“ปารีณา” ฝากถึง “มารีญา” หายโกรธยังคะ โกรธนานไม่สวยนะคะ! พร้อมเอ่ยถึงกรณี “โก๊ะตี๋-น้าค่อม”

“ปารีณา” ฝากถึง “มารีญา” หายโกรธยังคะ โกรธนานไม่สวยนะคะ! พร้อมเอ่ยถึงกรณี “โก๊ะตี๋-น้าค่อม” เอาอีกแล้วจ้า ล่าสุด วันที่ 25 ก.ค 2564 “เอ๋ ปารีณา” ได้โพสต์เฟซบุคส่วนตัว  “ปารีณา ไกรคุปต์” โพสต์ยาวเหยียดถึง  “มารีญา พูลเลิศลาภ” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2560 ด้วยข้อความสุดยาวว่า “#มารีญาโกรธ ถึงมารีญาคนสวย ปารีณาจะค่อยๆอธิบายสิ่งที่พูด เพราะเข้าใจว่ามารีญา เป็นคนไทยที่ฟังและพูดภาษาไทยไม่รู้เรื่อง ไม่ค่อยเข้าใจ ปารีณา ได้ประนามทุกคนรวมถึงดารา..ที่.. เห็นแก่ตัว ไม่มีจิตสำนึก ไม่รับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะพวกจัดปาร์ตี้ ไม่ใส่มาส หรือเวลาต้อง กักตัวไม่ยอมกักตัว ออกมาจูงหมา ซื้อกาแฟ ไปคลินิก ไปทั่ว วันนี้ ยังคงมีดาราติดโควิดจากดารา โดยไม่เจตนา ไม่คิดว่าแค่ไม่ใส่ มาส โก๊ะตี๋ต้องติดโควิด หรือน้าค่อมติดโควิดจากใคร จึงวอนให้หยุด โทษพลเอกประยุทธ หยุดโทษกระทรวงสาธารณสุข แล้วหันมาดูตนเอง เข้าใจแล้วต้องโกรธ พวกคนเห็นแก่ตัว ไม่ใช่ปารีณา Solution ที่พยายามจะแสดงออกไป ก็คือจิตสำนึก ความรับผิดชอบ ต่อสังคม และหยุดเป็นส่วนหนึ่งในการแพร่เชื้อ หายโกรธยังคะ โกรธนานไม่สวยนะคะ” ข่าวที่เกี่ยวข้อง “เอ๋ ปารีณา” โพสต์แซะ “มิน พีชญา” ไม่ได้ดังเพราะการแสดง ดังเพราะหน้าเหมือนอั้ม! “เอ๋ ปารีณา” เดือด ฟาดพระเอกดัง #ต้องมีสมองไม่ใช่แต่..!? งานนี้สาว มารีญา จะออกมาเคลื่อนไหวตอบโต้อะไรอีกไหมน๊าาาาา!!!! มารอดูเลยจ้าาาาา

“วรวัจน์” จ้วกรัฐบาลไร้ยุทธศาสตร์ จัดงบถดถอย ทำคนจนลง

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณปี 2564 กล่าวถึงการจัดงบประมาณปี 2565 เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ว่า ปี 2565 เป็นการจัดงบประมาณแบบถดถอย เราจัดงบประมาณแบบขาดดุลไปเรื่อยๆ ทำให้จะต้องถูกตัดงบออกจำนวนมาก ดังนั้นหน่วยงานต่างๆจะทำงานได้ยากขึ้น ระบบต่างๆในการทำงานของประเทศเกือบเป็นอัมพาตเลยก็ว่าได้ เพราะเราจะไม่มีเงินทำงานเลย ซึ่งโครงการต่างๆที่ตั้งไว้อาจต้องถูกตัดออกจำนวนมาก และนี่คือสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในระบบงบประมาณของประเทศไทย ดังนั้น รัฐบาลควรต้องตัดใจเอาโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ออกให้หมด แต่เท่าที่ดูแล้ว งบประมาณกระทรวงกลาโหมกลับมีมากเท่าเดิม และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกด้วยซ้ำ ทั้งที่ควรจะจัดงบประมาณมากระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือเรื่องความเป็นอยู่ และปากท้องของพี่น้องประชาชนในประเทศแทน นอกจากนี้ นายวรวัจน์ ยังกล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ประชาชนยากจนลง เพราะการบริหารงานไม่เป็นของรัฐบาล ไม่มียุทธศาสตร์ในการจัดงบประมาณ และตรงนี้เองที่ทำให้เงินในประเทศไม่พอใช้ ซึ่งในปี 2565 จะเป็นปีที่มีความยากลำบากมากที่สุด เพราะงบประมาณของรัฐติดลบ ขณะที่เอกชนเองก็ไม่มีเงินลงทุน เนื่องจากพิษโควิด รวมไปถึงการที่รัฐบาลเองบริหารงบเเบบผิดพลาด จนต้องกู้เงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และแม้จะกู้เงินเพิ่มขึ้นจากเดิม 5 แสนล้านบาท เป็น 7 แสนล้านบาทอีก ก็ยังไม่พอ ทำให้งบประมาณยิ่งติดลบไปอีก เงินในระบบหายไปจำนวนมาก อย่างไรก็ตามทางแก้ปัญหาคือ ต้องเปลี่ยนแนวทางการใช้จ่ายเงินของรัฐ ไม่ใช่เอาเเต่ใช่เงินแจกจ่าย แต่ต้องไปกระตุ้นที่ธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SME ภาคเกษตร และกระตุ้นการจ้างงาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ