‘หัวหิน’ ระบาดอีก พบคลัสเตอร์ใหม่

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.64 นายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า วันนี้พบผู้ป่วยโควิด19 รายใหม่จำนวนมากถึง 35 ราย ทั้งหมดเป็นพนักงานของโรงงาน ผลิตไก่สด ในอำเภอหัวหิน นับเป็นคลัสเตอร์ใหม่ ที่เกิดขึ้นภายในโรงงานไก่สด ของบริษัทสุรชัย โพลทรี่ ฟู้ดส์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นโรงงานแปรรูปไก่สด เริ่มจากพบผู้ป่วยโควิด19 เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมาจำนวน 1 ราย ในแผนกล้วงเครื่องใน ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม คลัสเตอร์ โรงงานแปรรูปไก่ ติดโควิดเพิ่ม! จ.ลพบุรี คลัสเตอร์โต๊ะสนุ๊กเกอร์! ต่อมาวันที่ 3 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ทีมสอบสวนโรคได้เร่งทำการค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด พบว่ามีจำนวน 41 ราย ซึ่งทั้งหมดอยู่ในแผนกล้วงเครื่องใน และผลการตรวจเชื้อก็ได้พบผู้ติดเชื้อโควิด19 ในขณะนี้มีจำนวน 35 รายและได้ทำการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวหินแล้ว ต่อมาวันที่ 4 มิ.ย. ทีมสอบสวนโรค ได้ทำการสอบสวนโรค ทั้งโรงงานพบว่าพนักงานมีการสวมหน้ากากอนามัย เอี๊ยมพลาสติก ถุงมือที่รัดข้อมือ และรองเท้าบูท ยืนติดกัน แต่มีโอกาสการแพร่เชื้อระหว่างกัน และลงสู่เนื้อไก่ น้อยมาก โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้กำหนดมาตรการ โดยนำแรงงานทั้งหมด รวมทั้งพนักงานสำนักงาน เข้ากักตัวในบริเวณของโรงงานเป็นระยะเวลา 14 วัน และให้คนที่ไม่ป่วยสามารถทำงานต่อได้ แต่ต้องกำชับมาตรการป้องกันเข้ม ตลอดเวลา รวมถึงจัดที่พักแยกตามแผนกที่ทำงาน เพื่อกันไม่ให้มีการแพร่เชื้อข้ามแผนก และมีระยะห่าง อย่างน้อย 1 เมตร ทำแผงกันพลาสติกแบ่งบนโต๊ะอาหาร ตามที่สาธารณสุขกำหนด และจัดให้มีตัวแทนคอยดูว่า ใครมีไข้ หรืออาการทางเดินหายใจ ให้พาไปตรวจที่ โรงพยาบาล หัวหินเพื่อทำ NPS และตรวจวินิจฉัย พร้อมทั้งหา ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงวง1 และผู้สัมผัสเสี่ยงสูงวง2 ไว้ก่อน พร้อมจัดแยก โดยให้มีการจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมอย่างเข้มงวด สำหรับโรงงานแห่งนี้มีพนักงานทั้งหมด 285 คน เป็นคนไทย 62 คน และชาวเมียนมา 223คน มี 3 แผนก มีแผนกไก่เป็น 65คนแผนกล้วงเครื่องใน มี 65 คนและ แผนกตัดแต่ง มี 90 คนมีทั้งหมด 8 ไลน์การผลิต นอกจากนั้นมีแผนก คลังสินค้า 15 คนแผนก office 30 คนแผนกช่างและอื่น 6 คน

ชายวัย 38 ปี กระโดดจากอาคารกักตัว

ชายวัย 38 ปี ใช้เก้าอี้ทุบกระจกกระโดดจากอาคารกักตัว เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 เกิดเหตุชายไทยตกจากอาคารสูงจากสถานที่กักตัวโควิด-19 ในซอยเพชรบุรี 31แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มูลนิธิ เข้าตรวจสอบด้วยชุดPPE ข่าวที่เกี่ยวข้อง สลด! เด็กชาวจีน โดนแม่ตบต่อหน้าเพื่อน! อับอายจนทนไม่ได้ กระโดดตึกดับ พบผู้เสียชีวิตโควิด-19 อายุน้อยที่สุด! จากรายงานข่าาวพบว่าผู้ตายเป็นชายวัย 38 ปี ได้เดินทางกลับมาจากเกาหลีใต้ ชายรายดังกล่าวได้ใช้เก้าอี้ไม้ในห้องพักทุบกระจกหน้าต่างแตก ก่อนจะกระโดดลงมาเสียชีวิต ด้านสาเหตุการเสียชีวิตนั้นเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอย่างละเอียด    

หนุ่มอินเดียติดโควิด”กักตัวบนต้นไม้” รับผิดชอบต่อสังคมเเละครอบครัว

วานนี้ 17 พฤษภาคม 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ถึงเรื่องของหนุ่มชาวอินเดีย  รัฐเตลังคานา หลังจากที่โควิด-19 เกิดการระบาดอย่างหนัก เเล้วปรากฎว่าหนุ่มดังกล่าวติดเชื้อโควิด จึงต้องกักตัวเองอยู่บนต้นไม้ โดย เด็กหนุ่มวัย 18 ปี ดังกล่าวชื่อว่า นายศิวะ  อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชนบท รัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย เป็นนักศึกษาปี 1 ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยอยู่ในช่วงปิด เขาจึงช่วยพ่อเเม่ทำงาน และรับจ้างรายวันในท้องถิ่น เเละวันที่ 4 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา นายศิวะ ตรวจพบว่าตนติดเชื้อไวรัสโควิด-19  แพทย์จึงให้กักตัวเอง ห้ามพบปะกับบุคคลอื่น แต่หมู่บ้านของศิวะชุมชนขนาดเล็กประชากร 1,000 คน ทำให้ไม่มีศูนย์แยกกักกันโรค ซึ่งหากจะไปกักตัวที่ศูนย์จริงๆก็จะต้องเดินทางไกล เเละยากลำบากเเละไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้วย ส่วนบ้านของนายศิวะนั้น เป็นบ้านหลังเล็กๆ ไม่มีห้องส่วนตัว เขาเองกลัวว่าพ่อเเม่ เเละน้องสาวจะติดเชื้อจากเขา คืนเเรกศิวะจึงนอนนอกบ้าน เเละสร้างเพิงกักตัวบนต้นไม้ในวันรุ่งขึ้น  เพิงกักตัวบนต้นไม้ ถูกสร้างเเบบง่ายๆ ใช้ไม้และเชือกมัด แม่จะคอยนำอาหาร เเละน้ำมาวางไว้ใต้ต้นไม้ให้ เเละในหนึ่งวันของการกักตัวบนต้นไม่นั้น นายศิวะมักจะใช้เวลาในการเล่นโทรศัพท์มือถือ อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลงไปพลางๆเเก้เบื่อ นายศิวะบอกว่า “ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกเพราะโควิด -19 คุณสามารถพิชิตมันได้ด้วยความคิดเชิงบวกจากตัวคุณเอง” ล่าสุดเมื่อวานนี้ 17 พ.ค. นายศิวะได้ลงจากต้นไม้ เนื่องจากกักตัวครบตามกำหนดเเล้ว เเละเขาเองรู้สึกดีขึ้น ซึ่งหลังจากกักตัวเสร็จก็จะต้องไปตรวจหาเชื้ออีกรอบ เพื่อให้เเน่ใจว่าหายดีเเล้ว ด่วน!! ยกเลิกหนังสือรับรองต่างชาติ จากอินเดียที่จะเข้าไทย “อินเดีย”ยอดผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม จนทำสถิติทะลุ 25 ล้านคน

ต้นตอโควิดเรือนจำเชียงใหม่ ผบ.คุกลั่น ‘คุมสถานการณ์ได้’

วันที่ 17 พ.ค.64 ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้แถลงความร่วมมือบริหารจัดการโรงพยาบาลสนามเรือนจำกลางเชียงใหม่ โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมพล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 นพ.จตุชัย มณีรัตน์ สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.วุฒิไชย อิศระ รองเจ้ากรมการแพทย์ทหารบก นายสุรศักดิ์ เผื่อนคำ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ และนายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม นายอำเภอแม่แตง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและรายละเอียด ประเด็นผู้ต้องขังในเรือนจำกลางเชียงใหม่ติดโควิด 3,929 คน นายเจริญฤทธิ์ กล่าวว่า จากการตรวจพบผู้ติดเชื้อในเรือนจำกลางเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด จึงได้นำกลยุทธ์ควบคุมโรคแบบปิด Bubble & Seal เป็นระยะเวลา 28 วัน โดยความร่วมมือของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กองทัพภาคที่ 3 และกรมการแพทย์ทหารบก กองทัพบก พร้อมทั้งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเรือนจำกลางเชียงใหม่ รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ ดูแลรักษาผู้ติดเชื้อด้วยมาตรฐานเดียวกับประชาชนทั่วไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง ยอดพุ่ง!! นักโทษติดเกือบ 4,000 ราชทัณฑ์แถลงแล้ว ตรวจโควิดเชิงรุกในเรือนจำ พบติดเชื้อรวม 2,835 ราย จากการดำเนินการที่ผ่านมาได้ผลน่าพอใจ ยืนยันทุกคนอยู่ภายใต้การดูแลรักษาอย่างดี ขณะที่ผู้พ้นโทษยังต้องได้รับการกักตัวอีก 14 วันในสถานที่ที่จัดไว้ให้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ต้องขังสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติและไม่ส่งผลกระทบกับชุมชน นพ.จตุชัย มณีรัตน์ สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การดำเนินการตามกลยุทธ์ Bubble & Seal ในเรือนจำกลางเชียงใหม่ เป็นการควบคุมโรคในพื้นที่ปิด เพื่อจำกัดไม่ให้มีการระบาดระหว่างแดน เป็นเวลา 28 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. โดยจะเร่งตรวจคัดกรองเชิงรุกหาผู้ติดเชื้อในผู้ต้องขังทุกคน และเร่งให้การรักษา พร้อมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามที่มีศักยภาพสูงในการรักษาคนไข้ ทั้งนี้ ย้ำว่าจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำกลาง ไม่มีผลต่อการพิจารณาปรับระดับพื้นที่ควบคุมของจังหวัดเชียงใหม่ เพราะเป็นการระบาดในพื้นที่ปิด และไม่ได้สะท้อนสถานการณ์ที่แท้จริง ด้านพล.ต.วุฒิไชย อิศระ รองเจ้ากรมการแพทย์ทหารบก กล่าวว่า การควบคุมโรคในพื้นที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ครั้งนี้ ภารกิจของทหารที่ได้รับการมอบหมายคือ สนับสนุนการทำงานในพื้นที่ที่มีขีดจำกัด ดูแลรักษาด้วยมาตรฐานเดียวกับประชาชน ซึ่งภายใต้ข้อจำกัดทั้งหมดถือว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันดำเนินการสามารถทำงานได้อย่างดี โดยผู้ต้องขังทุกคนต้องได้รับการตรวจหาเชื้อและภูมิคุ้มกันอย่างน้อย 2 ครั้ง หลังกักตัวครบทุก 14 วัน ทั้งนี้ เมื่อครบ 28 วัน การดำเนินงานจะประสบผลตามเป้าหมายทำให้เรือนจำกลางเชียงใหม่ปลอดเชื้อโควิด และปลอดภัยสำหรับผู้ต้องขังทุกคน และไม่มีเชื้อเล็ดลอดแพร่สู่ภายนอก อย่างไรก็ตามมองว่า ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะเป็นตัวเลขที่มีความเคลื่อนไหว แต่ประเด็นสำคัญยืนยันว่าทุกคนได้รับการดูแลอย่างดี และไม่มีเชื้อเล็ดลอดออกมา พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า การระบาดที่เกิดขึ้นในเรือนจำกลางเชียงใหม่ เกิดจากญาติที่ไปเยี่ยมผู้ต้องขังนำเชื้อเข้าไป กระทั่งเกิดการแพร่ระบาด แต่ยืนยันสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ด้านนายสุรศักดิ์ เผื่อนคำ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ ยืนยันขณะนี้ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำกลางเชียงใหม่ได้แล้ว เรือนจำกลางเชียงใหม่เป็นเรือนจำความมั่นคงสูงสุด มีทั้งหมด 10 แดน เหตุเกิดจากแดนที่ 4 เป็นแดนแรกรับ มีการตรวจหาเชื้อและกักตัว โดยจะแยกขังผู้ต้องขังใหม่อย่างน้อย 14 วัน ระหว่างที่แยกขังนั้น มีการทำกิจกรรมในแดนอื่นทำให้เกิดการระบาด จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ต้องขอโทษทุกฝ่าย การกักตัวเพียง 14 วัน อาจจะไม่เพียงพอและอาจจะต้องตรวจหาเชื้อทุกวัน พร้อมกันนี้ยืนยันผู้ต้องขังที่ติดเชื้อทุกคนได้รับการดูแลอย่างดีด้วยมาตรฐานสาธารณสุข เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป

ญาติคาใจ “ลุงวัย 62 ปี” ติดโควิด ปล่อยกลับบ้านโดยลำพัง

ญาติคาใจ “ลุงวัย 62 ปี” ติดโควิด ปล่อยกลับบ้านโดยลำพัง จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวผู้เสียชีวิตจากโควิดที่ไปรักษาตัวที่ รพ.สนาม แต่ทางเจ้าหน้าที่ปล่อยตัวกลับมาบ้าน ทั้งที่ยังไม่ครบ 14 วัน และปล่อยให้นั่งแท็กซี่มาคนเดียว เมื่อลงแท็กซี่เดินเข้าไปซอยเพื่อเข้าบ้าน แต่เมื่อเดินไปได้ประมาณ 10 เมตร ก็ล้มลงเสียชีวิต ลุงวัย 6   ความคืบหน้าล่าสุด ญาติผู้ป่วยได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ตอนนี้หลายเพจเล่นข่าวอาเราว่าหนีกลับมาเองโดยการนั่งแท๊กซี่ขอชี้แจงตรงนี้นะค่ะว่า คุณอาไม่ได้หนีกลับเองได้รับการยืนยันจากสถานที่กักตัวแล้วนี่คือเอกสารการยืนยันที่เขาให้กลับมา ใครไม่เข้าใจหรือยังไงขออนุญาตชี้แจ้งได้นะคะ”   ข่าวเพิ่มเติม โจรบุกจี้เซเว่น! กวาดเงินสด ซิมมือถือ ซิ่ง จยย. หลบหนี เพจ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ปิดช่องทางแสดงความคิดเห็นแล้ว   โดยได้โพสต์ภาพใบรับรองรองแพทย์จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า “รับรองว่ามารับการรักษาที่หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ สถาบันมะเร็งแห่งชาติจริง ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. – 7 พ.ค. ได้รับการดูแลตามมาตรการแยกกัก ครบ 14 วัน ตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข”.. ขณะเดียวกันทางญาติเกิดความสงสัยไม่เข้าใจว่าทางเจ้าหน้าที่ปล่อยให้กลับบ้านคนเดียวได้อย่างไร โดยไม่มีรถพยาบาลมาส่ง

1 2 3 4 12