ไม่ได้ไปชุมบุกกระทรวงการคลัง แค่ไปเดินออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง

เป็นอีกเหตุการณ์ที่น่าติดตามมากว่าสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร  จากกรณีกระทรวงการคลัง ได้ออกกฎห้ามโรงพยาบาลจ้างลูกจ้างชั่วคราว ฯลฯ ส่งผลให้เกิดกระแสความไม่พอใจในแวดวงสาธารณสุขเป็นอย่างมาก ต่อมาชมรมแพทย์ชนบท ชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน เเละชมรมผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 17 องค์กร ได้ประกาศเคลื่อนไหว โดยนำผู้ร่วมชุมนุม 1 พันคน เดินทางไปยังกระทรวงการคลัง และทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 1 มิ.ย. 61 ตั้งแต่เวลา 8.00 น. – 18.00 น. เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงการคลัง ยกเลิกระเบียบกระทรวงฯ ดังกล่าว ด้าน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ได้เผยถึงเรื่องนี้ว่า “ความจริงเราก็ไม่ได้ไปชุมนุม แต่เพื่อลดโอกาสในการถูกเล่นงานจากเผด็จการในภายหลัง การไปทำเนียบรัฐบาล แม้ทางตำรวจจะห้ามไว้ในย่อหน้าสุดท้าย ก็ไม่ใช่ปัญหา แน่นอนบางส่วนไปรถ แต่ส่วนใหญ่คงจะเดิน ออกกำลังกายจะได้แข็งแรง  เราจะเดินอย่างองอาจ บนทางเท้า ข้ามถนนตรงทางม้าลาย มิได้กีดขวางการจราจร แบบนี้มันผิดด้วยหรือ แล้วพบกันแน่นอน 1 มิถุนายน 2561 ครับ”  

ปลัดกระทรวงการคลัง เผยโครงสร้างประชากรในอนาคตอีก 30-40 ปี ข้างหน้า ไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัย

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างประเมินภาพรวมโครงสร้างประชากรในอนาคตอีก 30-40 ปี ข้างหน้า ว่า ประชากรไทยจะมีสัดส่วนอายุในช่วงใดและจำนวนเท่าใด เพื่อนำมาประเมินถึงความสามารถในการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล เนื่องจากไทยได้เข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว เรื่องการออมเงินของประชาชนก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรและการลงทุนภาครัฐ เพราะปัจจุบันเงินออมวัยเกษียณของคนไทยอยู่ในระดับ 2.5 ล้านล้านบาท ถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ไม่สอดคล้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตและการออมของคนสูงวัย โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบมีการออมเพื่อวัยเกษียณน้อยมาก โดยแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน มีการออมเพื่อวัยเกษียณผ่านกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพียง 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนเหล่านี้ก็จะอายุมากขึ้น ถ้าไม่สนับสนุนให้มีการออมเงินต่อไป คนเหล่านี้ก็จะเป็นภาระของรัฐบาลในอนาคต กระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายว่า ผู้สูงอายุควรมีเงินใช้แต่ละเดือนไม่น้อยกว่า 50% ของรายได้ต่อเดือนก่อนเกษียณ โดยในกลุ่มแรงงานนอกระบบยังมีการออมน้อยมาก เมื่อเทียบกับกลุ่มข้าราชการที่มีระบบการออมภาคบังคับ คือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ทำให้ผู้เป็นข้าราชการมีเงินออมไว้ใช้ในแต่ละเดือนหลังเกษียณ เฉลี่ย 60-70% ของรายได้ต่อเดือนก่อนเกษียณ ส่วนแรงงานกลุ่มอื่นๆ มีเงินออมไว้ใช้ในแต่ละเดือนหลังเกษียณเฉลี่ยเพียง 20% ของรายได้ต่อเดือนก่อนเกษียณ

ภาครัฐหาทางเพิ่มจำนวนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐให้มากกว่า 4 หมื่นแห่งทั่วประเทศ หวังช่วยลดค่าครองชีพให้คนไทยทั้งประเทศ

เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นความหวังของประชาชน ที่จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เมื่อกระทรวงพาณิชย์ เร่งถก กระทรวงการคลัง หาทางเพิ่มจำนวนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐให้มากกว่า 4 หมื่นแห่งทั่วประเทศ หวังช่วยลดค่าครองชีพให้คนไทยทั้งประเทศ และช่วยร้านโชห่วยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น พร้อมหามาตรการลดค่าครองชีพเพิ่มเติม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐให้มีมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีจำนวน 40,000 ร้านค้า โดยในจำนวนนี้อีก 20,000 ร้านค้า อยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) คาดว่าจะติดตั้งได้แล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย.นี้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพิจารณาต่อว่าจะเพิ่มปริมาณร้านค้าอย่างไรให้ได้มากขึ้นกว่า 40,000 แห่ง เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย นำมารูดซื้อสินค้าให้ได้อย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ของประเทศ ขณะเดียวกัน ยังมีร้านโชห่วยและร้านค้าชุมชนอีกมากที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ “ผมอยากเพิ่มจำนวนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐให้ได้มากถึง 100,000 ร้าน เพราะถ้ายิ่งมีมากก็จะยิ่งช่วยลดค่าครองชีพให้กับผู้มีรายได้น้อยได้มาก ซึ่งจำนวนนี้เป็นสิ่งที่คิดเอาไว้ ส่วนจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลัง ที่จะพิจารณางบประมาณสนับสนุนในการติดตั้งเครื่องรูดบัตร” สำหรับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการเพิ่มจำนวนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ จะทำให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และประชาชนผู้มีรายได้น้อย มีทางเลือกในการซื้อสินค้าราคาถูกได้อย่างง่ายขึ้น และทั่วถึงมากขึ้น เพราะจำนวนร้านค้าจะกระจายครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น และยังช่วยให้ร้านค้าปลีกรายย่อย ร้านค้าชุมชนขนาดเล็ก รวมถึงร้านโชห่วย มีโอกาสขายสินค้าได้มากขึ้น จากการที่เข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย […]

ปลัดกระทรวงการคลังเผย เซเว่น อีเลฟเว่น จะเข้ามาขอทำธุรกิจแบงก์กิ้ง เอเย่นส์

เรียกได้ว่าเกือบจะครบครันทุกสิ่งแล้วในเซเว่นทุกวันนี้ วันที่ 18 ก.พ. นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเห็นด้วยและสนับสนุนแนวคิดของธนาคารแห่งประะเทศไทย (ธปท.) เรื่องการจัดตั้งแบงก์กิ้ง เอเย่นส์ ซึ่งเชื่อว่า ธปท. เมื่อมีการออกนโยบายใด ๆ จะมีการกำหนดคุณสมบัติที่มีความรัดกุม มีข้อจำกัด มีเงื่อนไขที่รัดกุมพอสมควร ไม่ใช่เป็นการเปิดให้เอกชนรายใดที่แสดงความสนใจและเข้ามาขอทำธุรกิจได้โดยง่าย ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงระบบการเงินที่ขยายวงกว้างอย่างก้าวกระโดด และง่ายขึ้น “กระทรวงการคลัง มั่นใจจว่า ธปท. จะกำกับดูแลเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่เปิดให้เอกชนที่ไม่มีความเหมาะสมเข้ามาทำธุรกิจ และมองว่าถ้ายังไม่มีความพร้อมในเรื่องนี้ ธปท. ก็คงยังไม่ทำ” นายสมชัย กล่าว นายสมชัย กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น จะเข้ามาขอทำธุรกิจแบงก์กิ้ง เอเย่นส์นั้น ก็ถือว่ามีความเหมาะสม เพราะที่ผ่านมาเซเว่น อีเลฟเว่น มีการเปิดให้บริการรับชำระค่าสาธารณูปโภคอยู่แล้ว อีกทั้งยังเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็จะมีหลักธรรมาภิบาลในการบริหารที่ดี และยังมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ จะเป็นการช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนให้มีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ การเปิดให้ทำธุรกิจแบงก์กิ้ง เอเย่นส์ ก็จะเป็นการเพิ่มการแข่งขันนธุรกิจสถาบันการเงิน ช่วยลดปัญหากรณีที่มีการกล่าวว่าธนาคารมีการคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูง หากแบงก์กิ้ง เอเย่นส์ให้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ธนาคารต่าง ๆ […]

กระทรวงการคลังพร้อมเปิดลงทะเบียน พัฒนาผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์นี้

ใกล้ถึงเวลาแล้วสำหรับคนที่รอลงทะเบียนคนจนเฟส 2 นายพรชัย  ฐีระเวช   ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง บอกว่า กระทรวงการคลังพร้อมที่จะเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 11.4 ล้านคนทั่วประเทศ  เข้ามาลงทะเบียนรับมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป โดยผู้สนใจต้องเตรียมบัตรประชาชน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปสมัครที่ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) รวมถึงตามสถานที่เพิ่มเติม ซึ่งมีประกาศในชุมชน เช่น ที่ว่าการอำเภอหรือ สำนักงานเขต ซึ่งกระทรวงการคลังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   จัดเตรียมทีมหมอประชารัฐสุขใจ หรือ เอโอ  ทั่วประเทศมากกว่า 7,000 คน   จากเจ้าหน้าที่ระดับปริญญาตรีที่เปิดรับใหม่ 3,500 คน  ค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท   ร่วมกับเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน  // ธ.ก.ส.  ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ เกษตรอำเภอ คอยให้คำแนะนำแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ผู้มีรายได้น้อยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป   และนำเข้าสู่กระบวนพัฒนาตนเอง เช่น  ประสานจัดหางานในท้องถิ่น รวมทั้งแนะนำให้ธนาคารรัฐสนับสนุนสินเชื่อเพื่อมีธุรกิจเป็นของตัวเอง  หรือพัมนาทักษะอาชีพมีการอบรมช่วยเหลือ ตลอดจนการให้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น    โดยมีโครงการช่วยเหลือมากกว่า 36 […]

1 11 12 13 14