สายนี้เตรียมเฮ ! ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อหนุนการปลูกกัญชา ดอกเบี้ยต่อปีถูกมาก

ธ.ก.ส. พร้อมสนับสนุนสินเชื่อปลูกกัญชา เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และการศึกษาวิจัยพัฒนา ผ่านสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี หรือล้านละร้อย หรือสินเชื่อที่เหมาะสมกับธุรกิจ โดยผู้กู้ต้องจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือสหกรณ์การเกษตรที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีการจัดทำ MOU ในการดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลระหว่างผู้ขอกู้กับหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันอุดมศึกษา และได้รับใบอนุญาตให้ผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา จาก อย. สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ตำรวจรวบ 2 หนุ่ม ปลูกต้นกัญชา กว่า 80 ต้น อ้างโตเต็มวัยจะนำมาเสพเพื่อรักษาโรค เตรียมดัน “กัญชา” จากยาเสพติด สู่พืชเศรษฐกิจชุมชน ย้ำกัญชาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากใช้เหมาะสม จะช่วยเศรษฐกิจของประเทศได้มาก นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ให้ความสนใจในการปลูกพืชกัญชา เพื่อนำไปศึกษาวิจัยและพัฒนาสำหรับการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 มีผลบังคับให้สามารถนำกัญชาไปใช้ในกรณีจำเป็น เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัย รวมถึง การเกษตรกรรม พาณิชยกรรม วิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรม ภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของหน่วยงานของรัฐ ในการนี้ เพื่อรองรับความต้องการเพาะปลูกกัญชาที่เพิ่มขึ้น ธ.ก.ส. จึงได้มีแนวทางสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการปลูกกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัยพัฒนา และสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรและชุมชน อย่างไรก็ตาม การผลิตกัญชาซึ่งเป็นพืชที่มีความเสี่ยงสูงและถือเป็นยาเสพติดให้โทษ จึงจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลและดำเนินการภายใต้กฎหมาย ข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องมีการบริหารจัดการทั้งด้านการผลิต การเก็บรักษา และการตลาดเป็นการเฉพาะ สำหรับคุณสมบัติของผู้ขอกู้ ต้องเป็นวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือสหกรณ์การเกษตรที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ในการดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลระหว่างผู้ขอกู้กับหน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันอุดมศึกษา ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนหรือมีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ หรือมีหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด และต้องได้รับใบอนุญาตให้ผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

รวบผู้ต้องหา…!! พร้อมกัญชา300โล รับคำสั่งนายทุน ขนจากต่างจังหวัดเข้ากรุงกระจายต่อ

รวบผู้ต้องหา…!! พร้อมกัญชา300โล รับคำสั่งนายทุน ขนจากต่างจังหวัดเข้ากรุงกระจายต่อ วันที่13 กรกฎาคม ตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191จับกุมชายอายุ 35 ปีและชาย อายุ 40 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชาอัดแท่ง 300 กิโลกรัม   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -ตำรวจไซเบอร์…!! รวบมือดีแก้ประวัติ “หมอยง” ในวิกิพีเดีย เป็น”เซลล์ขายซิโนแวค” ถือว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา -รีวิว…!! 24 ชั่วโมง หลังได้วัคซีนเข็ม 3 (แอสตรา)   ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งสอง จะมีหน้าที่ชัดเจน คนหนึ่งจะไปรับกัญชาจากจ.นครปฐมนำมาส่งต่อให้อีกคนที่ลานจอดรถห้างดังย่านลาดพร้าวเพื่อกระจายขายต่อ ตำรวจจีงรวบทั้งหมดทันที สอบสวนพบว่าหากขนจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพตามใบสั่งของนายทุนผู้ว่าจ้างจะได้ค่าจ้างถึง 75,000 บาท หากนำยาเสพติดไปกระจายต่อจนหมดจะได้ค่าจ้าง 25,000 บาท โดยเงินที่ได้ ทั้งสองจะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งคู่พึ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำและได้ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด มาแล้วประมาณ 1 ปี

ตำรวจรวบ 2 หนุ่ม ปลูกต้นกัญชา กว่า 80 ต้น อ้างโตเต็มวัยจะนำมาเสพเพื่อรักษาโรค

ตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 ร่วมกันจับกุม นายวรเดช หรือจั๊ว อายุ 49 ปี นายสมภพ หรือหนุ่ม อายุ 42 ปี โดยจับกุมได้ที่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ต่อเนื่อง พื้นที่ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ พร้อมด้วยของกลาง ต้นกัญชา 87 ต้น ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ตำรวจบุกรวบ ! จับหนุ่มลักลอบ ” ปลูกกัญชา ” ในห้อง เตรียมดัน “กัญชา” จากยาเสพติด สู่พืชเศรษฐกิจชุมชน ย้ำกัญชาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากใช้เหมาะสม จะช่วยเศรษฐกิจของประเทศได้มาก เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 กองกำกับสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ได้ทำการจับกุมตัวนายสุทธินันท์ หรือ เบ๊นซ์ และ นายธีรภัทร หรือเหน่ง ในความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ แล้วได้ทำการสืบสวนขยายผล เรื่อยมาจนทราบว่านายสุทธินันท์ หรือ เบ๊นซ์ฯ และ นายธีรภัทร หรือ เหน่ง เป็นผู้คอยให้คำแนะนำและได้ส่งอุปกรณ์การเพาะปลูกต้นกัญชาและเมล็ดพันธุ์กัญชา ให้กับนายวรเดช หรือ จั๊ว และได้ทำการสืบสวนจนทราบว่านายวรเดช หรือ จั๊ว ได้ทำการปลูกต้นกัญชาไว้ที่ห้องพัก จึงเข้าทำการตรวจค้นห้องดังกล่าวต่อหน้านายวรเดช หรือจั๊ว ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ต้นกัญชา) จำนวน 10 ต้น สอบถามนายวรเดช หรือ จั๊ว รับว่าของกลางดังกล่าวเป็นของตนเองจริง และยังรับอีกว่ายังมีต้นกัญชาที่ตนปลูกไว้อยู่อีกจำนวนหนึ่ง เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยให้นายสมภพ หรือ หนุ่ม เป็นผู้ดูแลต้นกัญชาที่บ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบนายสมภพ หรือหนุ่ม แสดงตัวเป็นผู้ดูแลบ้าน จากการสอบถามผู้นายวรเดช หรือ จั๊ว และนายสมภพ หรือ หนุ่ม แจ้งว่าทั้งสองได้ร่วมกันปลูกต้นกัญชาดังกล่าว และเมื่อต้นกัญชาดังกล่าวโตเต็มวัยตนก็จะนำมาเสพเพื่อรักษาโรค ในชั้นจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายวรเดช หรือ จั๊ว และนายสมภพ หรือ หนุ่ม ทราบว่า “ร่วมกันผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจบุกรวบ ! จับหนุ่มลักลอบ ” ปลูกกัญชา ” ในห้อง

ตำรวจบุกรวบ ! จับหนุ่มลักลอบ ” ปลูกกัญชา ” ในห้อง เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 29 มิ.ย. พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จตร.ฯ ปฏิบัติราชการ บช.น. พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา รอง ผบก.น. 3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สส.น.3 พ.ต.ท.นิติภัทร บุญมี สว.สส.น.3 พร้อมกำลัง นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เลขที่ 293 /2564 ลงวันที่ 28 มิ.ย.2564 เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ เลขที่ 241 ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.ภายหลังสืบทราบเป็นสถานที่เพาะผลิตและขายกัญชาออแกนิก ข่าวที่เกี่ยวข้อง เตรียมดัน “กัญชา” จากยาเสพติด สู่พืชเศรษฐกิจชุมชน ย้ำกัญชาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากใช้เหมาะสม จะช่วยเศรษฐกิจของประเทศได้มาก แพทย์เตือน เมนูอาหารกัญชา กินต้องระวัง!! เผยกลุ่มเสี่ยง ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 5 ชั้น 1 คูหา ที่ชั้น 1 พบนายจิรวิชญ์ นวนนุกูล อายุ 31 ปี เจ้าของบ้านนำตรวจค้น พบที่ชั้น 1 เปิดเป็นร้านขายผ้าม่าน ขายอาหารหมาล่า และกาแฟ ชั้น 2 เป็นที่พัก ชั้น 3 พบเป็นห้องเพาะกัญชาออแกนิก มีต้นกัญชา ความสูงประมาณ 5-7 นิ้ว จำนวน 200 ต้น เพาะอยู่ในกระถาง ภายในห้องแอร์เย็นช่ำ อุปกรณ์การเสพกัญชา และอุปกรณ์สกัดน้ำมันกัญชา ชั้น 4 เป็นห้องเพาะกัญชาออแกนิกเหมือนกัน พบต้นกัญชามีดอกใบสมบูรณ์ ความสูง ประมาณ 1 เมตร จำนวน 19 ต้น ส่วนชั้น 5 เป็นห้องเก็บของ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายจิรวิชญ์ ให้การว่า เปิดร้านอาหารและขายผ้าม่านบังหน้า เพาะและขายน้ำมันกัญชา มานานเกือบ 2 ปี โดยสั่งเม็ดกัญชา พันธ์เชอรี่ จากอเมริกา ผ่านทางเฟซบุ๊ก พร้อมซื้ออุปกรณ์ต่างๆที่ใช้เพาะ ดูแล สกัดน้ำมัน ลงทุนไปเป็นเงินจำนวน 5 หมื่นบาท การเพาะปลูกกัญชาออแกนิก ต้องเพาะปลูกในห้องแอร์ ควบคุมอุณหภูมิ น้ำ แสงสว่าง โดยเสียค่าไฟเดือนละ 18,000 บาท ค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอีก ขายลูกค้าสั่งซื้อโดยใช้สื่อออนไลน์ เฟซบุ๊ก ขายเป็นน้ำมันกัญชา ขวด 5 ซีซี ราคา 500 บาท ขายเป็นต้น ต้นเล็กราคาต้นละ 2-3 ร้อยบาท ขายต้นใหญ่มีดอก ราคาต้นละ 15,000 บาท ส่งให้ลูกค้าทางพัสดุไปรณีย์ เบื้องต้นแจ้งข้อหา ผลิต นำเข้า ส่งออก ยาเสพติดประเภทที่ 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าครอบครองกัญชามีจำนวนเกิน 10 กิโลกรัม จะต้องถูกจำคุก 1 -15 ปี ปรับ 1 -1.5 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน […]

เตรียมดัน “กัญชา” จากยาเสพติด สู่พืชเศรษฐกิจชุมชน ย้ำกัญชาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากใช้เหมาะสม จะช่วยเศรษฐกิจของประเทศได้มาก

นพ.กิตติ โล่สุวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันกัญชาทางการแพทย์ กล่าวว่า สถาบันกัญชาทางการแพทย์ ได้หารือกับหน่วยงานหลักๆ 4 หน่วย ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก องค์การเภสัชกรรม (อภ.)โดยมีโจทย์สำคัญคือ ทำอย่างไรให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจชุมชน สิ่งแรกที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ เปลี่ยนภาพกัญชาจากยาเสพติดเป็นพืชเศรษฐกิจ กัญชาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากใช้เหมาะสม จะช่วยเศรษฐกิจของประเทศได้มาก ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม สาวโพสต์ภาพกับกัญชาหลังบ้าน เจอตำรวจมาหาถึงที่ เด็กสมบูรณ์ได้เปิดตัวซอส “กัญชา” ครั้งแรกของโลก จะชูรสอาหารได้ขนาดไหนต้องไปลอง ! นพ.กิตติ กล่าวต่อว่า วันนี้มีประเด็นที่ต้องนำไปทำการบ้านต่อ 5 เรื่อง คือ 1. การปรับแก้กฎระเบียบ และเตรียมความพร้อมของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้มีส่วนช่วยชุมชนผู้ปลูกพืชกัญชาแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชา โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก นพ.ภูวเดช สุระโคตร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่จะมาช่วยบริหารจัดการวางระบบ 2. การพัฒนาขั้นตอนการขออนุญาตให้ง่าย ทั้งการปลูก การอนุมัติทะเบียนผลิตภัณฑ์ มีระบบให้คำแนะนำเฉพาะราย เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ในพื้นที่ โดยในส่วนนี้ นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการ อย. จะเป็นหัวเรือใหญ่ในการดำเนินการเรื่องนี้ 3. Demand supply matching ทำให้การใช้และการปลูกสมดุลกัน ซึ่งการใช้ต้องกว้างขวางไปถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่เฉพาะยาเท่านั้น โดยส่วนนี้ นพ. ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจะทำงานร่วมกับสถาบันกัญชาและเขตสุขภาพ 4. พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์กัญชาให้หลากหลาย ทั้งยา ผลิตภัณฑ์ และ consumer products เพื่อเปิดให้วัตถุดิบกัญชาที่จะซื้อจากเกษตรกรให้มีที่ไป มีมาตรฐานวัตถุดิบและราคาอ้างอิงที่เป็นธรรม ตรงนี้ ดร.ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ องค์การเภสัชกรรม รับไปดำเนินการพัฒนา cannbis unit และมานำเสนอต่อไป และ 5. ระบบการกำกับติดตามเรียลไทม์ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ประโยชน์ ทำให้รู้ว่ามีดีมานด์เท่าไร ซัพพลายพอหรือไม่ ตั้งแต่วัตถุดิบ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ ซึ่งส่วนนี้อย. ได้ทำอยู่แล้ว แต่สถาบันกัญชาจะเข้ามาช่วยดู เพื่อแบ่งเบาภาระงานของอย ที่มาก และทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในการประชุมครั้งถัดไป คือ วันอังคาร ที่ 29 มิถุนายน 2564 ทุกหน่วยงานที่รับงานไปทำ ต้องมานำเสนอ และสถาบันกัญชาจะรวบรวมเป็นแผนเร่งด่วน เสนอต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขต่อไป สำหรับสถาบันกัญชาทางการแพทย์ เป็นหน่วยงานประสาน และเป็นทีมเลขา ของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ในการติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงโดยล่าสุดสถาบันกัญชาทางการแพทย์ ได้รับมอบหมายให้มาดูแลโครงการกัญชา 6 ต้น ร่วมกับเขตสุขภาพต่างๆ ทำขั้นตอนการขออนุญาตให้ง่ายขึ้น

1 2 3 13