ด่วน กพท. สั่งห้ามบินช่วงเวลา 23.00-04.00 น. เฉพาะไฟล์ตในประเทศขอความร่วมมือสายการบินจัดที่นั่งเว้นระยะห่าง เริ่ม 18 เม.ย.นี้ สกัด โควิด ระลอกใหม่

ด่วน กพท. สั่งห้ามบินช่วงเวลา 23.00-04.00 น. เฉพาะไฟล์ตในประเทศขอความร่วมมือสายการบินจัดที่นั่งเว้นระยะห่าง เริ่ม 18 เม.ย.นี้ สกัด โควิด ระลอกใหม่ วันที่ 17 เม.ย.2564 นายสุทธิพงษ์ คงพูล ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กระทรวงคมนาคม ได้ออกประกาศ เรื่อง แนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการสนามบินและผู้ดำเนินการเดินอากาศในเส้นทางบินภายในประเทศในระหว่างสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กำหนดให้หน่วยงานที่ให้บริการด้านการขนส่งทางอากาศนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกัน ยับยั้งการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 ดังนี้ 1.ขอความร่วมมือให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศ หรือสายการบิน จำกัดการปฏิบัติการบินในระหว่างเวลา 23.00-04.00 น. เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสารในการเดินทางระหว่างสนามบินและที่พักและสอดคล้องกันบริการขนส่งสาธารณะประเภทอื่นที่ดำเนินตามข้อกำหนดและข้อปฏิบัติเดียวกัน 2.กรณีที่มีการยกเลิกหรือรวมเที่ยวบิน ให้มีการแจ้งและดูแลผู้โดยสารอย่างเหมาะสม ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินของไทยในเส้นทางบินประจำภายในประเทศ พ.ศ.2553 3.ให้ผู้ดำเนินอากาศหรือสายการบิน พิจารณาการจัดที่นั่งในเครื่องบินอย่างเหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสารในแต่ละเที่ยวบิน โดยคำนึงถึงมาตรการเว้นระยะห่าง เพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่นแออัด อันจะมีส่วนช่วยในการป้องกันควบคุมโรค 4.ให้ผู้ดำเนินการสนามบินและผู้ดำเนินการเดินอากาศ เพิ่มความเข้มงวดในการติดตามดูแลให้ประชาชนผู้มาใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการในระเบียบสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการให้บริการผู้โดยสารสำหรับเส้นทางดการบินภายในประเทศในระหว่างสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 5.ให้ผู้ดำเนินการสนามบินและผู้ดำเนินการเดินอากาศ แจ้งเตือนผู้โดยสารกรณีเป็นผู้ป่วยยืนยันหรือผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ให้งดเดินทาง หากฝ่าฝืนอาจได้รับโทษตามพ.ร.บ.โรคติดต่อพ.ศ.2558 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (18เม.ย.) เป็นต้นไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง […]

ด่วน! “คมนาคม”เบรก ปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว!

วันนี้ 16 มกราคม 2564 จากกรณีที่ กรุงเทพมหานคร ออกประกาศเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว มีกำหนดอัตราสูงสุดถึง 104 บาท ตลอดสาย ล่าสุด กระทรวงคมนาคมได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้กรุงเทพมหานครชะลอการปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว จนกว่าจะได้ข้อยุติ เพื่อไม่ให้เป็นภาระของประชาชน โดยระบุว่า ตามที่กรุงเทพมหานครได้มีประกาศ เพื่อปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวลงวันที่ 15 ม.ค.2564 โดยมีสาระสำคัญในการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวสูงสุดถึง 104 บาทตลอดสาย ซึ่งเป็นการกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เป็นภาระค่าเดินทางแก่ประชาชนโดยขาดการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2561 ในคราวที่เห็นชอบการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์สายสีเขียวส่วนต่อขยายระหว่างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กับ กรุงเทพมหานครที่ได้กำหนดให้กระทรวงคมนาคมบูรณาการร่วมกับกรุงเทพมหานครในการกำหนดอัตราแรกเข้าอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรมและไม่เป็นภาระแก่ประชาชนนั้น ทางกระทรวงคมนาคมจึงขอเรียกร้องให้ กรุงเทพมหานครชะลอการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารสายสีเขียวดังกล่าว จนกว่าจะได้มีการพิจารณาร่วมกันระหว่างทุกฝ่าย และหาหนทางอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ บริหารจัดการ ที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ในเรื่องขอการปรับแก้ไขสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวตามที่ กทม. ได้พิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรี ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร เพื่อขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ผลการศึกษาของโครงการ แนวทางการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ต้นทุนของโครงการ และเอกสารอื่น ๆ เพื่อนำมาศึกษา และให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้เกิดการลดอัตราค่าโดยสารสูงสุดจาก 65 บาท ที่ กทม […]

ปิดมหากาพย์ “โฮปเวลล์” รัฐบาลต้อง”จ่ายค่าโง่”กว่า 2.4 หมื่นล้าน

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย กรณีขอรื้อคดี”โฮปเวลล์” รัฐบาลต้องควักเงินจ่ายกว่า 2.4 หมื่นล้าน! วันนี้ (22 ก.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ไม่รับคำฟ้องของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย กรณีขอให้รื้อคดี ที่อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องคืนค่าตอบแทนที่บริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ชำระและใช้เงินในการก่อสร้างโครงการพร้อมดอกเบี้ยราว 2.4 หมื่นล้านบาท ให้กับบริษัทโฮปเวลล์ฯ ผู้ร้องทั้งสองได้มีคำร้องยื่นต่อศาลปกครองกลางขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่าศาลปกครองสูงสุดรับฟังข้อเท็จจริงผิดพลาด และมีพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งศาลปกครองชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประเด็นที่ผู้ร้องทั้งสองโต้แย้งเกี่ยวกับระยะเวลาการใช้สิทธิเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ การเลิกกันของสัญญาพิพาท และการกลับคืนสู่ฐานะเดิมของผู้ร้องทั้งสองและผู้คัดค้านมีลักษณะเป็นการโต้แย้งดุลยพินิจในการพิพากษาคดีและผลของคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และที่ผู้ร้องทั้งสองโต้แย้งเรื่องความสามารถของผู้คัดค้านในขณะเข้าทำสัญญานั้น เป็นประเด็นที่ผู้ร้องมิเคยโต้แย้งมาก่อนทั้งในศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุด ซึ่งไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องทั้งสองไม่ทราบถึงเหตุนั้นในการพิจารณา จึงถือมิได้ว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ อันมีผลทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังยุติแล้วเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ และประการสุดท้าย การที่ผู้ร้องอ้างว่ามีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 143/2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน “กรณีโฮปเวลล์” ลงวันที่ 20 มิ.ย. 2562 ซึ่งเอกสารฉบับดังกล่าวผู้ร้องก็มิได้แสดงต่อศาลแต่อย่างใด   ******************************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก ข่าวสด)

กรมทางหลวงดูแลประชาชนเดินทางหยุดยาว เปิดใช้ฟรีมอเตอร์เวย์ 6 วัน

“ศักดิ์สยาม” มอบโยบายเร่งด่วน กรมทางหลวงดูแลประชาชนเดินทางหยุดยาว 4-7 ก.ค. เน้นพิเศษเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยขั้นสูงสุด พร้อมเปิดใช้ฟรีมอเตอร์เวย์ 6 วัน ช่วง 3-8 ก.ค. ด้าน”สราวุธ” ยืนยันพร้อมเต็มร้อยทั้งด้านบุคคลากรและอุปกรณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ร่วมบูรณาการหลายหน่วยงานจัดการจราจรผ่านโดรน รายงานสดผ่าน Thailand Highway Traffic นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สั่งการให้กรมทางหลวงเตรียมแผนปฎิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา หรือระหว่างวันที่ 4 -7 ก.ค. 2563 เพื่ออำนวยความสะดวกให้มีความรวดเร็ว พร้อมทั้งให้เน้นย้ำการดูแลด้านความปลอดภัยการเดินทางเป็นพิเศษเพื่อลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 กรุงเทพ-ชลบุรี-พัทยา และมอเตอร์เวย์ หมายเลข 9 บางปะอิน-บางพลี และ พระประแดง-บางขุนเทียนตั้งแต่เวลา 00.01 น.ของวันที่ 3 ก.ค. 2563 ถึง เวลา 24.00 น. […]

ภาคเอกชน เสนอรัฐบาลไทย ปิดประเทศและพรมแดนของไทยเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อคุมโรคระบาด

แหล่งข่าวในกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมซักซ้อมแผนการปฎิบัติการตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน จะมีการหารือร่วมกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการบิน ภาคเอกชนสายการบินต่างๆ รวมถึงคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ หรือ (เอโอซี-AOC) สำหรับประเด็นที่จะมีการหารือเพื่อพิจารณาการซักซ้อมมาตรการต่างๆ ที่ กพท.ได้ออกประกาศไปก่อนหน้านี้ หลักๆ คือ ผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยโดยสายการบิน ก่อนที่จะซื้อตั๋วโดยสารจะต้องมีใบรับรองแพทย์ และเมื่อไม่มีใบรับรองแพทย์ หากเข้ามาจะต้องถูกตัวนั้น ในเรื่องนี้ยังพบว่า มีความสับสนและประชาชนผู้เดินทางยังไม่เข้าใจแนวทางปฏิบัติ มีรายงานว่า ในส่วนของผู้ประกอบการสายการบินเอกชน, ผู้แทนสมาคมธุรกิจการบินประเทศไทย ได้เตรียมข้อเสนอให้แก่ภาครัฐพิจารณา ประกอบสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น หากปัญหายืดเยื้อและมีการระบาดในประเทศหนัก ก็จะเกิดความเสียหายต่อธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศอย่างใหญ่หลวง โดยผู้บริหารของสมาคมที่มีสมาชิกสายการบิน 94 แห่ง รายหนึ่งระบุว่า สถานการณ์ด้านการบินทั่วโลกขณะนี้มีประเทศอย่างน้อย 12 ประเทศทำการปิดประเทศ ในส่วนนี้ต้องยอมรับว่าเมื่อมีการเดินทางน้อยลง ธุรกิจสายการบินคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องได้รับผลกระทบอยู่แล้ว แต่ก็เป็นโจทย์สำคัญให้ผู้บริหารประเทศทั่วโลกต้องมาคิดว่า จะมีมาตรการเบ็ดเสร็จอย่างไรที่ทำให้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 จบเร็ว ไม่ยืดเยื้อ ผู้บริหารสมาคมการบินรายหนึ่ง กล่าวว่า “มีข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการบินขณะนี้เห็นว่า ตอนนี้บางเที่ยวบินก็มีคนบินน้อยมาก พูดง่ายๆ ว่าลูกเรือกับผู้โดยสารจำนวนใกล้เคียงกัน […]

1 2 3