กลุ่มราษฎร ได้เคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมุ่งสู่รัฐสภา

วันที่ 24 มิ.ย.64 บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ในการจัดกิจกรรมเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เนื่องในวันครบรอบ 24 มิ.ย.2475 เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย หรือครบ 89 ปี อภิวัฒน์สยาม ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมุ่งสู่รัฐสภาแล้ว เพื่อยื่นหนังสือแสดงจุดยืนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ม็อบชุมนุม “เปิดไฟให้ดาว” ณ Sky walk สี่แยกปทุมวัน เจ้าหน้าที่สลายกลุ่ม REDEM หลังยุติชุมนุม เคลื่อนรถน้ำจีโน่เข้าพื้นที่ โดยกำหนดเส้นทางที่แจ้งไว้โดยใช้ถนนราชดำเนินกลาง มุ่งหน้าสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เข้าสู่ถนนหลานหลวง ถึงแยกอุรุพงษ์เลี้ยวเข้าสู่ถนนพระรามที่ 6 เข้าสู่ถนนทหารเดินตรงต่อไปจนถึงแยกเกียกกาย มีจุดหมายที่รัฐสภา รวมระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร ขณะที่ บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ได้นำสิ่งกีดขวาง ตู้คอนเทนเนอร์ มาตั้งปิดทางเข้า-ออก ถนนพระราม 5 ด้านข้างทำเนียบรัฐบาลแล้ว ขณะที่บริเวณฝั่ง ก.พ. ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ได้นำรถควบคุมผู้ต้องขัง จำนวน 2 คัน รถฉีดน้ำแรงดันสูง […]

กลุ่มราษฎรรวมตัวชุมนุมกันที่สกายวอล์ก หลังแกนนำถูกคุมขังไม่ได้ประกันตัว

กลายเป็นเหตุการณ์ตึงเครียด หลังแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร ถูกคุมขังไม่ได้ประกันตัว จนมีการรวมตัวชุมนุมกันที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน วันที่ 9 ก.พ.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากศาลไม่ให้ประกันตัว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายอานนท์ นำภา, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และ นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ 4 ผู้ต้องหา แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร จนทำให้มีการรวมตัวชุมนุมกันที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน เพื่อจัดกิจกรรมแสดงออกไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยบรรยากาศมีประชาชนทยอยกันมารวมชุมนุมและมีการปราศรัยจากตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ปทุมวัน จัดกำลังตำรวจเข้าดูแลความสงบทั้งในและนอกเครื่องแบบ โดยยังไม่มีการประกาศแจ้งให้ยกเลิกการชุมนุม ต่อมาเวลา 20.10 น. พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน ได้อ่านประกาศขอให้ยุติการชุมนุม เนื่องจากผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ระหว่างนั้นมีแนวร่วมเข้าไปเคาะหม้อ และตะโกนด่าทอด้วยไม่ความไม่พอ ก่อนจะมีชายคนหนึ่งเข้าไปพยายามประชิดตัวตำรวจ ทำให้ผู้ชุมนุมคนอื่นๆ กรูเข้ามาผลักดันตำรวจให้ถอยร่น ออกจากพื้นที่ชุมนุม จนต้องเข้าไปอยู่ด้านในห้างสรรพสินค้า  

โตโต้ อดีตหัวหน้าการ์ดกลุ่มราษฎร 63 หลังประกาศแยกตัวออกมา เผยรูปแบบชุมนุมที่ทำอยู่ อาจทำคนกรุงเทไม่เอาด้วย

นายปิยรัฐ จงเทพ  หรือ “โตโต้” อดีตหัวหน้าการ์ดกลุ่มราษฎร 63 We Volunteer หรือ WeVo ที่ปัจจุบันได้ประกาศแยกตัวออกมาจากการ์ดม็อบสามนิ้วเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีคลิปภาพและข่าวออกมาต่อเนื่อง ถึงการมีปัญหากันเองในกลุ่มการ์ดผู้ชุมนุมจนมีการทำร้ายร่างกายกันเอง เพื่อจะมาเคลื่อนไหวทำกิจกรรมการเมืองในนามของกลุ่มวีโว่ ให้สัมภาษณ์ช่วงหนึ่งโดยประเมินสถานการณ์การเมืองและการชุมนุมของม็อบต่อจากนี้ว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องคดีบ้านพักของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำให้พลเอกประยุทธ์ยังเป็นนายกฯต่อไป การเมืองไทย จากนี้ คงไม่ไปถึงจุดพีคหรือจุดต่ำกว่านี้ไปอีกแล้ว มันรักษาระดับแบบนี้ต่อไป ก็จะยื้อแบบนี้ไปจนเกว่าจะมีเหตุปัจจัยอื่นที่มันมีผลต่อสถานการณ์มากกว่านี้ โดยสถานการณ์ของม็อบพูดไปถึงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหลัก มากกว่าสถาบันทางการเมืองอื่นๆ คิดว่าปัจจัยที่จะทำให้สถานการณ์พีคขึ้นหรือต่ำลงอยู่ที่ประเด็นของสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหลัก หัวหน้ากลุ่มวีโว่ ที่เป็นอดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ทำกิจกรรมต่อต้านคสช.มาตั้งแต่ปี 2557 กล่าวอีกว่า ตราบใดที่หากยังไม่มีการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างรุนแรง และยังไม่มีการยกเลิก 112 สถานการณ์ม็อบก็จะไม่ลงและจะไม่ขึ้น เว้นแต่จะมีการบังคับใช้มาตรา 112 อย่างรุุนแรง ก็จะนำไปสู่เหตุการณ์ที่ยกระดับ นำไปสู่การตื่นตัวอีกครั้งหนึ่งของประชาชน ซึ่งก็คิดว่าเป็นไปได้ที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์อาจจะอยู่ครบสี่ปี แต่เป็นการอยู่ครบด้วยความทุลักทุเลและหายนะทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ โดยตลอดช่วงอายุของรัฐบาล ก็จะมีการประท้วงจะเกิดขึ้นเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ หรือาจขยับเป็นรายเดือน แต่ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปในเชิงปริมาณ จะไม่ลดน้อยถอยลงในเชิงขบวนการ แต่จะแตกหน่อออกไปเป็นกลุ่มต่างๆ และที่สำคัญจะมีแนวทางที่หลากหลายมากขึ้น เพราะหลายคนอาจคิดว่า แนวทางที่คณะราษฏร 63 […]

“ทิม พิธา” โดนแก๊สน้ำตาด้วย หลังลงมาขอให้เจ้าหน้าที่หยุดใช้ความรุนแรงกับม็อบ

วันที่ 17 พ.ย. 63 จากกรณีที่ กลุ่มราษฎรนัดรวมตัวกันบริเวณหน้ารัฐสภา เพื่อชุมนุมติดตามการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของตำรวจโดยรอบ พร้อมตั้งแท่นปูนและลวดหนามขวางไว้นั้น ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการใช้รถฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม จนมีผู้ถูกแก๊สน้ำตาหลายราย มีการระคายเคืองที่ตา รวมถึงมีผู้บาดเจ็บ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังมีภาพการเตรียมการใช้กระสุนยางกับกลุ่มม็อบด้วย ขณะที่ในมุมของนักการเมืองฝ่ายค้าน นำโดย ส.ส.พรรคก้าวไกล หลายคนได้ออกจากรัฐสภา ไปยังพื้นที่ชุมนุมด้านนอกเพื่อเจรจาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้หยุดใช้น้ำผสมแก๊สน้ำตากับผู้ชุมนุม และหยุดใช้ความรุนแรง ล่าสุด นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ทวิตเตอร์ส่วนตัว เป็นภาพของ “ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรค ที่ถูกแก๊สน้ำตาระหว่างออกมาเจรจากับเจ้าหน้าที่ พร้อมระบุข้อความว่า “ลงไปเจรจาเพื่อให้หยุดใช้ความรุนแรงกับประชาชน หยุดพ่นน้ำผสมแก๊ส แม้ไม่โดนเต็มๆ แต่ละอองน้ำ ก็ทำให้แสบคันได้ หัวหน้าพรรคผม“

เริ่มแล้ว! กลุ่มผู้ชุมนุมราษฎรบางส่วน พยายามเข้าไปตัดรั้วลวดหีบเพลงแนวกั้น ตำรวจเลยนำรถฉีดน้ำสกัดกั้น

วันที่ 17 พ.ย. 2563 เวลาประมาณ 14.15 กลุ่มราษฎรที่นัดชุมนุมใหญ่จะไปล้อมรัฐสภา ได้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น เมื่อมีกลุ่มราษฎรบางส่วน ได้เข้ามาใกล้แนวกั้นแบริเออร์ ที่กั้นไว้บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา และพยายามตัดรั้วลวดหีบเพลงแนวกั้น ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำรถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดสกัดกลุ่มผู้ชุมนุม ด้านผู้ชุมนุมเลยขว้างพลุสีเข้าไปยังแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาแกนนำผู้ชุมนุมที่อยู่บนรถเวทีปราศรัยได้ประกาศห้ามปรามไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้นแบริเออร์ของตำรวจเพราะเกรงจะเกิดการปะทะกัน ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ประกาศขอเจรจากับการ์ดผู้ชุมนุม และขอให้หยุดรื้อแนวลวดหนาม พร้อมให้รถน้ำถอยไป 30 เมตร เพื่อจะได้เจรจากับผู้ชุมนุมได้

1 2