล.อ.ประวิตร เข้าร่วม จะไม่มีการเดินมาในลักษณะนี้ โดยระหว่างที่นายกรัฐมนตรีเดินมาส่งได้เกี่ยวแขนและประคอง พล.อ.ประวิตร ตลอดเวลา ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชน โดยเฉพาะประเด็นการนัดประชุมพรรคพลังประชารัฐ ก่อนปิดสมัยประชุมสภาในวันพุธนี้ (15 ก.ย.) ที่รัฐสภาเวลา 09.00 น. โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังส่ง พล.อ.ประวิต ขึ้นรถว่า “ขอให้เลิกสักทีประเด็นความขัดแย้ง ระหว่างตนเองและ พล.อ.ประวิตร” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร เข้าใจในเหตุผลที่ปลด 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มองหน้าและไม่ตอบคำถามก่อนจะเดินกลับไปแถลงข่าวที่ บริเวณทางเชื่อมตึกภักดีบดินทร์และตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

หมอทศพร พร้อมกลุ่มแพทย์พยาบาล ยื่นขอวัคซีนกับทูตแคนาดา เพื่อฉีดให้นักเรียนและนักศึกษา 

หมอทศพร พร้อมกลุ่มแพทย์พยาบาล ยื่นขอวัคซีนกับทูตแคนาดา เพื่อฉีดให้นักเรียนและนักศึกษา  วันนี้  13 กันยายน 64 ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นพ.ทศพร เสรีรักษ์ พร้อมด้วยนักศึกษา แพทย์พยาบาลเพื่อมวลชน ยื่นหนังสือผ่านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถึงประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา โจเซฟ อาร์. ไบเดน จูเนียร์ เพื่อขอบคุณที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาบริจาควัคซีนโรคโควิด ยี่ห้อ Pfizer ให้กับประเทศไทยจำนวน 1.5 ล้านโดส พร้อมขอให้พิจารณาช่วยเหลือวัคซีนเพิ่มเติม สำหรับนำไปฉีดให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน นพ.ทศพรยังได้ระบุถึงเหตุผลที่นำมาสู่การยื่นขอความช่วยเหลือในครั้งนี้เพิ่มเติม โดยตนมองว่าการดำเนินของรัฐบาลในการจัดหาวัคซีนให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน เป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้เด็กทุกคนไม่สามารถออกไปเรียนยังสถานศึกษาได้ ต้องหวังพึ่งการเรียนออนไลน์เพียงอย่างเดียว ซึ่งบางครอบครัวก็มีข้อกำหนด รวมถึงได้รับผลกระทบมากมาย อาทิ อุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษาไม่เอื้ออำนวย อีกทั้งเด็กยังขาดปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมชั้นเรียนอีกด้วย เพราะฉะนั้นการเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลควรตระหนัก ซึ่งนอกจากการได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วนแล้ว เด็กนักเรียน นักศึกษา และเยาวชนทุกคน ควรมีสิทธิ์เลือกชนิดวัคซีนเองได้ด้วย ไม่ใช่การมัดมือชก ทั้งนี้ นพ.ทศพรและกลุ่มแพทย์พยาบาลเพื่อมวลชน ยังเดินทางไปยื่นหนังสือผ่านสถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ถึงนายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐแคนาดา จัสติน ทรูโด เพื่อขอความช่วยเหลือสนับสนุนวัคซีนโรคโควิดด้วย โดยได้กล่าวชื่นชมสหพันธรัฐแคนาดา ต่อการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ที่สามารถทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพด้านสาธารณสุข และมองเห็นถึงความสำคัญของประชาชนเป็นอันดับแรก อีกทั้งปัจจุบันประเทศไทยยังถูกปกครองโดยรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจมาจากคณะรัฐประหาร ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยโดยแท้จริง ประชาชนชาวไทยได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารงานภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิดที่ไม่มีประสิทธิภาพ และวัคซีนที่รัฐบาลจัดฉีดให้ประชาชนเป็นวัคซีนที่ด้อยประสิทธิภาพ ขณะนี้ประเทศไทยมีนักเรียนในโรงเรียนจำนวน 7,330,830 คน และมีนักศึกษาจำนวน 1,522,999 คน ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ใด้รับการฉีดวัคซีน จากเหตุผลข้างต้นจึงเป็นสาเหตุของการเข้าขอความช่วยเหลือในครั้งนี้ นอกจากนี้นายแพทย์ทศพร พร้อมกลุ่มนักเรียน นักศึกษาแพทย์พยาบาลเพื่อมวลชน ได้เดินทางไปที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา เพื่อยื่นหนังสือแสดงความขอบคุณที่ ฯพณฯ โจเซฟ อาร์ ไบเดน จูเนียร์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และรัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือโดยจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.5 ล้านโดส เพื่อนำไปฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณะสุข ผู้สูงอายุ เด็กในกลุ่มเสี่ยง และชาวต่างประเทศในไทย ข่าวเพิ่มเติม “เภสัชกร” กราบขอวัคซีน ทั้งที่อยู่แนวหน้า แต่ทำไมไม่ได้รับโล่ป้องกัน มีไหม ? นพ.เรวัต ” ไม่ต้องการผู้นำที่โง่ ไม่ขี้ขลาด ไม่เวิร์กฟรอมโฮม ” พร้อมแนะ 3 มาตรการ แก้ระบบ (สธ.)

บช.น. แจง รถตำรวจ สน.พลับพลาไชย 1 พุ่งชนผู้ชุมนุม อ้าง โดนทำแบบนี้ ?! รีบขับหนีเพราะกลัวอันตราย

(13 ก.ย.64) กองบัญชาการตำรวจนครบาลชี้แจงกรณีปรากฏภาพรถควบคุมผู้ต้องหาวิ่งชนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ บริเวณแยกดินแดง เมื่อช่วงดึกของวันที่ 12 กันยายน โดยจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นทราบว่า รถควบคุมผู้ต้องหาคันดังกล่าวเป็นของ สน.พลับพลาไชย 1 โดยเมื่อวันที่ 12 กันยายน ส.ต.อ.นรเศรษฐ ผบ.หมู่ ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย 1 ได้รับคำสั่งจาก บก.น.6 ให้นำรถควบคุมผู้ต้องหาของ สน.พลับพลาไชย 1 คันหมายเลขทะเบียน ฮจ 5399 กทม. ไปสนับสนุนภารกิจที่ ตร. และหลังจากเสร็จภารกิจที่ ตร. ให้ไปสนับสนุนภารกิจ ที่ บช.ปส. จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ได้มีการสั่งกำลังพลบางส่วนที่สนับสนุนการปฏิบัติการควบคุมสถานการณ์ที่แยกดินแดง สามารถถอนกำลังกลับที่ตั้งได้ ส.ต.อ.นรเศรษฐ จึงได้ขับรถคันดังกล่าว เดินทางกลับ สน.พลับพลาไชย 1 เพื่อนำรถยนต์คันดังกล่าวมาเก็บที่ สน. และจะนอนพักที่ สน. เพื่อรอปฏิบัติหน้าที่ในวันรุ่งขึ้น โดยคิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุม ผู้ก่อความไม่สงบได้ออกนอกพื้นที่แยกดินแดงแล้ว จึงได้ใช้เส้นทางถนนวิภาวดีรังสิต ข่าวที่เกี่ยวข้อง ผกก.สน.ดินแดง จ่อดำเนินคดี พ.ร.บ.คอม คนถ่าย คลิปตำรวจยิงปืน ม็อบ 16 สิงหา เปิดเบี้ยเลี้ยงควบคุมฝูงชนม็อบ 3 นิ้ว หลังโซเชียลเดือด “ทวงเบี้ยเลี้ยงให้คฝ.” ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 23.45 น. ได้ขับรถมาถึงบริเวณแยกดินแดง มีกลุ่มคนประมาณ 6-7 คน วิ่งออกจากข้างถนน เข้ามายังรถควบคุมผู้ต้องหาคันดังกล่าว และได้ใช้ไม้ วัตถุของแข็ง ตีบริเวณกระจกหน้าฝั่งคนขับ รวมถึงรอบๆ ตัวรถ และมีเสียงระเบิดดังขึ้นบริเวณรอบรถหลายครั้ง ส.ต.อ.นรเศรษฐ เกรงว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากไม่ได้พกพาอาวุธประจำกาย จึงพยายามขับรถออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด จังหวะนั้นได้มีบุคคลเข้ามาขวางบริเวณด้านหน้ารถ เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนบุคคลดังกล่าว ต่อมารถคันดังกล่าวยางแตก ไม่สามารถขับต่อได้ จึงได้เลี้ยวเข้าจอดที่ รพ.พระมงกุฎ ส.ต.อ.นรเศรษฐ ได้เดินทางกลับไปที่ สน.พลับพลาไชย 1 แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ซึ่งภายหลังได้มีการดำเนินการ ดังนี้ 1. ได้นำรถควบคุมผู้ต้องหาคันดังกล่าว มาเก็บรักษาไว้ที่ สน.พลับพลาไชย 1 2. แจ้งให้พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ทราบเหตุดังกล่าว ลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 64 เวลาประมาณ 03.20 น. และ 3. แจ้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ตรวจพยานหลักฐานรถคันเกิดเหตุ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ารถควบคุมผู้ต้องหาได้รับความเสียหาย กระจกหน้าร้าว ตัวรถด้านของมีร่องรอยการถูกทุบด้วยของแข็ง ยางแตก อย่างไรก็ตาม บก.น. 6 ได้สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมดำเนินการตามกฎหมายให้ครบถ้วน ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยในส่วนของ สน.พลับพลาไชย 1 จะได้ประเมินความเสียหายของตัวรถ ก่อนไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกรถชน หากมีการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ ส.ต.อ.นรเศรษฐ ทางพนักงานสอบสวน ก็จะได้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เช่นกัน

1 2 3 62