มติ ครม. อนุมัติการร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับเกณฑ์อายุของเด็ก

วันที่ 23 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา ได้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับมติ ครม. ในเรื่องของการอนุมัติการร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับเกณฑ์อายุของเด็กที่ไม่ต้องรับโทษทางอาญา โดยกฎหมายในปัจจุบันนั้น ได้มีกำหนดอายุของเยาวชนที่ไม่ต้องรับโทษทางอาญา คือ 10 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี โดยให้ใช้มาตรการอื่นทดแทนในการรับโทษ ซึ่งจะทำการปรับเปลี่ยนกำหนดอายุของเยาวชนที่ไม่ต้องรับโทษทางอาญาเป็น 12 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี แทนของเก่า ซึ่งหลักเกณฑ์ใหม่นี้จะเป็นการสอดคล้องกับกฎหมายสิทธิเด็ก และเหตุผลทางการแพทย์ที่ได้ศึกษาแล้วพบว่า เด็กที่มีอายุ 12 ปี กับเด็กที่มีอายุ 10 ปี ไม่มีความแตกต่างทางด้านความคิด ยังไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ซึ่งเห็นว่ายังไม่สมควรเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี แต่ควรนำไปฟื้นฟูเพื่อให้กลับสู่สังคมอย่างมีประสิทธิภาพแทน  

ราชกิจจา เผยแพร่พระราชบัญญัติ ระบุโทษข่มขืน-กระทำชำเรา โทษสูงสุดประหารชีวิต

ราชกิจจา เผยแพร่พระราชบัญญัติ ระบุโทษข่มขืน-กระทำชำเรา สูงสุดคุกตลอดชีวิต หากสนองความใคร่กับศพ โทษคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากถึงแก่ความตาย ระวางโทษประหารชีวิต เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระทำชำเรา โดยมีสาระสำคัญดังนี้ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น ของมาตรา ๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา “กระทำชำเรา” หมายความว่า กระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้ อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๗๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความ ต่อไปนี้แทน “มาตรา ๒๗๖ ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่า ตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท ถ้าผู้กระทำมีอาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง หรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ สิบห้าปี ถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต มาตรา ๒๗๗ ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต ถ้าผู้กระทำมีอาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาท ถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต และหากใช้อาวุธ โทรมเด็กหญิง หรือเด็กชาย ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต นอกจากนี้  ถ้าการกระทำความผิด เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่ สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต แต่หากถึงแก่ความตาย ระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต และ หากผู้ใดกระทำเพื่อสนองความใคร่ของตน โดยการใช้อวัยวะเพศของตนล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของศพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เตือนอย่าใช้ใบรับรองแพทย์ปลอม ผิดกฎหมาย

เตือนสายลวงสายปลอมทั้งหลาย งานนี้อาจทำผิดกฎหมายได้ วันนี้ 22 พ.ค.61 นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจพบว่า มีผู้เปิดเพจรับทำใบรับรองแพทย์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย บางเพจมีภาพตัวอย่างใบรับรองแพทย์ ทั้งของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลเอกชน โดยกระทรวงสาธารณสุข จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายกับเพจดังกล่าว ฐานปลอมเอกสาร และประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 พร้อมทั้งได้ประสานโรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับความเสียหายเพื่อดำเนินการต่อไปแล้ว “ขอเตือนประชาชนว่า การขอใบรับรองแพทย์ จะต้องได้รับการตรวจจากแพทย์และออกใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลเท่านั้น อย่าใช้ใบรับรองแพทย์จากเว็บเพจต่าง ๆ หรือโดยบุคคลที่มิใช่แพทย์ในสถานพยาบาล เพราะเป็นเอกสารปลอม หากนำไปใช้ในการสมัคร/การเข้าเรียน สมัครสอบรับราชการ หรือเข้าทำงาน จะมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ กรณีข้าราชการหากนำเอกสารปลอมดังกล่าวไปใช้เป็นหลักฐานในการอ้างอิงหรือใช้ประกอบการเบิกจ่าย นอกจากจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ก็จะมีความผิดทางวินัยอีกด้วย” นายแพทย์ธเรศกล่าว ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ” และเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา