เคาะแล้ว ! ครม. ทุ่ม 23,000 ล้าน ” แจกเงิน ผู้ปกครองนักเรียน ” คนละ 2,000 บาท มาตรการช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษารัฐ – เอกชน

เคาะแล้ว ! ครม. ทุ่ม 23,000 ล้าน ” แจกเงิน ผู้ปกครองนักเรียน ” คนละ 2,000 บาท มาตรการช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา รัฐ – เอกชน เมื่อวันที่ 27 ก.ค.64 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของครัวเรือนและประชาชน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา ภาครัฐและเอกชน ดังนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง บิ๊กตู่ ! หารือ ครม. ” เตรียมมาตรการช่วยเหลือ นร.-นศ. ” ขยายกรอบหนี้เพิ่มเติม 2 แสนล้าน 1 ล้านล้าน ใช้หมดแล้ว สยบข่าวทวิตเตอร์!!! “บิ๊กตู่” นายกพระราชทาน ยันไม่จริง การันตีชายชาติทหารไม่ทิ้งประชาชน 1.มาตรการช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) วงเงิน 23,000 ล้านบาท สำหรับนักเรียนในระบบการศึกษาไทย ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2564 โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง 2,000 บาทต่อนักเรียน 1 คน จัดสรรค่าใช้จ่ายให้แก่สถานศึกษา เพื่อช่วยจัดการเรียนรู้ ลดหรือตรึงค่าใช้จ่ายในโรงเรียนเอกชนให้เท่ากับปีการศึกษา 2563 2.มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ของนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวตกรรม (อว.) วงเงิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมาย คือ นิสิตนักศึกษาชาวไทย ระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน ระยะเวลา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โดยสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ จะได้รับส่วนลดเป็นลักษณะร่วมจ่ายระหว่างรัฐและสถาบันอุดมศึกษาในอัตรา 6:4 โดยลดค่าเล่าเรียนค่าธรรมเนียมการศึกษาส่วนที่ไม่เกิน 50,000 บาท ร้อยละ 50 ส่วน 50,001- 100,000 บาท ร้อยละ 30 และเกิน 100,000 บาท ลดร้อยละ 10 โดยส่วนลดสูงสุด รวมกันไม่เกินร้อยละ 50 สำหรับสถาบันอุดมศึกษาของเอกชน ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษา รัฐสนับสนุนในอัตรา 5,000 บาทต่อคน ทั้งนี้กระทรวงการอุดมศึกษาฯขอให้ครม.พิจารณา ขยายเวลาผ่อนชำระ จัดหาอุปกรณ์ โปรแกรมสำหรับยืมเรียนออนไลน์ รวมทั้งลดค่าหอพัก เพิ่มเติมต่อไป นายอนุชา กล่าวว่า กระทรวงศึกษาฯและกระทรวงการอุดมศึกษาฯจะเร่งจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับสนับสนุนแหล่งเงิน ตามขั้นตอนของ พ.ร.ก. กู้เงินฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 และจะกำหนดกลไกการตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ และการจ่ายเงินให้ความช่วยเหลือผ่านระบบบัญชีธนาคาร พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจถึงหลักการและแนวทางการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของครัวเรือนและประชาชนต่อไป

กระทรวงศึกษาธิการ…!! เตรียมออกโครงการใหม่ แจกนักเรียน คนละ 2,000บ.

กระทรวงศึกษาธิการ…!! เตรียมออกโครงการใหม่ แจกนักเรียน คนละ 2,000บ. ช่วยเหลือลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา นักเรียน นักศึกษาต่างให้ความสนใจ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยในการประชุมหารือการออกมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษา เนื่องจากสถานการณ์โควิด ว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เสนอ 4 มาตรการ โดยจะการมอบเงินให้ด้วย มาตรการที่ 1 การให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา โดยเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา ในวัยเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งสายสามัญศึกษาและสายอาชีพ ในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน รวมประมาณ 10.8 ล้านคน ในอัตรา 2,000 บ าทต่อคน รวมเป็นเงินประมาณ 21,600 ล้านบาท โดยใช้ฐานข้อมูลเรียนฟรี 15 ปี ซึ่งเงินนี้เป็นการชดเชยค่าใช้จ่ายในการเรียนที่เพิ่มขึ้นในช่วง cv ใช้วิธีการจ่ายเงินตรงให้ผู้ปกครองนำไปใช้ตามความจำเป็น เช่น ค่าธรรมเนียมการเรียน ค่าบำรุงการศึกษา ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าไฟฟ้า เป็นต้น   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -#รัฐบาล…!! #เตรียมสั่งชุดตรวจ CV-19 #แจกให้ประชาชน #กลุ่มเสี่ยง 8.5 ล้านชุด -สุดอาลัย…!! #นางฟ้าชุดขาว “#แพรพัชร์ ธัญวัฒน์ทวีสุข” #พยาบาลวิชาชีพ #ติดโควิดเสียชีวิต   มาตรการที่ 2 เป็นการขอความร่วมมือจากโรงเรียนเอกชนให้ลด หรือ ตรึงค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจาก ผู้ปกครอง ในโรงเรียนเอกชนกลุ่มที่ไม่รับการอุดหนุนจากรัฐ และกลุ่มโรงเรียนนานาชาติ ให้เท่ากับปีการศึกษา 2563 เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญห าค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในโรงเรียนเอกชน ทั้ง 2 กลุ่ม เพื่อพิจารณาสั่งการเป็นรายกรณี อย่างไรก็ตามหลังจาก ศธ.ได้ออกประกาศแนวปฏิบัติการเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่น ปีการศึกษา 2564 ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาในสังกัด หรือ ในกำกับของ ศธ. ถือปฏิบัติไปแล้ว นั้น จนถึงขณะนี้มีโรงเรียนเอกชนในสังกัด สช.คืนเงินค่าธรรมเนียม การเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นแก่ผู้ปกครองแล้วกว่า 2,275 ล้านบ าทเศษ บางแห่งให้ผู้ปกครองผ่อนชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น โดยมีระยะปลอดดอกเบี้ยตลอดปีการศึกษา และบางโรงเรียนสนับสนุนค่าอินเทอร์เน็ตแก่นักเรียน อย่างน้อย 1 เดือน ขณะเดียวกันในส่วนสถานศึกษาของรัฐ ก็ได้มีการคืนเงินค่าบำรุงการศึกษาบางส่วน และ คืนเงินค่ากิจกรรมที่ไม่ได้จัดให้นักเรียนแก่ผู้ปกครองไปแล้วเช่นกัน มาตรการที่ 3 เป็นการลดช่องว่างการเรียนรู้ (Learning Gaps) และลดผลกระทบด้านความรู้ ที่ขาดหายไป (Learning Loss) โดยให้สถานศึกษาสามารถถัวจ่ายเงินที่ได้รับจัดสรรตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ใน 5 รายการ ได้แก่ ค่าเล่าเรียน หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อใช้จัดการเรียนรู้ในสถานการณ์การแพ ร่ระบ าดใน ปีการศึกษา 2564 ได้ และจัดสรรค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้สถานศึกษาอีกส่วนหนึ่ง เพื่อใช้จัดการเรียนรู้และแก้ ปัญห าความปลอดภั ยจากการแพ ร่ร ะบาดของสถานศึกษา และจัดทําสื่ออุปกรณ์การเรียนรู้หลากหลายที่เหมาะสมกับวัย ลดการเรียนรู้จากสื่อออนไลน์โดยเฉพาะกลุ่มผู้เรียน อนุบาล-ป.3 ขณะเดียวกัน ศธ.จะจัดเช่าอุปกรณ์ (Devices) พร้อมสัญญาน จํานวน 200,000 ชุด สําหรับให้นักเรียน/นักศึกษา กลุ่ม ป.4 – ม.6 และ อาชีวศึกษา ใช้ยืมเรียน รองรับการเรียนแบบออนไลน์ มาตรการที่ 4 เป็นการช่วยเหลือผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างงาน โดยจะมีการจัดฝึกอบรมด้านอาชีพสําหรับผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นการอบรมฟรีรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง […]

ร่างพรบ.การศึกษาแห่งชาติ ! เผยจะเน้นย้ำให้ซึมซับและบังคับให้ใช้ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น !

ร่างพรบ.การศึกษาแห่งชาติ เผยจะเน้นย้ำให้ซึมซับและบังคับให้ใช้ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น เตรียมประกาศใช้ภายในเดือนนี้! ร่างโดย มีชัย ฤชุพันธุ์ ผู้จัดทำกฏหมายรัฐธรรมนูญให้อำนาจกษัตริย์และนายก ประยุทธ์  จันโอชา ได้กำลังเขียนกฏหมายร่างพรบ.การศึกษาแห่งชาติ และกำลังจะเข้าสภส-ประกาศใช้เร็วๆนี้ และนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของร่างพรบ. มาตรา ๘ (๔) เด็ก6-12ขวบต้องรักชาติ ศาสน กษัตริย์ ภูมิใจความเป็นไทยและ “ซึมซับในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ไม่งั้นจะถือว่าไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ มาตรา ๘ (๕) บังคับให้เด็กอายุ12-15 “เชื่อมั่นและเข้าใจการธำรงความเป็นไทย สามารถสื่อสารภาษาไทยที่สมบูรณ์ รู้และเข้าใจในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจนสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง” ตอนท้ายของมาตรา ๘ (๔) บังคับให้เด็กอายุ6-12ปี “เริ่มหาลู่ทางในการประกอบอาชีพ” มาตรา ๓๔ (๖) ครูจะต้องมีความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน “ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาตรา ๘ (๓) กำหนดให้เด็กอายุ3-6ขวบ “ต้องควบคุมอารมณ์ได้ มีวินัย เคารพกติกา” *ซึ่งเด็กที่มีความหลากหลายทางระบบประสาทอาจถูกจับไปบำบัด เลือกปฏิบัติและจำกัดเสรีภาพในการเรียนรู้ ร่างพรบ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับเต็ม พร้อมไฮไลท์ ร่างพรบ.การศึกษาแห่งชาติ ข่าวที่เกี่ยวข้อง Elon musk ไม่ชอบระบบการศึกษา รู้สึกไม่ตอบโจทย์ เลยสร้างโรงเรียนให้ลูกตัวเองซะเลย !! นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเด็กถูกขู่ฆ่าหลักเรียกร้องเรื่องการศึกษา ปฏิวัติการศึกษา! เหล่านักเรียนบางส่วน แต่งชุดไปรเวท ไปโรงเรียนเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพการแต่งกาย

“ตรีนุช” ยัน เปิดเทอม 17 พ.ค. ตามเดิม พร้อมรอประเมินสถานการณ์สิ้นเดือนนี้

กระทรวงศึกษาธิการ ยังไม่ตัดสินใจเลื่อนเปิดเทอมไปจากวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ รอประเมินสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงสิ้นเดือนเมษายน 2564 นี้ก่อน กระทรวงศึกษาธิการ เรียกประชุมผู้บริหาร รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หารือเพื่อประเมินสถานการณ์ เปิด – ปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2564 เบื้องต้น ยังให้เปิดเรียนในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ตามเดิมไปก่อน เพื่อไม่ให้กระทบกับการเรียนการสอน และผู้ปกครอง จากนั้นจะประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ ไป หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ก็จะเลื่อนไปเปิดเรียนเป็นวันที่ 1 มิถุนายน และต้องมีการปรับแผน แต่จะไม่ปิดโรงเรียนพร้อมกันทั่วประเทศ โดยครั้งนี้จะพิจารณาตามพื้นที่ความเสี่ยง และจัดรูปแบบการเรียนการสอน ให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละพื้นที่ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมการสอนไว้ 5 รูปแบบ คือ On Site, On Air, Online, On Demand และ On Hand อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีแนวโน้มที่จะต้องเลื่อนวันสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ออกไปเล็กน้อย จาก ม.1 ที่กำหนดจะสอบ วันที่ 1 พฤษภาคม และ ม.4 สอบในวันที่ 2 พฤษภาคม ก็ให้เลื่อนไปก่อน อาจจะไปสอบในช่วงวันที่ 4 – 12 พฤษภาคม เเทน แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด กำหนดผู้เข้าสอบ และการรายงานตัวต้องไม่เกิน 50 คน หรือการใช้สถานที่ของโรงเรียนอื่นที่ใกล้เคียงเป็นสนามสอบ เพื่อกระจายนักเรียนให้เว้นระยะห่างตอนนั่งสอบ ไม่เกิดความแออัด ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการจะทำแผนเสนอให้ ศบค. พิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป เด็กๆ และผู้ปกครอง ที่กำลังเตรียมตัวสอบก็ขอให้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด “ณัฏฐพล”มั่นใจการเปิดเรียนวันแรกคุมโควิทได้ เผยจะมีการปรับแผนการเรียนการสอนในอนาคตมุ่งสู่การเรียนแบบไฮบริท

บรรยากาศเปิดเรียนวันแรก กรุงเทพฯ ผ่านฉลุย! ตร.ระดม 3 พันนาย อำนวยการจราจร 

บรรยากาศเปิดเรียนวันแรก กรุงเทพฯ ผ่านฉลุย! ตร.ระดม 3 พันนาย อำนวยการจราจร  บช.น.ตรวจการจราจรรับเปิดเรียนหลังหยุดยาวช่วงโควิด-19 อำนวยความสะดวกพร้อมจัดกำลังตำรวจจราจรกว่า 3,000 นายกระจายทั่วพื้นที่ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจความพร้อม อำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนพญาไท ถนนศรีอยุธยา หลังโรงเรียนในเขตกรุงเทพฯ กลับมาเปิดการเรียนการสอนอีกครั้ง โดย พล.ต.ต.จิรสันต์ เปิดเผยว่า วันนี้(1 ก.พ.64) ภาพการจราจรทั่วกรุงเทพมหานครเป็นไปตามปกติ แต่มีหนาแน่นบริเวณถนนพระราม 9 ซึ่งไม่ได้เกิดจากการเปิดภาคเรียน แต่เกิดจากการก่อสร้าง ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่การจราจรยังไม่สาหัส เพราะหลายโรงเรียนเปิดเรียนเรียนแบบสลับวัน และบางโรงเรียนเลื่อนเปิดการศึกษาออกไปเป็นวันที่ 8 และ 15 กุมภาพันธ์ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่ในโซนสาทร-สีลม และ อโศกมนตรีอย่างไรก็ตาม ได้จัดกำลังตำรวจจราจรกว่า 3,000 นายกระจายทั่วพื้นที่ สำหรับโรงเรียนพญาไท ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยบริเวณด้านหน้าโรงเรียนจะมีกล้องอินฟาเรดตรวจวัดอุณหภูมิ พร้อมกับให้นักเรียนสแกนแอปพลิเคชันไทยชนะ รวมถึงใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือก่อนเข้าโรงเรียน และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในโรงเรียน ส่วนการเรียนการสอน จะสลับวันเรียนเป็นกลุ่มเอและกลุ่มบี กลุ่มละประมาณ 900 คน เพื่อลดความแออัดในห้องเรียน ตามมาตรการของกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนดให้แต่ละห้องเรียนต้องมีนักเรียนไม่เกิน 25 คน ขณะเดียวกัน นายพิเชฐร์ วันทอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร ระบุว่า วันนี้โรงเรียนในสังกัด สพป.กทม. เปิดภาคเรียนเกือบทั้งหมด ยกเว้นโรงเรียนสายน้ำทิพย์ ย่านคลองเตย ที่ขอเลื่อนเปิดภาคเรียนออกไปอีก 1 สัปดาห์ เนื่องจากพบว่ามีผู้ปกครองนักเรียนติดเชื้อโควิด-19 ส่วนบรรยากาศที่โรงเรียนหอวัง ในช่วงเช้าวันนี้นักเรียนได้ทยอยเดินทางมาเข้าเรียนกันตามปกติ โดยนายประวัติ สุทธิประภา ผู้อำนวยการโรงเรียนหอวัง เปิดเผยสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า โรงเรียนได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับนักเรียนที่จะกลับเข้าเรียนในวันนี้เป็นวันแรก หลังจากต้องหยุดเรียนตามการประกาศเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา โดยทางโรงเรียนหอวังได้มีการจัดแบ่งนักเรียนให้กลับเข้าเรียนสลับกัน เพื่อลดจำนวนลงครึ่งหนึ่ง หรือ คิดเป็นจำนวนประมาณ 1,900 คน จากนักเรียนทั้งหมด 3,800 คนโดยนักเรียนที่เดินทางมาเรียนที่โรงเรียนนั้นเมื่อมาถึงจะต้องผ่าน อุโมงค์สแกนอุณหภูมิ เช็คอินไทยชนะและใส่หน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายในโรงเรียน โดยในแต่ละห้องเรียนได้มีการจัดโต๊ะเรียนเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย โดยมีเจลแอลกอฮอล์เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อ ให้กับนักเรียนทุกห้อง ขณะที่ช่วงพักกลางวันนั้นได้มีการขอความร่วมมือหากสะดวกให้นักเรียนเตรียมอุปกรณ์สำหรับรับประทานอาหารรวมถึงอาหารกลางวันมารับประทานเอง เพื่อลดความแออัดภายในโรงอาหาร ซึ่งบรรยากาศวันนี้โดยทั่วไปถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในขณะที่นักเรียนซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร 17 คน และอาจารย์ 1 คนยังคงให้งดเดินทางมายังโรงเรียนไปก่อน

1 2 3 5