เอ๋ นรินทร โพสต์แจงดราม่าป้ายสั่งห้าม ทีมนักดำน้ำ เข้าพื้นที่ถ้ำหลวง

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry

(8 ก.ค.) จากกรณีที่มีการแชร์ภาพป้ายประกาศที่ติดเอาไว้อยู่บริเวณพื้นที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนสั่งห้ามไม่ให้บุคคลในภาพดังกล่าวเข้ามายังพื้นที่เด็ดขาด โดยระบุว่าชายคนดังกล่าวคือ “เบน เรย์เมนันต์ส” สัญชาติเบลเยี่ยม เป็นหนึ่งในนักดำน้ำทีมปฏิบัติการค้นหาทีมหมูป่าอะคาเดมี่ 13 ชีวิต

โดยป้ายดังกล่าวถูกติดเอาไว้เมื่อวานนี้ (7 ก.ค.) ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาในโลกโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งยังนำไปเชื่อมโยงไปถึงกรณีที่เขาได้วิดีโอคอลสัมภาษณ์กับทางสำนักข่าวใหญ่อย่าง ซีเอ็นเอ็น ถึงข้อมูและภารกิจช่วยเหลือเด็กๆ 13 ชีวิต ที่อ้างว่ามีทั้งข้อมูลที่จริงและไม่จริง

เบื้องต้นพบว่า นายเบน เรย์เมนันต์ส เป็นนักดำน้ำต่างชาติที่เข้ามาร่วมทำภารกิจช่วยค้นหาเด็กๆ ทั้ง 13 ชีวิต เป็นหนึ่งในทีมของ เอ๋ นรินทร ณ บางช้าง ศิลปินชื่อดังที่ร่วมเป็นอาสาสมัครในภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตในถ้ำหลวงในครั้งนี้ แต่พบว่า นายเบน ได้ทำการฝ่าฝืนคำสั่งในการทำงาน จึงถูกตัดสิทธิ์ออกมาจากการทำภารกิจครั้งนี้และขอให้ออกจากพื้นที่

ล่าสุด เอ๋ นรินทร ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นชักจะบานปลายไปกันใหญ่ ยืนยันว่า ทีมอาสาสมัครของเอ๋ นรินทร ยังทำหน้าที่สนับสนุนอุปกรณ์และบุคลากรตามปกติ ไม่ได้ถูกแบนหรือตัดสิทธิ์ใดๆ ยังมีทีมที่ทำงานอยู่ในพื้นที่และคอยประสานงานอยู่ที่กรุงเทพฯ

 ส่วนกรณีของ เบน เรย์เมนันต์ส หลังจบภารกิจค้นหาเด็กๆ เขาก็บินไปทำงานต่อที่ฟิลิปปินส์ เมื่อคืนวันที่ 6 กรกฎาคม หน่วยงานได้โทรหาเป็นการส่วนตัว ต้องการให้เขากลับมาช่วยภารกิจ เขาจึงตัดสินใจทิ้งงานและบินมาเมืองไทยทันที แต่เมื่อมาถึงก็เจอเรื่องไม่คาดคิดแบบนี้ ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำ

ทั้งนี้ เอ๋ นรินทร ยังบอกอีกว่า “ประกาศไม่ใช่ประกาศอย่างทางการ เพราะไม่มีหัวกระดาษ หรือลายเซ็นผู้ว่าฯ ขนาดบัตรห้อยคอยังต้องมีลายเซ็นเลย แล้วก็เอาไปเผยแพร่กัน โดยไม่มีเหตุผลในการห้ามเข้า เขียนเป็นลายมือง่ายๆ เพื่อทำลายชื่อเสียงคุณเบน มันถูกต้องแล้วหรือไม่ ทำไมตอบแทนคนดีๆ แบบนี้ และแน่นอนที่สุด ทันทีที่รู้ตัวคนทำ คุณเบนเตรียมฟ้องให้ถึงที่สุดค่ะ ตอนนี้เรากำลังตามล่าคนที่ทำเรื่องนี้อยู่นะคะ”

นอกจากนี้ เอ๋ นรินทร ยังบอกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ให้นายเบนเข้าไปในพื้นที่ เพราะไม่อยากทำลายน้ำใจ ทั้งที่เขาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำภารกิจค้นหาเด็กๆ มาก่อน ทางผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องก็ได้ทราบถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมกับวอนในสังคมใช้วิจารญาณในการอ่านข่าวสารด้วย

(Visited 42 times, 1 visits today)
Like
Like Love Haha Wow Sad Angry