สลด! เด็กชาวจีน โดนแม่ตบต่อหน้าเพื่อน! อับอายจนทนไม่ได้ กระโดดตึกดับ

เด็กชายวัย 14 ปี ประเทศจีน ถูกจับได้ว่าเล่นไพ่ โดนแม่ตบหน้าต่อหน้าเพื่อนๆในโรงเรียน อับอายจนทนไม่ได้ ตัดสินใจกระโดตึกดับชีวิตตัวเองอย่างน่าสลด เด็กชายชาวจีนวัย 14 ที่เลือกจบชีวิตตัวเองอย่างน่าเศร้า จากการรายงานของสำนักข่าวจีนระบุว่า เด็กนักเรียนชายวัย 14 จากอู่ฮั่นได้กระโดดลงมาจากตึกอาคารเรียนชั้นที่ 5 หลังจากที่ถูกแม่ตบต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นเรียน   สาเหตุของการถูกแม่ตบหน้านั้นเป็นเพราะเด็กชายถูกฝ่ายปกครองจับได้ว่าแอบเล่นไพ่โป๊กเกอร์กับเพื่อน ฝ่ายปกครองจึงโทรไปแจ้งผู้ปกครองให้ทราบขณะที่ถูกทำโทษให้มายืนบริเวณทางเดินในอาคารเมื่อแม่เด็กชายมาถึง เธอมาพร้อมกับความโกรธลูกชายและเผชิญหน้ากับเขาในบริเวณทางเดินอาคารเรียน ก่อนที่จะตบหน้าลูกชายต่อหน้าเพื่อนๆลูก ภายหลังคุณครูจึงพาคุณแม่ออกจากจุดที่เด็กชายยืนอยู่ เหตุการณ์หลังจากนั้นคือเด็กชายยืนนิ่งเงียบประมาณ 3 นาทีก่อนที่จะตัดสินกระโดดลงจากตึก เด็กชายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และได้รับการแถลงว่าเสียชีวิตในภายหลังช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ในวันเกิดเหตุ ชาวเน็ตที่ได้เห็นข่าวดังกล่าวต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่าเด็กนักเรียนชายคนนี้เปราะบางอ่อนไหวเกินไป ในขณะที่บางส่วนรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ชี้แนะว่าผู้ปกครองควรนึกถึงจิตใจของลูกตัวเองบ้าง โดยเฉพาะการถูกทำโทษให้อับอายต่อหน้าคนอื่นๆ อยากให้ลองนึกถึงตัวเองถ้าหากโดนแบบนั้นบ้าง

หนุ่มพนักงานเสิร์ฟ เครียดหวั่นติดโควิด โดดตึกดับกลางเมืองหาดใหญ่

พนักงานเสิร์ฟเครียดบอกเพื่อนติดเชื้อโควิด ก่อนกระโดดตึกฆ่าตัวตายกลางเมืองหาดใหญ่ วันที่ 3 เมษายน 2563 เวลา 07.00 น. รับแจ้งพบศพชายกระโดดตึก 5 ชั้น แมนชั่นย่านสามชัย อ. เมืองหาดใหญ่ จ. สงขลา ทราบชื่อนายบัญชา เลิศภมรินทร์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124 หมู่ 4 ต.ทุ่งข้าวพวง ต. เชียงดาว จ. เชียงใหม่  เป็นพนักงานเสิร์ฟของโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองหาดใหญ่ สภาพศพนอนคว่ำ จมกองเลือด สวมกางเกงบล็อกเซอร์ ใส่เสื้อเชิ้ตลายดอกข้างกำแพงใต้เสาไฟฟ้าแรงสูงภายในลานจอดรถ แมนชั่นดังกล่าว เจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจบนห้องพัก พบว่าประตูห้องล็อกจากด้านใน ซึ่งเชื่อว่าเป็นการจงใจฆ่าตัวตาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่บริเวณเกิดเหตุห้ามไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปใกล้กับศพเพื่อความปลอดภัยในขณะที่ทั้งทีมแพทย์และกู้ภัยเองก็ต้องสวมใส่ชุดป้องกันอย่างดี เนื่องจากทราบข้อมูลจากคนที่รู้จักผู้ตายว่าผู้ตายอาจจะติดเชื้อโควิด19 ทำให้เกิดอาการเครียดกระโดดห้องพักฆ่าตัวตาย โดยเพื่อนร่วมงานของผู้ตาย เปิดเผยว่า ผู้ตายเครียดและอยู่แต่ในห้องพักมาหลายวัน รวมถึงดื่มเหล้าตลอด และได้ โทร. แจ้งนายจ้างและเพื่อนว่าติดผลเลือดเป็นบวก ติดโรคโควิด 19 จึงเชื่อว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เครียดและคิดสั้นฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเบื้องต้น เป็นคำบอกเล่าของผู้คนรอบข้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำศพไปตรวจพิสูจน์อีกครั้งว่า ติดโควิด 19 จริงหรือไม่ แต่ระหว่างนี้ขอให้ผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ตายไปตรวจร่างกายเพื่อความแน่ใจ และห้ามเข้าไปในห้องพักจนกว่าผลตรวจจะออก

กลางกรุง…!! สาว กระโดดตึก ดิ่งชั้น 10 ดับคาที่

กลางกรุง…!! สาว กระโดดตึก ดิ่งชั้น 10 ดับคาที่ แม่ค้าช็อกอยู่ห่างแค่ 20 เมตร    กระโดดตึก วันที่ 19 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งคนตกจากที่สูงเสียชีวิต ที่อาคารแห่งหนึ่ง แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ พาติกรณ์ ศรชัย ผกก.สน.ปทุมวัน    ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 25 ชั้น ด้านล่างบริเวณทางเข้าลานจอดรถของอาคารดังกล่าวอยู่ติดกับทางเข้าสยาม สแควร์ พบศพ น.ส.อธิชา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตบนพื้น เบื้องต้นทราบว่าผู้เสีย ชีวิตโดดลงมาจากชั้นที่ 10 ของอาคารดังกล่าว    จากการสอบถามแม่ค้ารายหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ กล่าวว่า กำลังขายกับข้าวอยู่ ก็ได้ยินเสียงของตกลง มาเสียงดังมาก ก่อนจะมองไปข้างหน้าห่างไม่เกิน 20 เมตร ก็เห็นร่างของผู้หญิงดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยัง ทราบสาเหตุของการก่อเหตุในครั้ง ซึ่งจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนดำเนินการต่อไป **************************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก ข่าวสด)

สลด! เด็กหญิงวัย 13 ปีท้อง 1 เดือน โพสต์เฟสบุ๊คก่อนดิ่งคอนโด12ชั้น ดับ

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 16 พ.ย. ร.ต.อ.ไพบูลย์ แก้วมณี รอง สว.(สอบสวน)สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุหญิงตกจากที่สูง ภายในอาคารเอื้ออมรสุข ซอยรามคำแหง แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.หัวหมาก ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ สถาบันิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุ เป็นชั้นล่างข้างอาคาร พบศพ ด.ญ.ซูฮานา ถนอมวงค์ หรือน้องพิ้งกี้ อายุ 13 ปี นอนหงายเสียชีวิต สภาพสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น สีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นลายสายรุ้ง ทางตำรวจจึงนำโปลิศไลน์มาปิดกั้น ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังภายในได้ จากนั้นทางตำรวจจึงทำการตรวจสอบพบว่าผู้ตายพักอาศัยอยู่กับผู้เป็นแม่เพียง 2 คนบนชั้น 6 ของอาคาร จึงขึ้นไปตรวจสอบพบผู้เป็นแม่อยู่ในอาการเศร้าเสียใจ จึงรวบรวมเป็นหลักฐาน จากการสอบสวน นางสาวเบญจนี เลิศสง่างาม อายุ 48 ปี เพื่อนสนิทแม่ผู้ตาย กล่าวว่า ผู้ตายเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านมักกะสัน พักอาศัยกับแม่ ที่มีอาชีพรับจ้างถักทอเส้นผมสำหรับคนศีรษะล้าน โดยก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายเพิ่งเดินทางมาถึงห้องพัก ก่อนมีปากเสียงกับผู้เป็นแม่ จากนั้นผู้ตายได้วิ่งหนีออกจากห้องพักชั้น 6 ขึ้นไปยังดาดฟ้าชั้น 12 ทำให้ผู้เป็นแม่ได้วิ่งตามขึ้นไปพบว่าลูกสาวกำลังจะกระโดดลงมา จึงเข้าไปช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์ “ทั้งนี้ยอมรับที่ผ่านตนเคยแนะนำแม่ผู้ตายให้ล็อกห้อง เพื่อไม่ให้ผู้ตาย ออกไปภายนอก เนื่องจาก ผู้เป็นแม่ไม่สามารถดูแลได้ เนื่องด้วยผู้ตาย มีพฤติกรรม ติดเพื่อน อีกทั้งที่ผ่านมา ทราบว่า ติดยาเสพติด เกรงว่าจะเป็นอันตราย ด้วยครอบครัวนี้อยู่เพียง 2 คนแม่ลูก และมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง จนอาจเป็นสาเหตุ ทำให้เกิดเหตุครั้งนี้” เพื่อนแม่ผู้ตายระบุ ด้าน นัท นามสมมติ เพื่อนรุ่นพี่ เล่าว่า รับแจ้งจากเพื่อนว่าน้องพิ้งกี้ผู้เสียชีวิต ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊กส่วนตัว ส่งไปหาเพื่อนตน เมื่อเวลา 23.55 น. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า “กูไปแล้วนะ กูรักมึง” รวมทั้งยังมีการส่งรูปภาพเจ้าตัวกำลังนั่งอยู่ริมขอบระเบียงชั้นดาดฟ้าอาคาร และรูปใบหน้าตังเองพร้อมชูสองนิ้ว และระบุอีกว่า “กูไปแล้วนะ” กระทั่งเพื่อนตนโทรศัพท์มาหาว่า พิ้งกี้ได้กระโดดตึกเสียชีวิต จึงรีบเดินทางมาดูที่เกิดเหตุ จนพบว่าน้องเสียชีวิตจริง พร้อมระบุอีกว่า ตนสนิทสนมกับผู้ตายมาจากเฟสบุ๊ก มาได้ประมาณ 3-4 ปี ในฐานะเป็นรุ่นพี่ ที่ผ่านมา ผู้ตายมักบ่น ว่ามีปัญหาครอบครัวรวมทั้ง ล่าสุดน้องได้ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 1 เดือน หนำซ้ำยังชื่นชอบไปปาร์ตี้ ตลอดจนติดยาเสพติด อีกทั้งเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ได้เที่ยวผับย่านซอยมหาดไทย แล้วถูกคนวางยาเสียสาว จนต้องหามส่งโรงพยาบาล ขณะที่ เต้ย แฟนหนุ่มผู้ตาย กล่าวว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาตนได้ฝันร้ายว่าผู้ตายหายตัวไป และตนพยายามตามหาแต่ไม่พบ กระทั่งมีเพื่อนโทรศัพท์มาบอกว่าแฟนตนเสียชีวิตแล้ว ตนยังไม่คิดว่าเป็นจริง จนมาที่เกิดเหตุ และยอมรับไม่ได้ รู้สึกเสียใจมาก อีกทั้ง 3-4 วันที่ผ่านมา ผู้ตายเพิ่งจะมาบอกว่าตั้งครรภ์ โดยระยะหลังมานี้ผู้ตายมักบ่นว่าเครียด หลายๆ เรื่องเกี่ยวกับครอบครัวด้วย ส่วนด้าน พ.ต.อ. เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.หัวหมาก กล่าวว่า หลังจากนี้จะเชิญแม่ผู้ตายมาทำการสอบปากคำ เนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถให้การได้ อยู่ในอาการสูญเสีย หลังจากนี้จะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตลอดจนสอยปากคำพยายแวดล้อม เบื้องต้นก่อนเกิดเหตุ ในจุดเกิดมีเพียง 2 คน ที่มีปากเสียงกัน กระทั่งเกิดเหตุร้ายดังกล่าว ส่วนประเด็นเรื่องสารเสพติด หรือสาเหตุอื่นๆขอเวลาตรวจสอบก่อน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

1 2 3 5